กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2559

กรณีธรรมกาย : เมื่อลิงตัวหนึ่ง ถวายน้ำผึ้งแก่พระพุทธเจ้า! อรรถาธิบาย Thai Monks!



คำชี้แจง แก้ไข ต่อคนที่ยังเข้าใจผิด
การที่ Thai Monks เผยแพร่ข้อมูลว่า
"ลิงตัวหนึ่ง ปล้นน้ำผึ้งมาจากรัง
ลิงตัวนั้นเป็นโจร
ถ้าลิงตัวนั้น ถวายน้ำผึ้งแก่พระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้า รับของโจร หรือไม่ ? "

-----
อ้างอิงโพสเก่าที่เผยแพร่ไปแล้ว
------

ตรงนี้ ไม่ใช่การล่วงเกินกล่าวหาว่า
พระพุทธเจ้ารับของโจร
แต่เป็นการจับประเด็นคำถามว่า

การกระทำของลิง ทำให้พระพุทธเจ้าตกอยู่
ในฐานะรับของโจรหรือไม่

ซึ่งเป็นการ ยกข้อมูล ความจริงที่มีอยู่ในธรรมบท
มาแสดงให้เห็นว่า

เหตุการณ์ความเป็นไปในธรรมบท เรื่องช้างปาลิไลยกะ 
กรณีลิงปรนนิบัติพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยการถวายน้ำผึ้งที่ยังมีตัวอ่อนผึ้งอยู่
แต่พระพุทธเจ้าไม่ทรงรับ
ครั้นลิงเอาตัวอ่อนของผึ้งออกก่อนแล้ว
(ผึ้งจะตายหรือไม่ตายก็ตาม)
พระพุทธเจ้าก็ทรงรับ และทรงเสวยน้ำผึ้ง

เรื่องนี้สอนอะไร...

เรื่องนี้สอนว่า ความเป็นไปแห่งจิต
"ของปฏิคาหก ผู้รับ" บริสุทธิ์
แต่ทายกผู้ถวายมีเจตนา ถวายทาน
เพื่อบำรุงพระวรกายของพระศาสดา

แต่พระศาสดาไม่ทรงตรัสถามถึงที่มาแห่งวัตถุทาน
เพราะเป็นกรรมของผู้ถวายทานโดยประการเดียว
และไม่เกี่ยวด้วยพระองค์

พระสงฆ์ #ที่รับวัตถุทาน จึงไม่มีทางยินดี
หากใครถวายทานโดยนำ
วัตถุทานที่ไม่บริสุทธิ์ มาถวาย
เพราะการทำมาหากินเพื่อให้ได้ทรัพย์
เป็นเรื่องของโยม พระไม่เกี่ยว

เฉกเช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ก็มิได้ทรงเกี่ยวข้องด้วยการ ฆ่าผึ้งตายโดยลิง

การหาวัตถุทาน คือน้ำผึ้ง
เป็นเพียงการขวนขวายในบุญของลิงเอง

พระสงฆ์ที่รับวัตถุทาน ก็เช่นกัน

มีเจตนาในการอนุเคราะห์โปรดสัตว์ที่รักการทำบุญ

แต่ไม่ยินดีในการ ได้มาซึ่งวัตถุทานอันไม่บริสุทธิ์

ตรรกะนี้ หากมองมุมนี้
ไม่ได้เป็นการ ยกใครเทียบเท่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เพียงแต่ชี้แจงให้เห็นถึงเจตนาเท่านั้น

และก็ขออภัยสำหรับผู้ที่ เข้าใจกันไปต่างๆ นานา
ว่า ใช้ตรรกะที่ผิด หรือ เปรียบเทียบไม่เหมาะสม

---------------------------------------
ดังนั้น จึงขอแสดงเจตนาอันบริสุทธิ์ว่า จะ
กราบขอขมาต่อพระรัตนตรัยเอาไว้ตรงนี้ด้วย

จะได้สบายใจ ต่อคนที่คิดว่า
Thai Monks แสดงถ้อยคำไม่เหมาะสม
ต่อพระพุทธองค์

-----------------------------------------

บทสวด

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา
พุทเธ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง
พุทโธ ปฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง
กาลันตะเร สังวะริตุง วะ พุทเธ

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา
ธัมเม กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง
ธัมโม ปฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง
กาลันตะเร สังวะริตุง วะ ธัมเม

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา
สังเฆ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง
สังโฆ ปฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง
กาลันตะเร สังวะริตุง วะ สังเฆ

บทแปล

ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี
กรรมน่าติเตียนอันใด
ที่ข้าพเจ้ากระทำแล้ว ในพระพุทธเจ้า
ขอพระพุทธเจ้า จงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น
เพื่อการสำรวมระวัง ในพระพุทธเจ้า ในกาลต่อไป

ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี
กรรมน่าติเตียนอันใด
ที่ข้าพเจ้ากระทำแล้ว ในพระธรรม
ขอพระธรรม จงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น
เพื่อการสำรวมระวัง ในพระธรรม ในกาลต่อไป

ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี
กรรมน่าติเตียนอันใด
ที่ข้าพเจ้ากระทำแล้ว ในพระสงฆ์
ขอพระสงฆ์ จงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น
เพื่อการสำรวมระวัง ในพระสงฆ์ ในกาลต่อไป

นับจากนี้ ผู้ใดที่ กล่าวหา Thai Monks ว่า
ล่วงเกินพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ข้าพเจ้าขอปฏิเสธ ข้อกล่าวหานั้น

ขอให้รับทราบว่า ข้าพเจ้าได้ขอขมา
ต่อพระรัตนตรัยด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ตั้งแต่ ก่อนที่ใครจะมากล่าวหาแล้ว

ขอให้ท่านสำรวจตัวเองด้วยว่า
กำลัง จาบจ้วง ล่วงเกิน
ติเตียนพระสงฆ์ โดยไม่ไต่สวนอยู่ด้วยหรือเปล่า

Thai Monks

08/เม.ย/59







0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Blog Archive