กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559

กรณีธรรมกาย : กรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ : หลวงพ่อธัมมชโยไม่เข้าข่ายฟอกเงิน-รับของโจร! หยุดใส่ร้ายได้แล้ว!


มองยังไงก็ไม่เข้าข่ายฟอกเงิน-รับของโจร!


กรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ โดยนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ที่มีความพยายามจากบางฝ่ายในการเชื่อมโยงมาถึงเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายนั้น อันที่จริงไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะหากอธิบายตามหลักกฎหมายบ้านๆ จะได้ว่า

1. นายศุภชัย คือนักธุรกิจคนหนึ่งที่เป็นนักสังคมสงเคราะห์ และเลื่อมใสในศาสนาพุทธ รวมถึงวัดพระธรรมกาย ครั้งจะบอกว่าเป็นศิษย์เอกหรือเจ้าภาพใหญ่สุดของวัด ก็คงตอบเลยว่าไม่ใช่แน่ๆ ฉะนั้น จงหยุดความคิดว่า ทางวัดจะบงการให้นายศุภชัยไปทำเรื่องผิดกฎหมายอย่างที่คนบางกลุ่มกำลังสร้างวาทกรรม

2. ที่ผ่านมานายศุภชัย บริจาคองค์กรการกุศลต่างๆในประเทศไทยมากมาย รวมถึงบุคคลสำคัญระดับสูง ถ้าวัดพระธรรมกายถูกเอาผิดเพราะรับเงินจากนายศุภชัย ผู้ที่รับบริจาครายอื่นๆ ก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่

3. และหากพิจาณาตามหลักการฟอกเงิน-รับของโจรแบบบ้านๆ จะได้ว่า

         3.1 เจ้าอาวาสฯรับบริจาคโดยเปิดเผย ซึ่งท่านยืนยันมาตลอดว่า ไม่ทราบที่มาของเงินฉะนั้น เมื่อสืบเจตนาแล้ว ตามหลัก คือ ไม่ผิด” ..จบ1! (แต่ถ้าผู้กล่าวหาจะเอาผิดให้ได้ จะต้องหาพยานหลักฐานมายืนยันให้แน่นหนา)

         3.2 นายศุภชัย กล่าวว่า เงินที่นำมาบริจาคให้กับวัดพระธรรมกาย เป็น เงินยืมจากสหกรณ์และได้ คืนสหกรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำถูกต้องตามหลักบัญชีดังนั้น เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ผิด..จบ2!

          3.3 หลักกฎหมายฟอกเงิน-รับของโจรอีกอย่าง ระบุว่า ถ้า มีมูลหนี้ต่อกันก็จะไม่เข้าข่าย แปลง่ายๆคือ มีธุรกรรม/ธุรกิจ/เป็นเจ้าหนี้-ลูกหนี้ ก็ไม่ใช่การรับของโจร-ฟอกเงิน เช่น นายศุภชัย เป็นหนี้นายโชค แล้วจ่ายเช็คให้นายโชค ตรงนี้นายโชคไม่ผิด.. เช่นกัน กรณีวัดพระธรรมกาย นายศุภชัย ประกาศเป็นเจ้าภาพอย่างเป็นทางการว่า จะรับเป็นเจ้าภาพสร้างศาสนาสถาน ซึ่งเป็นการบริจาคโดยมีวัตถุประสงค์และการรับบริจาค เป็นนิติกรรมสัญญาซึ่งมี มูลหนี้ที่มีผลผูกพันตามกฎหมายดังนั้น เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ผิด..จบ3!

          3.4 ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายมิได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของสมาชิกสหกรณ์ฯ ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วเรื่องราวภายในสหกรณ์มิได้เกี่ยวข้องกับทางวัด สหกรณ์ไม่ได้ล่มเพราะนายศุภชัยขนเงินบริจาควัด เนื่องจากบริจาคเพียงหลักร้อยล้าน แต่ที่ประเมินความเสียหายคือหมื่นล้าน แต่ด้วยความใจบุญของคณะลูกศิษย์วัด จึงระดมเงินกันช่วยเหลือเยียวยาสหกรณ์ฯ กว่า 600 ล้าน ซึ่งทางสหกรณ์ทำหนังสือขอบคุณและตกลงกันในชั้นศาลแล้วว่า ไม่มีเหตุต้องดำเนินคดีกับทางวัดและเจ้าอาวาส จึงถอนฟ้องรวมทั้ง ทางสหกรณ์ยังส่งหนังสือไปยัง ดีเอสไอ และ ปปง.ถึงความไม่ประสงค์จะดำเนินคดีอีกต่อไป ดังนั้น เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ผิด..จบ4!

            3.5 ก่อนหน้านี้ ทีมกฎหมายวัดพระธรรมกาย ยืนยันว่า ดีเอสไอ ไม่มีอำนาจหน้าที่มาตั้งข้อหารับของโจรหรือฟอกเงิน กับบุคคลที่นอกเหนือการระบุชื่อจากพนักงานอัยการ.. ดังนั้น เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ผิด..จบ5!


Cr. https://www.facebook.com/DawKhongGoo/






1 ความคิดเห็น:

  1. คนพาล กำลังพยายาม หาเรื่องเอาผิดพระ...เป็นกำลังใจให้ท่านและทีมงาน เอาชนะภัยพาลได้ในที่สุดนะครับ ...เพราะธรรมะย่อมชนะอธรรมเสมอ มันเป็นสัจจธรรมคู่โลก

    ตอบลบ

Blog Archive