กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

กรณีธรรมกาย : เจ้าคุณเบอร์ลิน กางพระวินัย ถกเรื่องอาบัติ กับ พุทธอิสระ : สร้างภูมิปัญญาแก่ชาวพุทธ.



....วันนี้ ผมจะเอาพระวินัย เอาศีลของพระสงฆ์ ที่มีถึง 227 ข้อที่พระรูปไหนทำผิดแล้ว

เรียกว่า
"ต้องอาบัติ"มานำเสนอเพื่อเสริมภูมิปัญญากันครับ


โดยจะขอหยิบเอาเฉพาะในส่วนที่สังคม

สนใจ และเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในปัจจุบันมาพูดถึง.......

ยืนยันก่อนครับว่า

ทั้งปวงนี้เป็นการแนะนำอบรมชี้แนะ

ภายใต้ในหน้าที่พุทธสาวก ของ

"พระราชาคณะ "ดังว่า..

"ขอพระคุณ จงรับธุระพระพุทธศาสนา เป็นภาระสั่งสอน 

และช่วยระงับอธิกรณ์"

โดยไม่มีเจตนาจะไป "ปรับอาบัติใคร ๆ ทั้งสิ้น" 

ชัดเจนนะครับ

จะได้ไม่มาปรับอาบัติผม

หาว่าไปบอกอาบัติพระแก่อนุปสัมบัน 

หรือมาหาเรื่องใส่ร้ายผมอีก.

..............

- ผมเห็นว่า ช่วงนี้ ชาวพุทธตื่นตัวกันมาก เพื่อร่วมป้องภัยพระศาสนา น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะ
ที่จะได้เริ่มเอาของแท้ ๆ ของจริง ๆ ของพระพุทธบัญญัติ ที่เรียกว่า
"พระธรรมวินัย"มาพูดกัน มาทำความเข้าใจกันสักที"พวกบรรดาของเก้ ของแหกตาจะได้หมดเวลาเอามาอ้างหากิน
สร้างความเสื่อมเสียต่อพระศาสนากันสักที".
มติ มส. ล่าสุด ผลักลงหลุมไปแล้วบทความเรื่อง "อาบัติ" ของผมครั้งนี้ก็น่าเป็นดินกลบทับฝังไปเลย จะได้หมดเรื่องจะได้ไม่ไปเห่าหอนหนวกหูชาวบ้านเค้าอีก........

- เบื้องต้นตามที่จั่วหัวข้อไว้นั่นอยากฝากจะบอกพุทธอิสระไปทางนี้ หากท่านมาอ่านโพสต์ผมฉบับนี้ ว่า ..วันนี้ เรามาจัดเป็นวันแห่งความรู้ วันแห่งความจริง"เรามาถกวินัยพระ"เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ชาวบ้านกันสักวันดีมัยครับ.......

- ขอบอกก่อนว่าวันนี้ผมมาดีนะครับ มาแบบมิตร มาในฐานะพระภิกษุในพุทธศาสนาเดียวกัน.

- ส่วนภูมิธรรมนั้น มันเป็นของอยู่ภายในใจ เป็นนามธรรมอย่าเอามากล่าวอ้างกัน ให้เหม็นขี้ฟันเลยครับผมไม่มีอะไรหรอกทจำพวกคุณวิเศษวิเสโสอะไรน่ะผมมีแต่ใจครับ หัวใจที่บูชาถูกผิดเท่านั้น และไม่คิดร้ายต่อใครด้วย ต่อหน่อยว่า"ถ้าถูกก็ไม่ถอยเหมือนกันครับ".......

- ผมว่า ณ วันนี้ ชาวพุทธกำลังห่วงใยในกิจการพระศาสนา"เราใน
ฐานะพุทธสาวก"เปิดใจให้กว้าง ๆ แฟร์ ๆ หน่อยอย่าทำเป็นคนแก่ขี้
โมโหบ่อย ๆอะไรนิดหน่อย ก็ขู่จะฟ้อง ขู่จะร้องเรียนตะพึดแบบนั่น
ไร้ประโยชน์ครับ ชาวบ้านเขาระอา และเดือดร้อนเปล่าๆมาร่วมกันเปิด
ปัญญาให้ชาวบ้านที่เรากินข้าวเขาทุกวัน เอาบารมีกันดีกว่านะครับเขา
จะได้มีภูมิด้านนี้กับตัวเองป้องกันตนได้ไม่ต้องมาโดนพระกะหล่อน
แถกแถ แหกตาง่าย ๆ อย่างทุกวันนี้ ได้บุญเยอะเลยครับแบบนี้
........

- การพูดอธิบายในวันนี้ ถ้าหากมีการยกตัวอย่าง เพื่อให้เข้าใจง่าย ๆ หากมีชื่อพุทธอิสระ
หรือมีเรื่องพาดพิงไปบ้างนั้น
"ก็เพียงแค่ตัวอย่างทั้งสิ้น"ไม่ได้เจตนาไปปรักปรำใคร ๆ ทั้งสิ้นหากไม่สบายใจ ก็ให้ถือว่าเป็นวิทยาทานนะครับ- แล้วก็อย่าไปโยงมั่วให้ชาวบ้านงงว่า"เป็นเจ้าคุณ ไม่เป็นเจ้าคุณ"นั่นมันเริ่มส่อเจตนาไม่ดีกับคนฟังแล้วครับ........

- วันนี้ ผมจะมาชวนคุยชวนถกในขณะที่คุณขู่จะฟ้องทุกวันนี้แหละส่วนเรื่องพระวินัยนี่ ก็อย่าคิดนำไปร้อง ปปช. หรือ DSI อีกนะครับเขามึนเพราะคุณกันไปหมดแล้วตอนนี้ ฮาอีกนิด......

- เชิญชาวพุทธทุกท่าน ตามมาเอาความรู้กันครับเป็นความรู้ที่หาไม่ได้จาก DSI แน่นอน (ขอเฉี่ยวสักหน่อย).......

- วันนี้ ผมมีเวลา จึงเผอิญไปเปิดดูเฟสต์ ท่านพุทธอิสระ วัดอ้อน้อย กล่าวพาดพิงถึงผมว่าผมจะไปปรับอาบัติ DSI ซึ่งเป็นฆารวาส พร้อมรำพันว่า บวชมา 40 ปี เพิ่งรู้ว่ามีงี้ด้วย"เลอะนะครับแบบนี้"ทั้งขู่ว่า เสร็จจากฟ้องธัมมชโย ก็จะเป็นผมเป็นรายต่อไปตรงนี้ขอแก้สั้น ๆ ว่า

- คุณไปอ่านตรงไหนครับ จึงเข้าใจอย่างนั้น ผมว่าผมเขียนเข้าใจง่ายที่สุดแล้วนาเห็นชาวบ้านชาวเมืองเขาเข้าใจแจ่มแจ้งทุกคนนี่ครับทำไมคุณจึงเข้าใจไปงั้นละครับ.

- และไอ้ที่คุณบอกว่าบวชมา 40 ปี นั้น โกหกตาใสอีกแล้วนะครับไปนั่งตรองดู บวชครั้งสุดท้ายนี่ ถึงหรือยัง 40 ปีน่ะแต่ถ้าจะเฉไฉไปว่า"ข้านับชาติที่แล้วด้วยโว้ย"ก็ตามสบายครับหลวงปู่เอาเป็นว่า ถ้าร่วมพระพุทธเจ้าองค์เดียวกันละก็"หากพุทธอิสระเจอผม ท่านต้องกราบผมก็แล้วกัน เพราะผมมีพรรษามากกว่า"นอกจากท่านจะมีพุทธเจ้าต่างหากอีกองค์เท่านั่นแหละก็เรื่องของคุณไป.........

- เข้าเรื่องสาระ "อาบัติ" พระแบบง่าย ๆ สไตร์เจ้าคุณเบอร์ลิน- วันก่อนผมพูดเรื่องอาบัติในเฟรสมีคนปัญญาอ่อน แต่ใจไม่ดีคิดหาเรื่องใส่ร้ายผม ไปตีความว่าเจ้าคุณเบอร์ลิน จะไปปรับอาบัติ DSIโอ้ย โลกน้อ ทำไมทำให้คนมันเพี้ยนได้ขนาดนี้.- มาเลยครับ ผมจะแจงให้ฟังที่ขั้นที่ละตอน พร้อมตัวอย่าง และหยิบยกพระวินัยมาประกอบให้จะจะเลย.จะขอให้สิทธิที่ถูกพาดพิงมาตรงนี้เลย.....

- วันนี้ถึงเวลาที่ผม นึกอยากชี้ให้ชาวพุทธทราบรายละเอียดในเรื่องอาบัติพระสักที เพื่อจะได้เป็นความรู้ ต่อไปจะได้ไม่ให้ถูกพระบ้าการเมืองหลอกตุ๋นอีก..........

สาระ



- ขอขยายความเหตุเกิดจากอาบัติเล็ก ชักเข้าหาอาบัติหนัก- นี่เป็นการชี้แนะ ไม่ใช่เป็นการไปปรับอาบัติเดี่ยวเกิดมีใครทะลึ่งกล่าวหาว่าเจ้าคุณเบอร์ลิน ไปบอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุอื่นแก่อนุปสัมบัน (ผู้ที่ไม่ใช่พระ)พาลจะไปร้อง DSI ให้มาปรับอาบัติเจ้าคุณเบอร์ลิน จะลำบากต้องแสดงคืนอาบัติก็จะยุ่ง.- แต่การพูดเรื่องอาบัตินั้น มีความจำเป็นต้องยกตัวอย่างประกอบ เพื่อจะได้เห็นภาพชัดเจน และเข้าใจได้ง่ายขึ้น เพราะเรื่องอาบัติเข้าใจยาก.- ไม่งั้นชาวพุทธก็จะถูกตบตาจากพระบ้าการเมืองอยู่เรื่อยหรอ- ทั้งคณะสงฆ์เอง ก็ถูกหลอกตีกินอยู่เรื่อยไป..........

ค่อย ๆ อ่านนะครับ



กรณีแอบอ้างพระอักษรเกี่ยวข้องกับอาบัติ


 ดังนี้...



1. กรณีห้ามรื้อฟื้นอธิกรณ์ขึ้นมาใหม่นั้น

- ตามพระธรรมวินัย หากการกสงฆ์ (อ่านว่า กา-รก-สงฆ์) หมายถึง พระภิกษุที่ได้รับมอบหมายจากสงฆ์ ให้มีหน้าที่ในกิจนั้นๆ.
- ได้วินิจฉัยอธิกรณ์ไปแล้ว เสร็จสิ้นแล้ว และสงฆ์ก็ยอมรับในคำวินิจฉัยนั้น.- พระวินัยแจ้งชัดว่า ห้ามรื้อฟื้นอธิกรณ์นั้นขึ้นมาใหม่.
- ผู้ที่ไม่มีหน้าที่ ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือไม่ได้เป็นผู้ฟ้องเดิม.- ภิกษุผู้ ไปรื้อฟื้นอธิกรณ์ขึ้นมาใหม่ ด้วยไม่ถูกใจตน ไม่ถูกใจพวกตน หรือด้วยขัดเคืองใจ เป็นอาบัติปาจิตตีย์.- กรณีตัวอย่าง เช่น..พุทธอิสระ รื้อฟื้นอธิกรณ์ที่การกสงฆ์ทำเสร็จแล้วตามธรรม ตามวินัย ต้องเป็นอาบัติ "ปาจิตตีย์"
.....


2. ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่า

- เรื่องที่ทำนั้นเป็นอาบัติปาจิตตีย์- แต่พุทธอิสระ ก็ยังขืนทำซ้ำเรื่องเดิมๆ- ใครห้ามก็ไม่เชื่อฟัง เป็นผู้ดื้อด้าน ว่ายากสอนยาก แสดงอาการอาฆาตมาตรร้าย สร้างความเอือมระอาแก่หมู่คณะชักเข้าหาอาบัติหนักเป็นสังฆาทิเสส เพราะเป็นคน "ว่ายากสอนยาก".- แม้สงฆ์เตือนครั้งที่ 1 ไม่เชื่อฟัง เป็น "อาบัติทุกฏ"- เตือนครั้งที่ 2 ยังไม่เชื่อฟังก็ให้ปรับเพิ่มขึ้นไปอีก เป็น "อาบัติถุลลัจจัย"โทษฐานดื้อด้าน มีพฤติกรรมชั่วหยาบ.- แม้เตือนครั้งที่ 3 ก็จะเป็นอาบัติหนัก ถึงขั้นสังฆาทิเสสต้องอาศัยความอนุเคราะห์จากสงฆ์จึงจะออกจากอาบัติสังฆาทิเสสข้อนี้ได้........

- ข้อควรจดจำ คือ พุทธอิสระทำหยาบช้า(ถุลลัจจัย) ต่อสงฆ์ไว้มากมายขนาดนี้ แล้วไซ้สงฆ์คณะไหนเลยจะอนุเคราะห์ให้พุทธอิสระออกจากอาบัติได้- ระวังนะครับ ลักษณะเช่นนี้สุดท้ายก็จะตายไปพร้อมกับอาบัติหนัก เข้าถึงทุคติวินิบาต เป็นที่สุด.........

2. กรณีตัวอย่างการพฤติชั่วหยาบ

- พุทธอิสระนั้น มีพฤติกรรมทำลายพระวินัยเป็นอาจิณณ์

เพราะทำผิดซ้ำ ๆ ในเรื่องเดิมๆ กรณีใช้พระลิขิตรื้อฟื้นอธิกรณ์ คือ

2.1 ไปยื่นสำนักนายก เป็นปาจิตตีย์ ๑ ข้อ.

2.2 ไปยื่นดีเอสไอ เป็นปาจิตตีย์ อีก ๑ ข้อ.

2.3 ไปยื่น ปปช เป็นปาจิตตีย์ อีก ๑ ข้อ

2.4 ไปยื่นรัฐสภา เป็นปาจิตตีย์ อีก ๑ ข้อ

2.5 ทุกครั้งที่ไปยืนแถลงข่าวในที่ต่างๆ กี่ ๆ ครั้ง

เป็นอาบัติทุกๆ 
ครั้งที่แถลง.
......

3. การกระทำดังกล่าว ชื่อว่า

ตะเกียกตะกายทำลายสงฆ์ในเมื่อสงฆ์มีความสามัคคีพร้อมเพรียงกันอยู่ดีแล้วยังตะเกียกตะกายเพียรพยายามทำลายสงฆ์ให้แตกสามัคคี
นี่หนักครับ เพราะเป็นอาบัติ "สังฆาทิเสส".
....


4 . ส่วนกรรม อันเป็น "อนันตริยกรรรม"


สำหรับผู้ที่เข้าพวก เข้าขบวนการ พากันตะเกียกตะกายทำลายสงฆ์

ก็ไม่พ้นอนันตริยกรรม เช่นเดียวกัน.


- ขึ้นชื่อว่า อนันตริยกรรมเป็นกรรมหนักนัก


แม้แผ่นดินก็ไม่อาจทรงเขาไว้ได้.
..........

5. สรูปอาบัติ "พุทธอิสระ"

- ต้องอาบัติ ที่ชื่อว่า ปาจิตตีย์ เพราะ

   เป็นผู้ไม่หลงเหลือความดีอยู่
เลย.

- ต้องอาบัติที่ชื่อว่า "ถุลลัจจัย" เพราะมีประพฤติกรรมชั่วหยาบ.


- ต้องอาบัติที่ชื่อว่า "สังฆาทิเสส" เพราะเป็นผู้ว่ายากสอนยาก


และเพราะเพียรพยายามตะเกียกตะกายทำลายสงฆ์

ข้อนี้จะต้องอาศัยความอนุเคราะห์จากสงฆ์จึงจะออกจากอาบัตินี้ได้


..........

6. ส่วนอาบัติกรณี กล่าวยืนยันพระลิขิตนั้น

- ขอเตือนว่า ใคร ๆ จงอย่าไปเที่ยวยืนยันโดยเด็ดขาดเชียวนะว่าเป็น "ของจริง"เพราะนี่ จะทำให้ "
ผู้โจทก์"เป็นอาบัติ "สังฆาทิเสส" โดยทันทีโดยไม่มีใครต้องปรับอาบัติ.ข้อสำคัญนี้ หากไม่เชื่อก็ขอให้ DSIลองไปถามพุทธอิสระดูว่า"เป็นจริงตามที่เจ้าคุณเบอร์ลินว่าหรือไม่"
...............

ทั้งหมดนี้ ที่ผมอุตส่าห์เรียบเรียงแจงมานี้เจตนาผมเพื่อสร้างความกระจ่างแก่ผู้เกี่ยวข้องให้ทราบด้วยกุศลเจตนาตัวอย่างที่อ้างชื่อว่า "พุทธอิสระ" ในโพสต์นี้ให้ถือว่าเป็นแค่สมมติ หรือแค่ตัวอย่างนะครับเพราะคนเลวขนาดนี้ ผมก็ไม่เชื่อว่าจะมีอยู่ในโลกปัจจุบันนี้หรอกครับแล้วหากผู้รู้ท่านใด พิจารณาแล้ว เห็นเจ้าคุณเบอร์ลิน พูดผิด อ้างผิด ขอเชิญโต้ตอบมา ด้วยกุศลเจตนา และปัญญาชนได้"อันธพาล พวกอวดรู้ ไม่ต้อง"..............

- เป็นไงครับ วันนี้ได้ความรู้กันไปเยอะเลยถือว่าพลิกวิกฤตมาเป็นโอกาสเสริมภูมิปัญญากันครับ เข้าทำนอง"รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม"นี่แหละครับ หน้าที่ของพระสงฆ์สาวกในพระพุทธศาสนาครับ- คุณพุทธอิสระ ที่อ้อน้อย ซึ่งท่านบอกว่า "ไม่ให้ราคาผม" นั้นจะไม่สนใจ ก็เรื่องของท่านครับ- แต่คนเรานั้น หากตนเองก็ยังลายไปทั้งตัวความชอบธรรมที่จะตรวจสอบคนอื่น มันก็หมดสิ้นไปแล้วครับ........

- ใครที่ยังไม่รู้ก็จะได้ตาสว่าง

ต่อจากนี้ไปก็จะได้ ไม่ต้องโดนพระเก้แหกตาหลอกกินไปวัน ๆ

อ้างโน่นอ้างนี่ อ้างถึงขนาดจะกู้หนี้กู้ชาติ กู้ศาสนาไปโน้น มั่วสิ้นดี


ประเภทโปรดไม่ขึ้น รู้ทั้งรู้ แต่ยังดัน ฝืนทำนี่ น่าประณามนะครับ


ส่วนประเภทสุดท้าย ฝืนทำจนเป็นน้องพ่อ คือ "เป็นอาจิณ" นี่

ผมว่าน่าจะไม่ต้องเรียกพระแล้วนะครับ....

แต่ขอเตือนก่อนจบว่าการถกพระธรรมวินัยนี่ขออย่าคิดเพี้ยนเที่ยวไปยื่นเรื่องร้องเรียนที่ไหนอีกนะครับเพราะเดียวจะพาหน่วยงานลูกศิษย์ตนเองที่ชอบทะเล่อทะล่าขยับเสื้อสูทออกมารับกันเรื่อยนี่จะมึนหนักกว่าเก่า เพราะแผนการณ์เก่า ๆก็ยังติดคอคายไม่ออกอยู่ตอนนี้โดน มติ มส. เมื่อวานนี้ไปชะหนักถ้าแบบนี้ไอ้ลูลู บอก "โสน้ำหน้า".


โชคดีมีชัยทุกท่านครับ.

เจ้าคุณเบอร์ลิน

11.02.2016





----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอยกบทความของเจ้าคุณเบอร์ลินมาแสดง เพื่อเป็นความรู้ความเข้าใจแค่พี่น้องชาวไทยทั้งหลาย สถานการณ์ นาทีนี้ที่พาลป่วนเมือง ขออาราธนาพุทธพจน์ มาให้พี่น้องที่รักทบทวนกันครับ "ดูก่อนอานนท์ ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราได้แสดงไว้ และบัญญัติไว้ด้วยดี นั่นแหละจักเป็นพระศาสดา ของพวกท่านสืบแทนเราตถาคต เมื่อเราล่วงไปแล้ว"


3 ความคิดเห็น:

Blog Archive