กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

กรณีธรรมกาย : รู้จัก หลวงพ่อธัมมชโย ทั้งชีวิตอุทิศเพื่อสิ่งใด? ทุ่มเทเพื่อใคร? ตั้งใจจะทำอะไร? ทำ-ทำไม?



เชิญรับฟัง ... 

---------------------------------
.1)

หลวงพ่อธัมมชโย

หลวงพ่อคือผู้สร้างวัดและเลี้ยงวัด 

หลวงพ่อธัมมชโยเป็นผู้นำปัจจัยที่ญาติโยมถวายท่านตั้งแต่ยังไม่มีวัด มาสร้างวัดพระธรรมกายขึ้น ท่านเป็นผู้เลี้ยงวัด วัดเจริญก้าวหน้ามาได้ถึงปัจจุบันเพราะญาติโยมศรัทธาในตัวท่าน ท่านนำปัจจัยที่ญาติโยมถวายท่านเป็นการส่วนตัวมาสร้างวัด สร้างศาสนสถานมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท แม้ปัจจุบันปัจจัยค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของวัดพระธรรมกายก็มาจากที่ท่านบริจาคให้วัด

<< การกล่าวหาว่าท่านยักยอกเงินวัด ก็เหมือนกับกล่าวหาว่าพ่อที่เป็นผู้ให้เงินลูกใช้ ยักยอกเอาเงินของตัวเองที่ให้ลูกไป เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ หากท่านต้องการปัจจัย แค่ลดการบริจาคให้วัดลงก็พอแล้ว ข้อกล่าวหาว่าท่านยักยอกเงินวัดจึงขัดแย้งกับความเป็นจริง

<< ปัจจัยที่กล่าวว่าคืนวัดนั้น ความจริงเป็นปัจจัยของคณะศิษยานุศิษย์ที่อยากให้เรื่องจบจึงร่วมกันทำคำร้องถึงอัยการสูงสุด และลงขันกันตั้งกองทุนบริจาคให้วัด มากกว่ามูลค่าของเงินที่เป็นเหตุแห่งคดี

<< กรณีกล่าวหาว่าท่านยักยอกที่ดินของวัดไปก็เช่นกัน ญาติโยมถวายที่ดินให้กับท่านเป็นการส่วนตัว เพราะศรัทธาในตัวท่าน ในโฉนดก็ระบุเช่นนั้น ผู้ถวายก็ยังมีชีวิตอยู่ไปให้การกับศาลยืนยันว่าถวายให้ท่านเป็นการส่วนตัว ที่เกิดเป็นคดีขึ้นมาเหมือนเป็นเรื่องการเมืองที่จะหาเรื่องให้ได้ เพื่อตัดปัญหาท่านจึงโอนที่ดินให้วัด

<< แม้ปัจจุบันก็มีญาติโยมมาถวายที่ดินแก่ท่านเป็นการส่วนตัวทุกเดือน กล่าวยืนยันท่ามกลางประชุมชนถึง ๓ ครั้ง ว่าท่านจะเอาไปทำอะไรก็ได้ จะไปขายก็ได้ ไปสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมก็ได้ อัดวีดีโอเป็นหลักฐานไว้ด้วย ท่านก็ให้โอนที่ดินเหล่านั้นเข้ามูลนิธิใช้ประโยชน์เพื่อพระพุทธศาสนาต่อไป ท่านไม่เคยไปดูที่ดิน ไม่รู้ด้วยว่าอยู่ตรงไหน เขาถวายมาก็ส่งให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการต่อไปเพื่อประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา

หลวงพ่อคือผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนา 


<< เราสามารถสรุปได้อย่างชัดเจนอย่างหนึ่ง คือ พระเทพญาณมหามุนี เป็นผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างแน่นอน เราอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของท่าน ย่อมเป็นสิทธิส่วนบุคคล แล้วแต่จริตความชอบของแต่ละคน แต่ไม่อาจกล่าวหาว่า ท่านมีเจตนาไม่สุจริต เพราะผู้ที่มีเจตนาไม่สุจริต ทำเพื่อหวังลาภสักการะจะไม่ทำอย่างที่ท่านทำ และก็ทำไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างคน หรือสร้างศาสนสถาน เช่น

_การสร้างศาสนสถาน รองรับชาวพุทธได้ ๑ ล้านคน เป็นงานใหญ่ที่ต้องทำด้วยชีวิต เจดีย์ วิหาร ศาลา ศาสนสถานต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นมาจะกลายเป็นสมบัติของพระพุทธศาสนา โดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาทเดียว

_การสร้างพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนากว่า ๕,๐๐๐ รูป/คน ญาติโยมผู้มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนานับล้านคน

<< พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ศีล รู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมคนที่อยู่ด้วยกันเป็นสิบ ๆ ปี ใครนิสัยเป็นอย่างไรจะรู้กันหมด ถ้าท่านไม่ดีจริงจะไม่มีทางสร้างพระ เณร อุบาสก อุบาสิกาที่อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาได้เช่นนี้ ชีวิตของใคร ใครก็รัก จะสละชีวิตของตนได้ต้องชัดเจนแล้วว่าสิ่งนั้นดีจริง มีคุณค่าจริงเท่านั้น

การกระทำเชื่อได้มากกว่าคำพูด 


<< คนเราจะพูดอย่างไรก็ได้ ทั้งทางดีทางร้าย สิ่งที่เชื่อถือได้มากกว่าคำพูด คือ การกระทำโดยเฉพาะการกระทำที่ทำมาตลอดชีวิตกว่า ๕๐ ปี
*** เราไม่สามารถกล่าวหาผู้ทำความดีตลอดชีวิตว่าแกล้งทำได้ เพราะเมื่อทำตลอดชีวิตมันคือเรื่องจริง 

<< หากใครมีจริตชอบแบบไหน ให้ทุ่มเทความรู้ความสามารถของตนไปในทางสร้างสรรค์ ชวนคนไปปฏิบัติแบบที่ตนชอบให้มากๆ จะดีกว่า ถ้าทุกคนทำอย่างนั้น พระพุทธศาสนาจะเจริญก้าวหน้า สังคมจะสงบร่มเย็น ศีลธรรมจะกลับคืนมา

<< แต่ถ้าใช้พลังไปในทางทำลาย เอาแต่โจมตีใส่ร้ายป้ายสี มีแต่จะสร้างความแตกแยก ทำให้พระพุทธศาสนาอ่อนแอลง จนอาจจะสาบสูญไปจากแผ่นดินไทย ตัวผู้ทำก็ต้องแบกบาปมหาศาล

---------------------------------
.2)

พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) 

เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ปัจจุบันอายุ 70 ปี ท่านเริ่มศึกษาธรรมะเมื่อปี 2506 
ขณะเรียนอยู่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โดยได้ไปปฏิบัติสมาธิภาวนา
กับคุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ศิษย์เอกของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ

เมื่อจบสวนกุหลาบ ก็ได้เข้าศึกษาต่อที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 
ท่านเป็นผู้รักการปฏิบัติธรรมมาก ไปปฏิบัติกับคุณยายอาจารย์ทุกวัน 
ไม่เว้นเลยแม้แต่วันสอบไล่ปลายภาค

เมื่อสำเร็จการศึกษาในปี 2512 จึงได้ตัดสินใจอุปสมบทตลอดชีวิต เมื่อบวชได้เพียง 1 พรรษา 
คุณหญิงประหยัด แพทยพงศาวิสุทธาธิบดี มีจิตศรัทธาถวายที่ดินจำนวน 196 ไร่ 
ที่ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 
หลวงพ่อธัมมชโยจึงได้นำหมู่คณะเริ่มบุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกาย
มาตั้งแต่วันมาฆบูชา ปี 2513

วัดได้เจริญก้าวหน้ามาตามลำดับ มีญาติโยมมาปฏิบัติธรรมในวันสำคัญคราวละหลายหมื่นคน 
จนพื้นที่ไม่พอรองรับ ญาติโยมจึงได้รวบรวมปัจจัยซื้อที่ดินเพิ่ม 
ขยายมาเป็น 2,500 ไร่ ในปัจจุบัน



>> ลักษณะพิเศษของพระเทพญาณมหามุนี


น่าทึ่งว่าทำไมท่านจึงสามารถสร้างศรัทธาแก่สาธุชนนับล้าน 
ชวนคนเข้าวัดปฏิบัติธรรมในวันสำคัญได้คราวละหลายแสนคน ลักษณะพิเศษของท่านคือ

1. เป็นอยู่อย่างเรียบง่าย เป็นแบบอย่างแก่ศิษยานุศิษย์ 
กุฏิเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายมีขนาดเท่ากันกับกุฏิพระลูกวัดทุกประการ มีขนาด 3 × 4 ตารางเมตร 
ไม่มีแอร์ ไม่มีทีวี ไม่มีตู้เย็น มีเพียงเตียงไม้ โต๊ะเก้าอี้ไม้ 1 ชุด ตู้ 1 ใบ พัดลม 1 ตัว เท่านั้น

ปัจจุบันเมื่ออายุ 70 ปีแล้ว ต้องมีผู้ดูแลสุขภาพจึงย้ายมาอยู่ในกุฏิที่กว้างขึ้นแต่ก็เป็นกุฏิชั่วคราว 
โครงเหล็กฝายิบซั่มบอร์ด หลังคามุงด้วยกระเบื้องลอน พื้นปูเสื่อน้ำมัน มีโต๊ะ 1 ตัว วางอยู่ข้างเตียง 
และใช้เตียงไม้เป็นที่นั่งแทนเก้าอี้เวลาเขียนหนังสือ

2. รักความสะอาดและความเป็นระเบียบมาก ช่วงที่ท่านยังแข็งแรง ตกเย็นจะพาพระเณรกวาดวัด 
ตั้งแต่ท้ายวัดถึงหน้าวัด ระยะทางราว 1 กิโลเมตร เป็นประจำทุกวันเป็นปีๆ 
และพาพระเณรลงลอกคูคลองข้างวัด จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมวัดพระธรรมกายจึงสะอาด
และเป็นระเบียบ

3. เรียบง่ายไม่ชอบพิธีรีตอง เมื่ออยู่ในวัดกับพระเณร อุบาสก อุบาสิกา ท่านเป็นผู้เรียบง่าย 
ไม่ชอบพิธีการ ให้ความเมตตาเป็นกันเองกับทุกคน แต่เมื่อเป็นงานทางการ 
ท่านจะสั่งว่าต้องทำทุกอย่างให้เป็นระเบียบเรียบร้อยให้ดีที่สุด 
เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแต่เป็นการแสดงความเคารพบูชาพระรัตนตรัย

4. เป็นผู้มีวินัยเรื่องเวลาอย่างยิ่ง กิจวัตรประจำวันของท่านทุกอย่างจะเป็นเหมือน
ตารางเวลาที่กำหนดไว้เป๊ะๆ ทุกวันสม่ำเสมอ ใช้เวลาทุกนาทีอย่างคุ้มค่า 
ทำให้ทำงานได้มากทั้งการทำภาวนาและการสั่งงานต่างๆ

5. รักการปฏิบัติธรรมอย่างยิ่ง ตั้งแต่ยังเป็นนิสิตท่านก็ปฏิบัติธรรมทุกวันไม่มีเว้นเลย 
เมื่อบวชแล้วก็ยิ่งทุ่มเทให้กับการเจริญสมาธิภาวนา และอบรมสั่งสอนศิษยานุศิษย์
ให้รักการปฏิบัติธรรม เพราะนี่คือแก่นสารสาระที่แท้จริงของชีวิต

6. ถือธรรมเป็นใหญ่ มีความกล้าหาญในการตัดสินใจ สิ่งใดที่ถูกต้องท่านกล้าที่จะตัดสินใจ 
ทำสิ่งนั้นโดยไม่หวั่นเกรงสิ่งใดเลย เช่น แรกเริ่มญาติโยมมาวัดก็ใส่เสื้อหลากสี 
แต่เมื่อท่านสังเกตเห็น มีการประดับประดาเหมือนแต่งมาอวดกัน 
ท่านก็ชักชวนให้ทุกคนใส่ชุดขาวมาวัด ทำให้สะอาดตา เหมาะแก่บรรยากาศการปฏิบัติธรรม 
และเกิดความเสมอภาคกัน ตอนแรกไม่มีใครเห็นด้วย เกรงว่าญาติโยมจะหาว่าไปบังคับเขา 
เดี๋ยวจะไม่มาวัด ท่านบอกว่า ไม่เป็นไร ถ้าไม่มีใครมาวัด ท่านก็จะนั่งสมาธิรูปเดียว 
เมื่อประกาศบอกญาติโยมไป ช่วงแรกคนมาวัดก็ลดไปเกือบครึ่งหนึ่ง แต่ท่านก็ไม่หวั่นไหว 
เดินหน้าต่อไป สุดท้ายญาติโยมก็กลับมามากกว่าเดิม

7. กระจายงาน ท่านกระจายอำนาจการตัดสินใจให้พระภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา 
ทุกคนช่วยกันทำงาน ช่วยกันตัดสินใจตามหน้าที่ของตน 
ทำให้ทุกรูปทุกคนได้ใช้ศักยภาพของตนเต็มที่ งานจึงขยายตัวได้เร็ว 
ส่วนตัวท่านเองนั้นเป็นผู้มอบเฉพาะนโยบายสำคัญๆ และให้ทุกคนไปช่วยกันทำ 
ถ้าวัดรวมศูนย์การตัดสินใจทุกอย่างอยู่ที่เจ้าอาวาส จะไม่สามารถขยายงานใหญ่ได้ 
เพราะเวลาไม่พอ ดูงานไม่ทั่วถึง

ต่อกรณีที่มีข้อกล่าวหาท่านนั้น

คนเราจะพูดอย่างไรก็ได้ ทั้งทางดีทางร้าย สิ่งที่เชื่อถือได้มากกว่าคำพูด คือการกระทำ” 
โดยเฉพาะการกระทำที่ทำมาตลอดชีวิตกว่า 50 ปี

เราสามารถสรุปได้อย่างชัดเจนอย่างหนึ่งก็คือ ...
พระเทพญาณมหามุนีเป็นผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างแน่นอน 
เราอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย กับวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของท่าน 
นั้นก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล แล้วแต่จริตความชอบของแต่ละคน 
แต่ไม่อาจกล่าวหาว่าท่านมีเจตนาไม่สุจริต เพราะผู้ที่มีเจตนาไม่สุจริต 
ทำเพื่อหวังลาภสักการะ จะไม่ทำอย่างที่ท่านทำ และก็ทำไม่ได้ อาทิ

- สร้างศาสนสถาน รองรับชาวพุทธได้ 1 ล้านคน เป็นงานใหญ่ที่ต้องทำด้วยชีวิต 
เจดีย์ วิหาร ศาลา ศาสนสถานที่สร้างขึ้นมาก็จะเป็นสมบัติของพระพุทธศาสนา 
โดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาทเดียว

- สร้างพระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนากว่า 4,000 รูป / คน 
ญาติโยมผู้มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนานับล้านคน

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ศีล รู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมคนที่อยู่ด้วยกันเป็นสิบๆปี 
ใครนิสัยเป็นอย่างไรก็จะรู้กันหมด ถ้าท่านไม่ดีจริงจะไม่มีทางสร้างพระเณร 
อุบาสก อุบาสิกา ที่อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาได้เช่นนี้ ชีวิตของใครใครก็รัก 
จะสละชีวิตของตนได้ต้องชัดเจนแล้วว่าสิ่งนั้นดีจริง มีคุณค่าจริงเท่านั้น

เราไม่สามารถกล่าวหาผู้ทำความดีตลอดชีวิตว่าแกล้งทำได้ 
เพราะเมื่อทำตลอดชีวิตมันคือเรื่องจริง

หากใครมีจริตชอบแบบไหน ให้ทุ่มเทความรู้ความสามารถของตนไปในทางสร้างสรรค์ 
ชวนคนไปปฏิบัติแบบที่ตนชอบให้มากๆ จะดีกว่า ถ้าทุกคนทำอย่างนั้น 
พระพุทธศาสนาจะเจริญก้าวหน้า สังคมจะสงบร่มเย็น ศีลธรรมจะกลับคืนมา

แต่ถ้าใช้พลังไปในทางทำลาย เอาแต่โจมตีใส่ร้ายป้ายสี มีแต่จะสร้างความแตกแยก 
ทำให้พระพุทธศาสนาอ่อนแอลง จนอาจจะสาบสูญไปจากแผ่นดินไทย 
ตัวผู้ทำก็ต้องแบกบาปมหาศาล

พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) ถือเป็นพระภิกษุที่มีผลงานการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
โดดเด่นที่สุดรูปหนึ่งในปัจจุบัน จึงเป็นเป้าของการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก 
ท่านเป็นเหมือนทองคำแท้ที่ถูกเผาถูกทุบเพื่อพิสูจน์มาแล้วกว่า 50 ปี 
และก็ยังคงยืนหยัดเผยแผ่พระพุทธศาสนา สร้างคนดีให้สังคมต่อไป 
แม้ทำมาจนอายุท่านปีนี้ 70 ปีแล้วก็ตาม

หมายเหตุ ___ ขอขอบคุณข้อมูลจากพระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส วัดพระธรรมกาย


ท่านที่เห็นว่าผลงานของวัดหรือองค์กรพุทธใด ควรจะเป็นแบบอย่างได้ 
โปรดส่งข้อมูลอย่างละเอียดพร้อมภาพมาที่กล่องข้อความของเพจ 
เพื่อทางเพจจะได้ ตรวจสอบ ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม วิเคราะห์ เรียบเรียง 
เพื่อนำเสนอต่อสาธารณะต่อไป

Cr. พุทธสามัคคี








9 ความคิดเห็น:

  1. ท่านมีแต่ความปรารถนาให้ทุกคนพบความสุขที่มีอยู่ภายในตัวเองไม่ยากให้ผิดพล่ดในขีวิตและมีวิบากกรรมเพิ่มคะ

    ตอบลบ
  2. พระแท้..ผู้ให้ตลอดชีวิต

    ตอบลบ
  3. พระแท้..ผู้ให้ตลอดชีวิต

    ตอบลบ
  4. กราบอนุโมทนาค่ะ

    ตอบลบ
  5. เรารักหลวงพ่อธัมมชโย ขอให้หลวงพ่อหายป่วยโดยเร็วพลัน

    ตอบลบ
  6. เรารักหลวงพ่อธัมมชโย ขอให้หลวงพ่อหายป่วยโดยเร็วพลัน

    ตอบลบ
  7. เรารักหลวงพ่อธัมมชโย ขอให้หลวงพ่อหายป่วยโดยเร็วพลัน

    ตอบลบ
  8. เราเชื่อและรู้หลวงพ่อเราบริสุทธิ์

    ตอบลบ
  9. เราเชื่อและรู้หลวงพ่อเราบริสุทธิ์

    ตอบลบ

Blog Archive