กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2559

กรณีธรรมกาย : เลขาธิการสังฆสภาแห่งอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือ, อินเดีย ถึงนายกรัฐมนตรีไทย โปรดปกป้องพระพุทธศาสนา และแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี บนพื้นฐานของความจริงถึง

ถึง                                                                                                                                           31  พฤษภาคม 2559
นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย
กรุงเทพฯ

เจริญพร ฯพณฯ ท่าน นายกรัฐมนตรี

                ข้าพเจ้า ในนามของตัวแทนชาวพุทธในอินเดีย ใคร่ขอเรียนให้ท่านได้พิจารณาว่า ปัจจุบันพุทธศาสนิกชนในอินเดียมีจำนวนน้อยกว่า 1% ของประชากรอินเดียทั้งหมด ทั้ง ๆ ที่ในช่วงก่อนปี ค.ศ. 300 ถึง ค.ศ.500 นั้น สองในสามของชาวอินเดียได้เปลี่ยนมาเป็นชาวพุทธ ซึ่งเป็นตัวอย่างของการล่มสลายของพระพุทธศาสนาในอินเดีย
                ชาวพุทธกลายเป็นศาสนากลุ่มน้อยที่อยู่ยังคงอยู่ในดินแดนต้นกำเนิดพระพุทธศาสนา ประเทศไทย เมียนร์มา และศรีลังกา เป็นความหวังในการฟื้นฟูธรรมะและพระพุทธศาสนา เราภาวนาและหวังว่า ประเทศเมืองพุทธเถรวาทนี้จะเข้มแข็ง ปกป้องและฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในประเทศของตนและในอินเดีย
                เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีข่าวต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิธรรมกาย กิจกรรมพระพุทธศาสนา และสถานการณ์ของชาวพุทธในจังหวัดทางใต้ของประเทศไทย เราชาวพุทธในอินเดีย มีความเป็นห่วงอย่างยิ่งต่ออนาคตของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย และจากประวัติศาสตร์ ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า พระพุทธศาสนาได้รับการปกป้องและส่งเสริมโดยพระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรม อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด
                แม้ว่าในบางครั้งเราอาจมีความเห็น หรือมุมมองที่ต่างกันในเรื่องพระพุทธศาสนา แต่เราต่างก็พยายามรักษา และส่งเสริมพระพุทธศาสนาไปตามแนวทางของแต่ละนิกาย เพื่อประโยชน์สุขของทุกคน และไม่ว่าจะมีรูปแบบแนวทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่แตกต่างกัน แต่เป้าหมายยังคงเหมือนเดิม นั่นคือ การทำงานเพื่อประโยชน์สุขของทุก ๆ ชีวิต
               เราทราบว่าวัดพระธรรมกายได้อุทิศการทำงานอย่างน่ายกย่องเพื่อมนุษยชาติอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย และเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปทั่วโลก ภายใต้การนำของ หลวงพ่อธัมมชโย (พระเทพญาณมหามุนี) และไม่ว่าข้อกล่าวหาต่อหลวงพ่อธัมมชโยนั้น จะด้วยมีอคติ หรือมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า เราใคร่ขอ ฯพณฯ ท่าน นายกรัฐมนตรี ได้โปรดพิจารณาแก้ไขปัญหานี้ โดยแนวทางสันติวิธี บนพื้นฐานของความจริง ความเมตตา การประกอบด้วยปัญญาและอุเบกขา
                หากมีข้อผิดพลาดประการใดอันควรได้รับการแก้ไข ได้โปรดคำนึงว่า มูลนิธิธรรมกายเป็นสถาบันชาวพุทธเถรวาทที่ใหญ่ที่สุดในโลก และควรได้รับการปกป้องและอนุญาตให้เผยแผ่พระพุทธศาสนาไปทั่วโลก และหลวงพ่อธัมมชโย (พระเทพญาณมหามุนี) ควรได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพในกระบวนการหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับมูลนิธิธรรมกายด้วยสันติวิธี


เจริญพร
พระ ดร.ธรรมะปิยะ
เลขาธิการสังฆสภาแห่งอินเดียตะวันออกเฉียงเหนือ

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Blog Archive