กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2559

กรณีธรรมกาย : วัดพระธรรมกาย : มองต่าง...ใช้ทรัพย์เพื่อประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์



วุ่ยวายขายปลาช่อนซะจริงๆ นะครับ กะลาแลนด์ นิ
เอาละครับ  ใครมันจะเดินหน้าหาบาปใส่ตัว ก็คงต้องช่างหัวแมว
ผมไม่ไหวจะเคลียร์

ครั้งที่แล้ว ผมบอกชัดว่า  วัดพระธรรมกายสร้างคนอย่างมีคุณภาพอย่างไร
เมืองไทยเรานี้ แปลกที่สุดในโลกครับ  คือ  มีคนกลัว คนไทยจะฉลาด จะเก่ง จะดีครับ
วัดพระธรรมกาย  จึง น่ากลัวสำหรับคนจำพวกนั้น,นั่นหล่ะครับ


... มาว่ากันต่อครับ

เรื่องราวของวัดพระธรรมกาย  ที่สื่อ  ปิดตาประชาชน และแม้แต่สื่อเอง
ก็ปิดตาตัวเอง ไม่ยอมที่จะเข้าใจ 
ดีนะครับที่ยุคนี้ เทคโนโลยีการสื่อสาร ช่วยได้มาก
คือ ช่วยให้ชาวบ้านอย่างเราๆ มีช่องทางได้สื่อสารกันง่ายๆ

บอกชัดๆ อีกครั้งครับ
!
เพราะได้รับสิ่งดีๆ จาก คำสอนของพระพุทธองค์ 
ผมก็มีสำนึกดีของผมไม่น้อยละครับ อยากให้  ภูมิปัญญาอันบริสุทธิ์ นี้ คงอยู่ยาวนาน
ไปถึงรุ่นลูกหลานเหลนโหลนหล่อนนิรันดร นู้นครับ 
พวกเขาจะได้มีที่พึ่ง มีหลักให้ชีวิต มีหลักจิตหลักใจ
!!
( ก็ชีวิต ได้ดี มีสุขมาทุกวันนี้  เพราะ “ธรรมะของพระพุทธเจ้า” ครับ )

ผมเขียน ในฐานะ บรรพบุรุษของคนรุ่นต่อไปครับ
!!!
บนโลกนี้มันมีคนอยู่ไม่กี่ประเภทครับ  คือ ... 

1. คนดี  มีปัญญา  พวกนี้ สามารถไตร่ตรองเหตุผล ศึกษา และพิสูจน์ด้วยตนเองได้
ดี ผ่าน
Join จบครับ (อย่างผมไงครับ! 555 ! เดินเข้ามาสัมภาษณ์พระที่วัดเลย เคลียร์!)  

2. สุภาพชนคนดี ที่...ยังไม่ได้คิด ยังไม่มีเวลา ยังไม่ได้พินิจจริงจัง ยังไม่นู้น นี่ นั้น
ทั้งหลายเหล่านี้ที่ยังต้องการข้อมูล ต้องชี้แจงเยอะหน่อย ต้องอธิบาย
คนกลุ่มนี้ ครับที่ผมอยากคุยด้วย 

3.  คนพาล  พันธุ์นี้ไม่ว่าเราจะพูดดี ชี้แจงดี อธิบายดี ทำดีแค่ไหน  พวกนี้มันก็ด่า ครับ ...
ต้องปล่อยให้นรกบ่มพวกเขาไปก่อนครับ จะนานแค่ไหนไม่รู้ ... 

กว่าจะได้ผุดได้เกิด กว่าจะได้คิด กว่าจะ .... โอ้ยยยยย

บอกอีกครั้งที่ 3 ครับ  คนประเภทที่ 3  คือ คนที่ผมสงสารจุงเบย ครับ
!!!

เอาละครับผมและคุณเราต่างก็มีเวลาไม่มาก
ความตั้งใจของผมจึงอยู่ที่  เพื่อนมนุษย์ท่านที่ 1  และ 2  และ
Generation X ครับ

เข้าเรื่องครับ  ตามที่ผมได้เฝ้าดูมา ตั้งแต่ปี 2540 
( ก็ขอบคุณข่าว สื่อมวลชนไทยศิวิไลเซเฉิ่น!!! ละครับ 
ที่เตะต่อมเผือกของผมอยู่ทุกวัน...

พาดหัว แต่งเรื่องได้ตื่นเต้นมาก จนอยากมาดูเอง!!!
, แบว่า...อัลไรจะปานนั้น!!! )


ไปวัดกันครับ  
วัดพระธรรมกาย  ที่ถูกสื่อสาดสีเทสีอยู่ขณะนี้  จริงๆ เป็นยังไง !!!

ครั้งที่แล้วผมสรุปประเด็นเรื่องการสอนให้ฟังว่า  วัดดัง นี้ท่านสอนกันอยู่  2  เรื่องใหญ่ๆ 
(ย้อนกลับไปดูครับ http://bit.ly/1YdWFKo )

และเรื่องนี้  อยากขยายครับ 
ผมไม่สนว่า สื่อกะลาแลนด์ จะขยายยังไง,
จะมองเชิงเศรษฐศาสตร์  ยุทธศาสตร์ จนพากันเป็นประสาทกันอยู่นั้น

ผมจะว่าความจริงที่ผมดู ผมรู้ ผมเห็น ผมศึกษามาด้วยตัวผมเอง
จัดแบบไม่แคร์สื่อ!นะครับ
!

ตามให้ทันนะครับ ... ถ้าอยากจะเข้าถึงซึ่งความยิ่งใหญ่ของวัดพระธรรมกายจริง ๆ
วัดรวย วัดใหญ่ วัดนี้มีเงิน จ้างคน จ้างพระมางาน สาระพัดละครับ ...

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วโปรด 
“คิดด้วยเหตุ ด้วยผล โดยปราศจากอคติ” นะครับ !!!

1.  สอนให้ทำทาน  ...  ผมขอพาข้ามห้วงเวลาย้อนไปใน สมัยพุทธกาลสักเล็กน้อยนะครับ
เพื่อไปดู ... ประวัติศาสตร์แห่งการทำทาน ... ไปศึกษาเรื่องราวของบุคคลยุคพุทธกาล 
ผมขอขีดเส้นใต้คำว่า  ตัวอย่าง  นะครับ  
( เพราะมีอีกมากมายหลายหลากบุคคล ไปค้นเองนะครับ )  
 +
พระเจ้าพิมพิสาร   King แคว้นมคธ
+
พระเจ้าปเสนทิโกศล  King แคว้นโกศล
+ พระเจ้าอชาติศตรู
อนาถบิณฑิกเศรษฐี
+ นางวิสาขา
+ เมณฑกเศรษฐี

ยุคหลังพุทธกาลต้นๆนี่ บุคคลที่ชัดขึ้นมาในใจผมโดดเด่นเป็นสง่ามาก
 “ พระเจ้าอโศกมหาราช”   ทรงสร้างพระเจดีย์ ถึง 84,000  องค์ ...  น้อยไหมครับ
!!! ย้ำว่า...เป็นแค่ตัวอย่างครับ
ผมจะไปเร็วๆ นะครับ
( อยากใด้รายละเอียดต้องไปอ่านเองครับ แต่ละรายการ ไม่ใช่  5  บรรทัดจบ,
ถ้าขี้เกียจอ่าน ก็ไปวัดนิมนต์พระอาจารย์สักรูปเล่าให้ฟังละครับ 
ก็ได้บรรยากาศปุจฉา-วิสัจฉนา อีกแบบ ...
ลองกล้าๆ หาความจริง กันบ้างครับ
ถ้าเราหาจริง มันก็จะเจอของจริงละครับ 
แต่ที่มันไม่เจอเพราะเราไม่หาไงครับ 
นั่งรอข่าวทีวี หนังสือพิมพ์ที่เขาโยนเข้ามาในบ้าน 
ก็ตามนั้นละครับ  จะเสพจะรับอะไร ก็ตัวใครตัวเผือกละครับทีนี้, )


บุคคลเหล่านี้ได้สนับสนุนเป็นกำลังให้แก่การเผยแผ่พระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
อย่างใหญ่หลวงมโหฬาร ครับ ... ทั้งสร้างวัด  ถวายอัฐบริขาร ภัตตาหาร ปัจจัย4  สังคายนาพระไตรปิฎก  ฯลฯ ...  ทั้งหลายเหล่านั้น  ใช้ทรัพย์ไปไม่น้อยนะครับ 
แต่ท่านทั้งหลายเหล่านั้นก็ทุ่มเท ทำทาน คือ สนับสนุน ปัจจัย 4 
เพื่อขับเคลื่อนการเผยแผ่พระสัทธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  อย่างเต็มกำลัง  ... 

พูดแบบนี้  ก็โวยวายได้อีก  อ้าว
! ก็มีแต่  เศรษฐีอีกแระ !!!  เอออ!!!....
ผมขอตอบสั้นๆ แล้วเอาไปคิดต่อกันเองนะครับ ... 

โลกนี้มีอยู่ 2  อย่างครับ ชัดๆ  คือ ดี กับ ชั่ว   

คำถามผมคือ  ... 

1. การนำทรัพย์มาสนับสนุนใช้จ่ายไปเพื่อการสร้างคนดี  หรือ ทำคุณประโยชน์อันใดอันหนึ่ง

( คนดี ขอนิยามง่ายๆ บ้านๆ ครับ( เพราะผมเบื่อพวกปรัชญาน้ำลาย เดี๋ยวเยอะอีก)
... เอาอย่าง
BASIC ครับ ... คือ คนที่มีคุณสมบัติของมนุษย์  5  ประการ  คือ มี ศีล 5  ครบ 
(ไปศึกษารายละเอียดเองนะครับ) 

กับ


2. การนำทรัพย์ไปใช้เพื่อการสงคราม
!!! หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันล้างผลาญทำลาย
ว่าไปครับ  มีให้เห็นเยอะแยะ


คุณเลือกได้ใช่ไหมครับ ว่าจะเอาอย่างไหน ?

มหาเศรษฐียุคพุทธกาล หรือจะยุคใหน และใครก็แล้วแต่ ...
ที่เขานำทรัพย์มากมายออกมาแบ่งปันให้คืนแก่โลกแก่บ้านเมือง
ด้วยสนับสนุน งานสอนคน อบรมคนให้เป็นคนดี ให้คิดดี พูด ทำดี  ....

สำหรับผม อนุโมทนาแล้วครับ, 

ถ้ายังไม่
Get  ถามให้สั้นและไม่ต้องตอบเยอะครับ

ระหว่างคนชั่ว กับ คนดี คุณอยากให้ พ่อ แม่ ลูก แฟน เมีย เพื่อน ของคุณ
เป็นคนแบบไหนครับ ???    
คุณอยากให้มีคนแบบไหนอยู่ในครอบครัวคุณ อยู่ในวงเพื่อนคุณ    
อยู่ในหมู่บ้านคุณ  อยู่ในเมือง ประเทศ และโลกเดียวกันกับคุณ ครับ
???   

ถามแบบนี้เพราะ...

ผมอยากให้
ปัญญาชนทั้งหลาย ... ใช้ปัญญา มองทะลุตีให้แตกให้เห็น   
ปลายทางของการใช้ทรัพย์ครับ ว่า ... 

มันได้อะไรกลับมา ?!  ตรงนี้ครับ ที่เราต้องมอง

ซึ่งต่อคำถามนี้ คำตอบก็ชัดเจนมาตลอด 46 ปี ที่เขาสร้างกันมาครับ ...
ได้คนดีให้สังคม ครับ 

( สังคมไหน ก็สังคมตั้งแต่ ครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ประเทศ ...
เขากลับไปตรงไหน ก็เป็นคนดีของที่นั้นละครับ) 

( ขอแวะแปปครับ ... กับคำถามนี้ทุกทีครับ ...ก็แล้ว ทำไมไม่เอาเงินไปสร้างโรงเรียน 
โรงพยาบาล สถานสงเคราะห์ ... ผมมีคำตอบแน่ครับ  ถ้าอยากเข้าใจจริง
! อย่าไปไหนครับ
ผมจะกลับมาแจงให้หมดสงสัยไปถึงชาติหน้ากันเลย
.... ด้วยรักและปรารถนาดีครับผม )


ครับเดี๋ยวออกทะเลไกลเกิน

ผมคิดถึงบุคคลเหล่านั้นด้วยสำนึกในบุญคุณครับ ...
เพราะพุทธบริษัท 4 ยุคพุทธกาลทุ่มเท จริงจัง ...
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาล จึงกว้างไกล...
เป็นแสงสว่างแผ่ไพศาลส่องจิตส่องใจของเหล่ามนุษย์ทั้งเหนือ ใต้ ออก ตก
ทั่วโลกให้สว่างและตั้งมั่นในความดี
เข้าใจโลก และชีวิต ตามความเป็นจริง เป็นสัมมาทิฐิบุคคล คิดดี พูดี ทำดี ....
และมี พระพุทธศาสนา มีธรรมะ สืบทอดมาให้ “ผม คนใน ยุค ปี  พ.ศ. 2600  กึ่งพุทธกาล”
ได้ศึกษา เป็นสติปัญญาเป็นหลักของชีวิต


ต่อครับ

เรามาทำความเข้าใจตามความเป็นจริงอย่างนี้นะครับ ...

การจะทำการงานใดๆนั้น  ย่อมมีค่าใช้จ่ายครับ 
พระท่านก็คน ครับ
! ผมขอยืนยันความจริงข้อนี้  3  ครั้ง 
ต้องฉันข้าว ฉันน้ำ ต้องมีที่อยู่อาศัย มีปัจจัย 4 ครับ พื้นฐานเลย
... ต่อมา คนที่มาศึกษาธรรมะ มานั่งฟังธรรมะ มานั่งสมาธิ ก็คน ครับ
ก็ต้องกินข้าว กินน้ำ เหมือนกันครับ ...

ภาพตรงนี้ชัดไหมครับ ???

คราวนี้คนทุกคน มันก็ไม่ได้ร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีกันทั้งร้อย ทั้งพัน
ทั้นหมื่น ทั้งแสนคน นี่ครับ ไม่ว่าจะในสมัยพุทธกาล กระทั้งถึงวันนี้ ...
แต่ผู้คนทั้งหลายเหล่านั้น เขาก็อยากมาศึกษาธรรมะ
มาปฏิบัติธรรม มาประกอบพิธีบุญกุศลรวมกัน
           
....  ทำยังไงครับ ?   
 การแบ่งปัน คือ คำตอบไงครับ 
พูดอีกที 
การให้ ทำให้โลกอยู่ได้ครับ 
อีกทีให้ชัดครับ ก็คือ
การทำทาน 
นั้นละครับ  ง่ายๆ บ้านๆ
            คนมีมากอย่างมหาเศรษฐีมหาศาล ก็ให้ได้มาก
            คนมีปานกลาง ก็ให้ได้ปานกลาง
            คนมีน้อย ก็ให้เต็มกำลัง  .... 
            แต่ทุกคนให้ด้วยใจ ที่ศรัทธาต่อความดี ที่แบ่งปัน ที่เกื้อกูล  เอามารวมกัน
 แบบนี้   ก็ทำให้มนุษย์เรามีทรัพยากร เพียงพอสำหรับส่วนรวม ไงครับ
ทรัพย์ที่ให้มา เป็นอะไรครับ ... ก็เป็น อุโบสถ  ศาลา กันแดดกันฝน 
ให้คนได้นั่งฟังธรรมปฏิบัติธรรม เป็นปัจจัย 4 สำหรับ พระภิกษุสงฆ์  
เป็นอาหาร น้ำ ยานพาหนะ ให้แก่สาธุชนที่มา  ไงครับ...   
           
ผมอธิบายอย่างบ้านๆ ให้เห็นภาพกันชัดๆ ไม่ซับซ้อนนะครับ

ทั้งหมดที่ผมสาธยายมานี้  เพื่อ ให้เห็น 2  ประการสำคัญ 
ของการให้ การทำทาน ก่อนนะครับว่า 

1. ทรัพย์ใดๆ ที่ นำไปใช้เพื่อสร้างคุณประโยชน์ให้เพื่อนมนุษย์ สังคมส่วนรวม
     .... นั้น ดี แน่นอน ( เด็กก็เข้าใจได้ครับ เรื่องนี้) 

2.  การแบ่งปัน การให้  ทำให้มนุษย์เรามีทรัพยากรเพียงพอสำหรับทุกคน

ในโลก ในสังคมที่เราอาศัยอยู่  ( เด็กก็เข้าใจได้เหมือนกันครับ ผมเชื่อ)

ทั้งหมดที่ว่า จำเป็นต้องท้าวความ ...
 เพราะตลอดระยะเวลา 20  ปี ที่ผมนั่งดู นั่งฟัง
คนที่ ด่าว่า วัดนี้มีแต่เศรษฐี  วัดนี้ต้องถวายเป็นล้าน วัดนี้ นู้น นี่ นั้น  สาระพัด ครับ  
มันฟ้องว่า ...  คนที่แหกปากวิพากษ์วิจารณ์ด่าว่าเขาเนี้ยะ  

สิ่งที่ขาดคือ ไม่เคยศึกษา “ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา ด้านการเผยแผ่พระสัทธรรม”
ของแท้ดั้งเดิมเลยแม้แต่บรรทัดเดียว

 
ขอนอกเรื่องนะครับ ...  มันทำให้ผมตั้งคำถามครับว่า ...
ไอ้ความคิดทัศนคติว่า  “วัด”  ต้องมีศาลา 1  หลัง คนนั่งได้ สัก 50 -100 คน ก็อักโขแล้ว 
กุฏิพระ 3-4 หลัง พระในวัด 3- 5 รูป เยอะแล้ว,
พระต้องไม่มีอะไรเลย  มีแค่บาตรกะจีวร เนี้ยะ ...  
ทัศนค่านิยมแบบนี้ มันเกิดขึ้นมาตอนไหน
??? 
มันเอาอะไรเป็นฐานเป็นมูลเป็นเหตุของความคิด ???
    

ทำไมผม ตั้งคำถามครับ ...  ก็อย่างที่ชวนให้มาศึกษาไงครับ ... 
วัดในสมัยพุทธกาล  รองรับพระภิกษุ เป็น 500  รูป  เป็น 1000  รูป ...
.... มันเกิดอะไรขึ้น กับ พระพุทธศาสนา ในปัจจุบันละครับ
!!!   

จะให้พระมีแค่จีวร กับบาตร !!! … นี่เรื่องใหญ่ครับ!!!
นี่ฉิบหายไป 3 โลก เลยนะครับ !!!


ไม่รู้เป็นไรครับ
มันทำให้ผมนึกถึงตอนที่ เจ้าชายสิทธัตถะ จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ครับ
มารมันยกพวกมาโวย มันบอกนี่บรรลังค์ ของมัน  เจ้าชายสิทธัตถะ ต้องลุกออก
เจ้าชายสิทธัตถะ ไม่ลุก และทรงอธิษฐานเอาบารมีทั้ง 10 ทั้ง 30 ทัศน์ สู้
แปลอีกที คือ เอาความดีที่พระองค์สั่งสมมา 20  อสงไขย
กับแสนมหากัปป์  นั้นแหล่ะ ครับ สู้
!!!  ย่อให้สั้น คือ  สู้ ด้วยความดี ครับ !

คนที่มัน คิดว่า  พระ มีแค่จีวร และบาตร ก็พอนี่ ...
ผมมองทะลุกะโหลกที่โสโครก
 ไปเห็นความคิดที่สกปรกโสมมของมันเลยทีเดียวครับ
มันคิดจะปล้นพระพุทธศาสนา ชัดๆ
!!!
 
สุวรรณภูมิ แผ่นดินนี้ ร่มเย็นมาได้ เพราะคุณของพระรัตนตรัย
ขอพี่น้องชาวไทย ตรึกตรอง บุญคุณของพระพุทธศาสนา ที่มีต่อชาติ บ้านเมืองเราให้ดีครับ

------------------------------
พบกัน
Next MSG ครับ
คนไทยที่เฝ้าดูสถานการณ์




กรณีธรรมกาย วงใน
วิชชาธรรมกาย
วัดพระธรรมกาย UNSEEN
Dhammakaya Méditation Technique
https://dhammakayafacts.wordpress.com/ 
www.ธรรมกาย.com 
เจ้าคุณเบอร์ลิน



           

            

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Blog Archive