กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ทำไมคนเรายังทำความผิด ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ดี

คำถาม:          

หลวงพ่อเจ้าคะ ลูกอยากกราบเรียนถามหลวงพ่อเจ้าค่ะ ทำไมคนเราถึงชอบทำความผิด ทั้งๆ ที่รู้ตัวว่าสิ่งนั้นไม่ดี และจะแก้ไขได้อย่างไรบ้างคะ

คำตอบ:    

ทั้งๆ ที่รู้ว่าสิ่งนั้นผิด  อะไรๆ ไม่ดีก็รู้หมด แต่อดไม่ได้ที่จะไปทำมันอีก ปัญหานี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดกับเรา  มันเกิดมาพร้อมกับโลกใบนี้เกิด เพราะใจมนุษย์คุ้นกับกิเลส  เหมือนปลาคุ้นน้ำ  ลองจับปลาเป็นๆ โยนขึ้นมาบนบก แล้วจะเห็นว่า  มันอยู่เฉยๆ หรือมันดิ้น จะเห็นว่ามันพยายามดิ้นจะกลับลงน้ำ  ซึ่งความจริงในน้ำน่าจะหายใจไม่ออก น่าจะสำลัก อยู่บนบกน่าจะหายใจคล่อง มันไม่ใช่  เพราะมันเป็นปลา มันคุ้นกับน้ำ มากกว่าคุ้นกับอากาศ มันก็เลยดิ้นจะกลับลงน้ำต่อไป

                ใจเราคุ้นอยู่กับกิเลส เมื่อเราอยู่ในท้องแม่  กิเลสก็ฝังอยู่ในใจ ติดตัวข้ามภพข้ามชาติมาแล้ว  เมื่อเป็นอย่างนี้ก็เลยบีบคั้นใจเรามาตั้งแต่เกิด  บีบคั้นมาข้ามชาติยังไม่พอ  ชาตินี้บีบต่ออีก ให้เราคุ้นกับความไม่ดี เหตุนี้เองแม้รู้ว่าอะไรที่เป็นความดี  ยังไม่ค่อยอยากทำเลย  กลับย้อนไปทำความไม่ดีเสียอีก ใจคุ้นกับกิเลสเหมือนปลาคุ้นน้ำ

                 เพราะฉะนั้นในการแก้ไขตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย  เรามีความจำเป็นที่จะยึดหลักง่ายๆ ในการแก้ไขตัวเองก็คือ  นอกจากเราจะศึกษาให้รู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว สิ่งที่ต้องทำเพิ่มนั้น มีอะไรบ้าง

                 ๑.  หาคนที่เขามีกำลังใจในการประกอบคุณงามความดี หรือคนที่เขาเคยไม่เข้าท่าเหมือนเรามาก่อน  แต่วันนี้เขาชนะใจตนเองได้แล้ว    หาคนประเภทนี้มาเป็นครูให้ได้  ถ้าได้  โชคดียิ่งกว่าถูกล็อคเตอรี่รางวัลที่ ๑ ร้อยครั้ง  แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร สิ่งที่ต้องทำต่อคือ หัดเพิ่มกำลังใจให้กับตัวเอง  วิธีเพิ่มกำลังใจให้ตัวเอง ทำอย่างไร?

                 หาคนที่เขาพอรู้ใจ  แล้วเขาก็มีความปรารถนาดีต่อเรา อยากให้เราเป็นคนดียิ่งๆ ขึ้นไป  ได้ใกล้ชิดกับท่านเหล่านี้บ่อยๆ ก็จะได้กำลังใจจากท่านมาบ้าง แต่ก็จะช่วยได้เป็นเพียงครั้งคราว

                 มันเป็นหน้าที่ของเรา ที่จะต้องสร้างกำลังใจเอง  ในการสร้างกำลังใจให้กับตัวเองก็มีหลักง่ายๆ หลักขั้นต้น  ลองตรองดูว่าความผิดไม่เหมาะไม่ควรอะไร ต่างๆ นานา มีโทษทางบ้านเมืองขนาดไหน  มีโทษต่อการงานความเจริญก้าวหน้าของเราขนาดไหน พิจารณาให้มากๆ

                อีกเรื่องหนึ่ง ให้หนักเข้าไปอีกว่า โทษในฐานะที่เป็นความชั่ว นรกขุมไหนรอเราอยู่ ต้องลงโทษตัวเองกันขนาดนั้น  การลงโทษตัวเอง ตำหนิตัวเองแรงๆโดยเอานรกเป็นตัวตั้ง มันก็เป็นการให้กำลังใจได้อย่างหนึ่งเหมือนกัน ตรงนี้คงต้องไปถามท่านผู้รู้ ท่านที่ฝึกสมาธิ(Meditation)มามาก แตกฉานธรรมะมามาก แล้วท่านจะมีวิธีแนะนำหรือชี้ขุมนรกต่างๆ ให้ฟัง

                 เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จะทำให้เราเกิดความอายบาป กลัวบาปขึ้น คือมีหิริโอตัปปะเพิ่มขึ้นนั่นเอง และพลังแห่งความอายบาป กลัวบาป อายชั่ว กลัวนรกของเรา จะเป็นพลังขับดันให้เรา กล้าที่จะฝืนใจไม่ย้อนกลับไปทำความชั่วอีก  นี่เป็นประการที่ ๑.

                 ประการที่ ๒.  หมั่นนั่งสมาธิเยอะๆ ถ้าไม่มีกำลังใจในการนั่งสมาธิ ก็บอกได้คำเดียว “รีบตกนรกไปเถอะ” มันเป็นเรื่องที่เมื่อรู้แล้วมันจะต้องสู้ เพราะธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าช่วยได้เฉพาะคนที่คิดจะช่วยตัวเอง  ถ้ายังไม่คิดจะช่วยตัวเอง ใครก็ช่วยเราไม่ได้ เพราะวิธีช่วยตัวเองและเพิ่มกำลังใจให้กับตัวเองที่ดีอีกอย่างหนึ่ง  ก็คือการนั่งสมาธินั่นเอง ให้นั่งไป ถึงแม้จะเมื่อยบ้าง ง่วงบ้าง สัปหงกบ้าง  ก็ไม่เป็นไร หลับตาแล้วก็ยังมืดมิด คิดอะไรก็ไม่ออก ก็ช่างมัน  ทำไปสักระยะหนึ่ง ไม่ช้าใจก็จะสงบ  แล้วใจมันก็จะนิ่ง จะสว่างขึ้นมาได้เอง  นี่เป็นวิธีสร้างกำลังใจให้กับตัวเองวิธีที่ ๒.

                 นอกจากตรึกนึกนรกแล้ว ยังตรึกนึกถึงธรรมะ แล้วทำสมาธิไป ยังมีอีกวิธีหนึ่ง ความจริงแล้วเป็นวิธีประกอบ แต่ว่าก็ได้ผลดี คือปู่ย่าตาทวดของเราก็ทำให้ดูเป็นตัวอย่างแล้ว  แต่ว่าคนรุ่นหลังไม่ค่อยทำตาม โดยท่านมีห้องพระเอาไว้ให้  เหมือนจำลองเอาพระนิพพานมาไว้ในบ้าน เอาไว้สวดมนต์ นั่งสมาธิอย่างที่ว่า

                แล้วในห้องพระนั้น พระพุทธรูปก็มี รูปบรรพบุรุษของตัวเองที่ตั้งวงศ์ ตั้งตระกูล ตั้งฐานะมาได้ ก็มี ท่านประกอบคุณงามความดีไว้มาก รูปดีๆ ติดไว้ให้รอบบ้าน  ที่ทำงานด้วย ไม่เฉพาะภาพของบรรพบุรุษที่สร้างตระกูลเรามา แม้แต่บรรพบุรุษของชาติ  เอารูปของท่านมาติด  แล้วกำลังใจของเราจะเพิ่มขึ้น

                และรูปที่ไม่เหมาะสมทั้งหลาย ภาพเกี่ยวกับอบายมุข เอาไปทิ้งเสียให้หมด มีเอาไว้ก็อัปมงคล เทวดาจะไม่อยากมาลงรักษาบ้านเรา

             อะไรที่เป็นอุปกรณ์ส่งเสริมความดี เอามาจัดเตรียมไว้ให้เต็มบ้าน รูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ท่านบำเพ็ญพระราชกรณียกิจให้กับพสกนิกรมาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์  ไม่ทรงเห็นแก่ความเหนื่อยยากใดๆ เลย ควรมีท่านเอาไว้บูชา แล้วเราก็ทำความดีตามท่าน

             ยิ่งไปกว่านั้น  สำหรับผู้ชายใครที่เคยบวช รูปตัวเองสมัยบวช รูปของพระอุปัชฌาย์ ควรเอามาติดไว้ดูจะได้นึกถึงความดีที่เคยทำ  อย่างนี้บรรยากาศในการสร้างความดี ทั้งที่ทำงาน ทั้งที่บ้าน แม้ห้องพระ ห้องนอน มันพร้อมหมด อย่างนี้กำลังใจที่จะสู้กับกิเลส กำลังใจที่จะเพิ่มพูนความดีให้กับตัวเอง มันจึงจะทับทวีนับอสงไขยไม่ถ้วนให้กับเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แล้วเราก็จะสามารถทำความดีจนคุ้น กลายเป็นคนดีที่โลกต้องการ


โดย พระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทัตตชีโว)
เรียบเรียง จาก รายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC
www.dmc.tv
--------------------------------




1 ความคิดเห็น:

  1. สื่อคือดาบสองคม สื่อออกมาดูทำให้คนเสพสื่อมีกำลังใจมีกำลังใจในการทำความดียิ่งๆขึ้นไปก็ได้บุญมหาศาล แต่ถ้าทำให้คนเข้าใจผิดจิตมืดบอดเพราะสื่อที่เราเสนอนั้นแหละคืออันตรายสำหรับชีวิตสื่อมหานรกเป็นที่ไปชั่วกัปกัลป์ชั่วกัลป์

    ตอบลบ