กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2559

กรณีธรรมกาย : วัดพระธรรมกาย : มองต่าง...ไม่ใช่วัดรวย ! และไม่เคยรวย !



ครั้งที่แล้ว ผมชวนศึกษา 2 ประเด็น 
1. ชวนท่านทั้งหลายย้อนเวลาไปศึกษา  ประวัติศาสตร์การทำทาน ของบุคคลสมัยพุทธกาล
( ผมจะ
Assume ว่าท่านศึกษาแล้วเรียบร้อยนะครับ )
2. ชวนคิดวิเคราะห์ด้วยเหตุผล ปราศจากอคติ ว่าการใช้ทรัพย์เพื่อ
คุณประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์  นั้น ย่อมดี
!

วันนี้
เห็นหัวเรื่องผม  คุณคงงง และคิดว่าผมชักเข้าข้างวัดพระธรรมกายเกินหน้าเกินตาแล้ว
!
ผมเข้าทุกวัดครับ !!!

ผมเข้าใจอาการสังคมที่มองวัดแห่งนี้จากข้างนอกจริงๆ ครับ  เพราะอะไร ?
... ก็วัดพระธรรมกาย มองยังไง ก็ใหญ่โตมโหฬาร
ครับ,  สิ่งที่เห็น เป็นอย่างนั้นทุกประการ  ผมก็เห็นตั้งแต่วันแรกที่มา แล้วครับ

วันนี้ ผมจะเล่า  “สิ่งที่เป็น”  ครับ  

วัดพระธรรมกายไม่รวย และไม่เคยรวย”  ครับ  



มาดู ความ เป็น  อยู่  คือ  ของวัดพระธรรมกาย กันครับ
ผมจะเล่าให้เข้าใจง่ายๆ 


1.  ความตั้งใจของวัดพระธรรมกาย  คือ การสอนคนให้เป็นคนดี เป็นสัมมาทิฏฐิบุคคล
คิดดี พูดี ทำดี


2.  วัดพระธรรมกาย จึงเป็นวัด ที่เผยแผ่ธรรมะเชิงรุก คือ
นำธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปให้คนในสังคม 
            ตรงนี้  ต้องเข้าใจภาพของสังคมเราให้ชัดด้วยนะครับ  ว่า ...

“วัด”  เป็นแหล่งให้ความรู้ เป็นโรงเรียนสอนศีลธรรม
ให้กับคนในสังคมมาแต่ไหนแต่ไรโบราณกาลแล้ว

            วัดพระธรรมกาย  ทำหน้าที่นั้นครับ 


            เพียงแต่สิ่งที่ มันดูแปลกตา แตกต่าง จากความคุ้นเคยของเราชาวไทย  คือ
 วัดพระธรรมกาย  มีระบบการจัดการการสอนศีลธรรมที่เป็นระบบระเบียบดีมาก ครับ

สิ่งที่วัดพระธรรมกาย  เป็น  อยู่  คือ ...  ก็  2 ประการ เท่านี้ครับ  


มันเกี่ยวอะไรกับ รวย
!!!

เกี่ยวแบบนี้ครับ

1. คุณคิดว่า ใน  60  ล้านคน ประเทศนี้  มีคนคิดดีๆ  และอยากทำอะไรดีๆ
เหมือนวัดพระธรรมกาย  ไหมครับ ?  


2.  คนที่คิดเหมือน และอยากทำ  ถามว่าเมื่อเขาเจอองค์กรที่มีประสิทธิภาพอย่างวัดพระธรรมกาย
เขาอยากเข้ามาแจม/ มาร่วมด้วยช่วยกัน ไหมครับ ? 

3. คำว่า “ช่วย” ...  ตรงนี้ละครับที่เป็นเหตุให้เกิดความเข้าใจผิดว่า  วัดรวย
!!!
            เพราะ คนๆ หนึ่ง มีกำลัง อย่างนี้ครับ
            3.1  กำลังกาย
            3.2  กำลังใจ
   
        3.3  กำลังความคิดสติปัญญา ความรู้ความสามารถ
            3.4  กำลังทรัพย์
            ( ผมแถมครับ 3.5 กำลังพรรคพวกเพื่อนฝูงบริวาร ว่าไป )
            อ่อ... ประการนี้สำคัญมากครับ  3.6 กำลังศรัทธา


เรากำลังมาใกล้คำตอบแล้วครับ


ต้องขยายตรงนี้ครับ  ...  วัดพระธรรมกาย  เป็นแหล่งรวมของคนมีน้ำใจ ...
            เมื่อคนดี มีความคิดดีมาเจอกัน 2 คน 3 คน 10 คน 100 คน พัน แสน หรือแม้แต่ล้าน
... แล้วก็มาทำงานด้วยความตั้งใจที่ดีร่วมกัน ....  เรื่องมันก็ เป็น  อยู่ คือ ว่า ...

            กำลังที่เขามี  4, 5, 6  กำลังน่ะ ครับ ... เขาเอามาร่วมกัน
            คนที่มีกำลังทั้ง 4+5+6  อย่างมาก เขาก็ช่วยได้ทั้งหมด 
ทุ่มเททั้งกำลังกาย  กำลังใจ  กำลังสติปัญญา ความสามารถ กำลังทรัพย์
มีพวกพ้องบริวารเขาก็ชวนมาช่วย  อย่างเต็มกำลังศรัทธาที่เขามี 
จะมาก น้อย หรือเท่าไหร่  แล้วแต่เขาเลยครับ  ไม่มีใครบังคับ

            คนกำลังทรัพย์น้อย  แต่ เขามีกำลังกาย กำลังสิติปัญญา 
เขาก็มาช่วยเป็นอาสาสมัคร  เจ้าหน้าที่ ปฏิบัติงาน
ขับเคลื่อนโครงการสอนศีลธรรมต่างๆ

            คนที่เขา กำลังกาย กำลังสติปัญญา ก็มีละ แต่ไม่มีเวลา
แต่เขามีกำลังทรัพย์  เขาก็เอาทรัพย์มาบริจาค สนับสนุนการดำเนินงาน
จะมาก จะปานกลาง จะน้อย ...
ก็เป็นความพอใจขอเขาทั้งสิ้น  !!!

            และผมขอยืนยันจากที่ได้ยินมา 2  หู ตลอด 20  ปี ว่า...วัดไม่เคยบอก
ไม่เคยสอน ไม่บังคับ ไม่เคยอะไรก็แล้วแต่
!!  ให้ใครบริจาคทรัพย์จนหมดตัว ...
ค้นกลับไป ปี 2513  ก็ไม่มีครับ
!!!
 ...

 แล้วทำไม ... คนที่มาวัด จึงทุ่มเทบริจาคกันจริง กันจังเลย !!! 

ตอบครับ ... เขาทำเต็มกำลังศรัทธาของเขา ครับ


Key word อยู่ตรงนั้นครับ “กำลังศรัทธา”  จับใจความสำคัญให้เป๊ะนะครับ


สิ่งที่คนฉลาดและเฉลียว ต้องถามต่อ ครับ คือ .... อะไรทำให้เขาศรัทธา..???


            พูดไป, เดี๋ยวหาว่าผมเข้าข้างอีก 
!!!
มาดูเองครับ จะแจ่มแจ้งที่สุด!!!
ผมจะขอยกกรณีเพื่อให้เราเข้าใจ อารมณ์ จิตใจของมนุษย์ง่ายๆ อย่างนี้นะครับว่า ...
            ผม คุณ ท่านทั้งหลาย ต้องเสียภาษีให้รัฐ ใช่ไหมครับ ...โดยหน้าที่
!!!
            ใครมีความสุข กับการเสียภาษีบ้างครับ ?
            ตอบ ... ผมไม่ค่อย
Happy  หรอกครับ บอกเลย ...
ก็รัฐเอาเงินผม และท่านทั้งหลายไปทำอะไร ละครับ
!!!   
มันกลับมาเป็นคุณประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน ท่าไหนละครับ ?
ผมไม่ว่าต่อนะครับ
เดี๋ยวได้เรื่องเซงจิตอีก !!!
           
            เงินบริจาควัดพระธรรมกาย  ไม่ต้องให้โดยหน้าที่  ไม่มีใครบังคับให้บริจาค
แต่ผู้ให้   พอใจให้  ให้ด้วยศรัทธา ให้แล้วมีความสุข  ให้แล้วมีความสุข  
แม้ครั้งที่ 3 ครับ ... เขาให้แล้ว : เขามีความสุข ครับ!

           
อะไรทำให้ พวกเขามีความสุขกับการให้ ปานนั้น เหรอครับ Basic เลยครับ
            ไม่ต้องไปมองไกล ไปสวรรค์ ชั้นนู้น ชั้นนั้น หรอกครับ 
ข้อนี้ผมไม่พูดให้เสียเวลา ... ขอตอบแบบทุบดินนะครับ  “ตายไป ก็รู้” 
จะอยู่สักกี่ปีครับแต่ละคน-คุณ-ท่าน-ผม หรือ-ใคร
!!!  

            คำตอบ  ก็ที่ตาเห็นอยู่ทุกวันไงครับ ... 

            วัดพระธรรมกาย  นำปัจจัยทุกบาททุกสตางค์  มาสร้างศาสนสถาน
และวัดสร้างอย่างมีหลักการชัดเจนครับ คือ 
1. ต้องประหยัด  คำว่า ประหยัด คือ ต้องอย่างนี้ครับ
2. ต้องมั่นคง ใช้งานได้นาน  ไม่ใช่เดี๋ยวก็พัง เดี๋ยวก็ซ่อม  เรียกว่า  สร้างครั้งเดียว จบ
!
3. 
ดูแลรักษาทำความสะอาดสะดวก  ... อาคารสถานที่ของวัดพระธรรมกาย จะเป็นรูปแบบนี้เรียบง่าย  ไม่มีรายละเอียดซับซ้อนครับ
เพราะเน้น  “ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”

ศาสนาสถาน ที่สร้างขึ้นมาทั้งหมดนั้น  

ก็เป็นไป  เพื่อการ  สร้างคนดี ให้สังคม ...


ให้ผู้คนนับหมื่น นับแสน มาใช้ไงครับ ... เป็นพุทธสถานที่รวมสงฆ์ทั้งประเทศ
( ข้อนี้ถูกใจผมอักโขครับ) ใช้เป็นที่ศึกษาธรรมะ เป็นที่ปฏิบัตธรรม
เป็นที่ฝึกนิสัยตัวเอง ให้กับคนนับหมื่อน นับแสน ให้คิดดี พูดี ทำดี  ...
คนถ้ามันเริ่มต้นเอาดีได้แล้ว ความสุข ความสำเร็จ  ก็ตามมาครับ
เรียกว่า ยกทั้งชีวิต จิตใจของมนุษย์ให้ดีขึ้น สูงขึ้น พ้นทุกข์ เป็นสุข ได้อย่างนี้


            คนที่ให้ ปลื้มไหมครับ
?  มีความสุขไหมครับ ? 
            ผมเชื่อว่าคุณตอบได้ 
            และผมก็เชื่อว่า คุณเอง ก็ต้องมีประสบการณ์ มีความสุขจากการเป็นผู้ให้

            พูดง่ายๆ คือ ... เขาเห็นผลสำเร็จ ผลสำฤทธิ์ ของ ปัจจัยที่เขาให้ไปไงครับ

            อย่างนี้แล้ว  ผู้ให้ ก็อยากสนับสนุน อยากช่วยเหลือ เต็มกำลังทุกกำลังที่เขามี ไงครับ

ผู้ให้มากมายขนาดนั้น  ก็คือ วัดรวย
!!! …
ย้ำครับ วัดไม่รวย  และไม่เคยรวย

            ... คนมาศึกษาธรรมะ  มาปฏิบัติธรรม ที่วัดแต่ละครั้ง นับพัน นับหมื่น  นับแสน  โครงการต่างๆ ที่ออกไปสู่ชุมชนอย่างกว้างขวางอีก .... อุปกรณ์ในการทำงานต้องมีนะครับ  สถานที่รองรับ ที่พักอาศัย  เครื่องอยู่เครื่องนอน  อาหาร น้ำ ยา พาหนะ ... คือ ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น ....
            พูดอย่างนี้ อย่าหาว่าผมไปเห็นรายการใช้จ่ายของวัด 

  

            ปัดโธ่ถังกะละมังเอ้ยยย !!!  คุณก็คำนวนด้วยตาได้นิครับ !!!

           
            ถึงบรรทัดนี้  พอจะเข้าใจ  เหตุ และ ผล  หรือยังครับ ว่า...
            วัดพระธรรมกาย ไม่ใช่วัดรวย  และ ไม่เคยรวย


... ถ้ายังไม่ถึงบางอ้อ ...
ขอแรงอ่าน  “
วัดพระธรรมกาย มองต่าง... ใช้ทรัพย์เพื่อประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์”  อีกทีครับ

อยากให้เรามองไปให้ทั่วแผ่นดินไทยนาทีนี้ครับ
ปัญหาผู้คน ปัญหาสังคม มีทุกระดับ ทุกย่อมหญ้า
เพราะ มนุษย์ ขาดความรู้ ขาดการฝึกอบรมจิตใจ ให้มั่นคงใน ศีล และ ธรรม
มองให้ทั่วแผ่นดินไทย อีกครั้งครับ
มีหน่วยงานไหน องค์กรใด บ้างครับ ตอนนี้ 
ที่มีศักยภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันจิตใจให้เพื่อนมนุษย์  ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และทุ่มเททำงานอย่างจริงจัง  ?

ถามอย่างนี้ เพราะ ...
ผมเพียงแค่หวังว่า ...
จะมีองค์กรใดอื่นไหม ที่ทุ่มเททำงานเพื่อสร้างคนคุณภาพ ให้เป็นทั้งคนเก่ง และดี
ช่วยกันอีกเยอะๆ


ผมมองวัดพระธรรมกาย   ต่างอย่างไร ?
See You Next Time.  ครับ 

--------------------------

3 ความคิดเห็น:

  1. ชัดแจ้ง แดงแจ๋ เข้าใจทันที สำหรับ คนที่ชอบให้

    ตอบลบ
  2. สาธุค่ะ..โดนใจ ชอบประโยคนี้ "สิ่งที่คนฉลาดและเฉลียว ต้องถามต่อ ครับ คือ .... อะไรทำให้เขาศรัทธา..???"

    ตอบลบ
  3. อ่านแล้วชอบ ขอแชร์นะคะ

    ตอบลบ

Blog Archive