กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

กรณีธรรมกาย : ดุสิตบุรี สวรรค์ชั้นที่ 4 มีปรากฎในพระไตรปิฎก! รู้ยัง ?

โลกยุคเทคโนโลยี ดีอย่างตรงที่ไปไหน มาไหน สื่อสารอะไร ก็รวดเร็วทันใจมนุษย์รีบร้อน
ได้ซะหมด, แต่ความที่วัตถุพัฒนา ท่ามกลางความอ่อนด้อยด้านพัฒนาทางจิตใจ
การพูดถึงผลของความดี ความชั่ว หรือ บุญ บาป กลายเป็นเรื่องไกลแสนไกล และแปลกแสนแปลก
สำหรับมนุษย์ยุควัตถุนิยม ไปแล้ว! ...
            ขอนำเรื่องของ "สวรรค์ ชั้นที่ 4 ดุสิตบุรี" มาเล่าให้ฟัง เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยของเพื่อนมนุษย์ระบบdigital  ดังนี้ 



คำถาม : คำว่า... “ดุสิตบุรี” ไม่มีปรากฏในพระไตรปิฎก   แต่เป็นคำศัพท์ที่ทางวัดพระธรรมกายบัญญัติขึ้นมาใหม่เพื่อหลอกให้คนมาทำบุญเยอะๆ ???

คำตอบ : คำว่า...ดุสิตบุรีก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีใครหลายๆ คนในโลกโซเชียล (โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีอคติกับวัดพระธรรมกาย)    ชอบนำไปตีประเด็นและนำไปล้อเลียนจนเป็นที่สนุกปากในสังคมออนไลน์    บางคนก็นำไปเหน็บแนมแบบไม่รู้จริงว่า... “คำนี้เป็นคำที่ไม่มีปรากฏในพระไตรปิฎก   แต่เป็นคำที่วัดพระธรรมกายบัญญัติขึ้นมาใหม่เพื่อหลอกล่อให้คนที่เข้าวัดมาทำบุญกันเยอะๆ”    หรือบางคนก็ค่อนขอดว่า... ดุสิตบุรีเป็นชื่อหมู่บ้านจัดสรรของชาวธรรมกาย”    หรือบางคนก็เหน็บแนมว่า... “ดุสิตบุรีอยู่ที่ไหนใครรู้บ้าง!!!  อยู่ในโลกหรือนอกโลก เป็นต้น.
 จากถ้อยคำเหน็บแนมที่ยกมาบางส่วน    ล้วนเป็นถ้อยคำของคนที่มีอคติกับวัดพระธรรมกาย   หรือคนที่ไม่เคยไปวัดพระธรรมกายแทบทั้งสิ้น    พอคนกลุ่มนี้ได้ยินได้ฟังอะไรนิดๆ หน่อยๆ ที่ตัวเองไม่เคยฟัง   จึงพยายามอวดรู้ (ทั้งๆ ที่ไม่รู้จริง) และนำมาตีประเด็นหรือตีความ (จนไม่ได้ความ) เพื่อให้คนเข้าใจวัดพระธรรมกายในทางที่ผิด
คราวนี้เราลองมาฟังข้อมูลแท้จริงกันบ้างว่า... “ดุสิตบุรี” แท้ที่จริงแล้วหมายถึงอะไร     สำหรับคำว่า... “ดุสิตบุรี” นั้น  คนที่เข้าวัดพระธรรมกายจะรู้ดีว่าคำนี้หมายถึง... “สวรรค์ชั้นที่ 4 หรือสวรรค์ชั้นดุสิต” ซึ่งเป็นที่ประทับของเหล่าพระบรมโพธิสัตว์ทั้งหลายรวมถึงเหล่าว่าที่พระอัครสาวกทั้งปวง    ที่สำคัญ...คำนี้ไม่ได้ถูกบัญญัติขึ้นใหม่โดยวัดพระธรรมกาย    เพราะมีปรากฏในคัมภีร์พระพุทธศาสนาอยู่หลายแห่ง  เช่น  ในพระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม 14 หน้า 42-43 ทีฆนิกาย มหาวรรค อรรถกถามหาโควินทสูตร ที่มีปรากฏดังนี้ 
            “ .....แม้ในอัตภาพถัดจากอัตภาพเป็นพระเวสสันดรนั้น   เสด็จดำรงอยู่ใน “ดุสิตบุรี” ตลอดพระชนมายุ    ก็ชื่อว่าทรงปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลแก่ชนมาก   พระองค์ทรงเห็นบุพนิมิต 5 อย่างใน “ดุสิตบุรี” นั้น ..... แล้วทรงจุติจาก “ดุสิตบุรี” …..

หรือ...ที่มีปรากฏในพระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม 32 หน้า 247 อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต อรรถกถาสูตรที่ 1 ดังนี้
“ ..... สมัยนั้นพระโพธิสัตว์พระนามว่า วิปัสสี จุติจาก “ดุสิตบุรี” บังเกิดในพระครรภ์ของพระอัครมเหสี ..... ”  เป็นต้น
จากตัวอย่างของคำว่า ดุสิตบุรี ที่มีปรากฏในพระไตรปิฎกที่ยกมาให้ดูนี้    ก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งจากที่มีปรากฏอยู่หลายๆ แห่งเท่านั้น   ถ้าใครต้องการค้นหาคำนี้เพิ่มเติมด้วยตัวเองก็สามารถไปค้นคว้าในพระไตรปิฎกและอรรถกถาแปลได้   
เพราะฉะนั้น...คำว่า “ดุสิตบุรี” จึงไม่ใช่คำที่ทางวัดพระธรรมกายบัญญัติขึ้นมาใหม่เหมือนอย่างที่ใครหลายๆ คนเข้าใจ   จริงๆ ก็เป็นเพียงแค่คำเรียก “สวรรค์ชั้นดุสิต” ที่ใช้ตามพระอรรถกถาจารย์เพื่อให้จดจำกันง่ายๆ ก็เท่านั้น     

ถ้าหากเข้าใจตรงกันแล้ว!!! ต่อไปโปรดอย่าเอาคำนี้ซึ่งถือเป็นของสูงไปล้อเลียนหรือตีประเด็นเพื่อสร้างความเข้าใจผิดให้กับชาวพุทธอีกเลย   มันบาปน่ะรู้ไหม!!!





0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Blog Archive