กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2559

สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ในหมู่ผู้ใช้ facebook



สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ในหมู่ผู้ใช้ facebook ที่เป็นชาวพุทธและชาวไทยทุกคนพึงระวัง 
ตั้งสติก่อนทำ ในขณะนี้ ได้แก่ ...

"การอนุโมทนาบาป"

เพจ "ห้องพระ คุยธรรมะกันเถอะ" อยากฝากจดหมายฉบับนี้ไปยังผู้ใช้เฟสบุ้คทุกๆคน

ถ้ากล่าวถึง การอนุโมทนาบาป นั่นก็หมายถึงเป็นการพลอยยินดีกับการด่า ว่าร้าย 
การพุ่งเป้าโจมตีผู้อื่น เบียดเบียนผู้อื่น ด้วยกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม 
ไม่ว่าผู้นั้น ผิดจริง หรือไม่ก็ตาม

เช่น เราร่วมกันแชร์ ร่วมกันด่าคนอื่นอย่างเมามัน 
ทันทีที่เราเห็นภาพการกระทำร้ายๆของคนๆหนึ่ง 
ที่เพื่อนแท็กมาให้ดู หรือใครก็ตามได้โพสภาพเอาไว้ 
แค่เพียงภาพๆเดียว ก็สร้างการเอารัดเอาเปรียบผู้เสียหาย 
โดยชวนกันรุมกันด่าเหมือนหมาล่าเนื้อ
/โดยไม่รอไต่สวน / โดยไม่พินิจพิเคราะห์ / 
โดยไม่ตระหนักถึงความมีเมตตาธรรมต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเป็นอันดับต้นๆตามที่ควรจะเป็น

และบางภาพ บางเหตุการณ์ก็เป็นการป้ายสีให้เกิดความเข้าใจผิด 
จนมีเดือดร้อน ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตอยู่

ถ้าเราทำมันลงไปโดยไม่ไตร่ตรอง เราเองต่างหากที่เผลอเป็นฝ่ายให้ร้ายผู้อื่น 
โดยปราศจากการพิสูจน์หลักฐาน ให้รู้เห็นตามความเป็นจริง

เด็กรุ่นใหม่ ก็ไม่มีใครมาคอยชี้แนะในเรื่องที่ควร หรือ ไม่ควร
ดูให้ดี

คำว่า "บ่อนทำลายชาติ" เริ่มเกิดจากตรงนี้ เริ่มจากการปล่อยให้เรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตัว 
แต่เป็นเรื่องที่เกิดต่างกรรม ต่างวาระ แล้วกลายเป็นประเด็นร้อนทางสังคม 
ที่มันคอยกล่อมเกลาลูกหลานของเรา ให้ดิ้นรน ให้กระสับกระส่าย มีอารมณ์ร่วมกับปัญหา
นอกเหนือไปจากปัญหาของตนเองที่ประสบอยู่ ทำให้เด็กๆของเรา 
เบนความสนใจจากปัญหาของตนเอง
แต่กลับไปลุ้น เร่ง เพ่ง จ้องอยู่กับเรื่องคนอื่น ที่ไกลตัว

เรื่องเหล่านี้ ถ้ายังนิยมชมชอบที่จะทำกันต่อไป เท่ากับเราได้ริเริ่ม 
บ่มเพาะความแตกแยกให้เกิดขึ้นในชาติ

การประทุษร้ายทางวาจา ทางข้อความ ที่เราได้เผลอทำต่อคนอื่น 
นับเป็นการสั่งสมอาวุธร้ายทางจิตใจเราเอง
และพร้อมจะรวมตัวกันร่วมกันเป็นหมู่คณะ เพื่อให้มีผลทางใด ทางหนึ่ง 
กับคนที่คิดต่างไปจากเราได้เดือนร้อน ทุกเข็ญ จนสาแก่ใจของเรา

ความคิดที่จะเบียดเบียนผู้อื่นอย่างมีอคติเช่นนี้ เป็นบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ 
และมีหลายๆชาติ ล่มสลายลงไปแล้วด้วยเหตุของปรากฏการณ์เช่นนี้

และนับวัน ก็มีโอกาสจะกลายเป็นความขัดแย้งอย่างรุนแรงในอนาคต 
ลุกลามไปจนกระทั่ง "สิ้นชาติ สิ้นเชื้อ ไม่เหลือความเป็นไทย"

การที่เพจ "ห้องพระ คุยธรรมะกันเถอะ" ได้บอกกล่าวเช่นนี้
ไม่ใช่เป็นการรณรงค์ โลกสวยนิยม และไม่ใช่การ มองโลกในแง่ดี
แต่เป็นเรื่อง มองโลกแห่งความเป็นจริง

ไตร่ตรองด้วยสติ แล้วจะเห็นว่าว่า เรื่องนี้เป็น
กฏแห่งการกระทำ ตามหลักพระพุทธศาสนาล้วนๆ
ที่เมื่ิอทำกรรมใดๆไปแล้ว จะมีผลสะท้อนกลับทั้งสิ้น
อาจทางใด ทางหนึ่ง หรือ หลายๆทาง

อุปมาภาษาบ้านๆ ก็เหมือนกับการผายลมใส่คนอื่น
เราเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

เหมื่อนการถ่มน้ำลายรดฟ้า น้ำลายบางหยดก็ตรงลงตรงหน้าของเราได้เสมอ

การให้โอกาสแก่ คนที่พลาดพลั้ง ได้มีโอกาสปรับปรุงตัวเอง
ถือเป็นแนวทางแรกๆที่คนพลั้งเผลอ ควรจะได้รับ
เพื่อกลับตัว กลับใจ กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

มันเป็นการสร้างวัฒนธรรมแห่งความถูกต้อง
และความมีมนุษยธรรมอันศิวิไล ที่หาได้ยาก
แต่มันทรงคุณค่า ต่อการดำรงอยู่ซึ่งความเป็นไทย

แม้เราพบเห็นเรื่องร้ายๆบนเฟสบุ้ค และจริงอยู่ ที่ทุกคนเชื่อว่า 
คนทำผิดควรได้รับโทษ แต่ก็ต้องเข้าใจว่า คนตัดสิน อาจไม่ใช่เรา

แต่ควรเป็นกฏของสังคมที่อยู่ภายใต้การยอมรับของทุกฝ่าย
กฏที่ครอบคลุม ทั้งผู้ต้องหา และผู้ถูกกล่าวหา รวมถึงผู้ให้คำตัดสิน 
แต่หากกฏนั้นไม่เป็นที่ยอมรับ ก็ควรร่วมกันปรับตามสมควร

จงมีเมตตาธรรมเป็นที่ตั้ง อย่าตกเป็นเครื่องมือของการใส่ร้าย
อย่านิยมชมชอบต่อการว่าร้าย และทำร้ายคนที่เราไม่ยินดี
เพราะมันเป็นการอนุโมทนาบาปจนติดเป็นนิสัยไม่ทันรู้ตัว

การรวมตัวกันโจมตีคนซักคนหนึ่ง ไม่ว่าด้วยวิธีใด เป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน 
เพราะคู่กรณี อาจจะไม่ใช่คนไทยทั้งประเทศ บางครั้งก็เป็นเรื่องของบุคคลที่หนึ่ง 
กับบุคคลที่สอง จึงไม่จำเป็นต้องไปดึงเอาคนทั้งประเทศมาคลุกเคล้ากับเรื่องส่วนตัว

ดังนั้นจงยกระดับจิตใจของตัวเองให้สูงขึ้น ไม่จมตัวเองลงสู่ห้วงแห่งปัญหา 
ไม่ซ้ำเติมสถานการณ์ ที่ได้เกิดไปแล้ว

ขอเรียนวิงวอนให้พยามยามใช้เทคโนโลยีอย่างมีสติ

ความเมตตานั้น เพียงเริ่มต้นที่ตัวเอง ปัญหาสังคมก็ลดลงไปอีกระดับหนึ่งแล้ว

ให้อภัยต่อคนที่กำลังเขลา เท่ากับยกใจเราเหนือกองทุกข์


ด้วยความสำนึกดีจาก
เพจ @ห้องพระ คุยธรรมะกันเถอะ

http://www.facebook.com/dhammaroom
ร่วมแบ่งปัน ธรรมะดีๆไปกับเรา 
เพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมอันดีงาม ผดุงความเป็นไทย
------------------------------------------------------------------------------------





กรณีธรรมกาย วงใน
วิชชาธรรมกาย
วัดพระธรรมกาย UNSEEN
Dhammakaya Méditation Technique 
https://dhammakayafacts.wordpress.com/ 
www.ธรรมกาย.com 
เจ้าคุณเบอร์ลิน  





0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Blog Archive