กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559

พระราชกรณียกิจด้านการศาสนา



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นพุทธมามกะ
ดังจะเห็นได้จากการที่พระองค์ทรงผนวชในพระพุทธศาสนา
และประพฤติปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระพุทธศาสนา

พระองค์ทรงเสด็จออกผนวชเป็นเวลา ๒ สัปดาห์
โดยเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๔๙๙ เวลาบ่ายโมงทรงผนวช
โดยมีสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์สมเด็จพระสังฆราชเป็นพระอุปัฌาย์
พระศาสนโสภณเป็นพระกรรม วาจาจารย์
และสมเด็จพระวันรัตเป็นผู้ถวายอนุสาสน์
ทรงได้รับพระสมณนามจากพระ ราชอุปัธยาจารย์ว่า “ภูมิพโล”
ทรงประทับที่พระตำหนักปั้นหยาในวัดบวรนิเวศวิหาร
และทรงลาสิกขาเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๔๙๙


ในระหว่างที่ทรงผนวช
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติพระองค์
ตามแนวทางแห่งพระภิกษุสงฆ์โดยทั่วไปอย่างเคร่งครัด
ทรงลงพระอุโบสถทำวัตรและออกบิณฑบาตเป็นประจำทุกวันมิได้ขาด
ซึ่งภาพที่พระองค์ทรงเป็นพระภิกษุและออกบิณฑบาตนั้นเป็นภาพที่ประทับใจ
พสกนิกรชาวไทยอยู่มิรู้ลืม

พระราชกรณียกิจในด้านการศาสนาที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การที่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ
ให้จัดทำพระพุทธรูปปางมารวิชัยขึ้น เรียกว่า “พระพุทธนวราชบพิตร”
เป็นพระพุทธรูปประจำรัชกาล
โดยที่ฐานบัวหงายของพระพุทธนวราชบพิตรได้บรรจุพระพุทธรูปพิมพ์ “กำลังแผ่นดิน” 
หรือ “หลวงพ่อจิตรลดา” ไว้ ๑ องค์  
สำนักพระราชวังได้วางระเบียบเกี่ยวกับพระพุทธนวราชบพิตรไว้ว่า 
เมื่อจังหวัดต่างๆ ได้รับ พระพุทธนวราชบพิตรไปแล้ว 
เมื่อใดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปยังจังหวัดใด 
ก็ให้อัญเชิญพระพุทธนวราชบพิตรมาประดิษฐาน 
เพื่อให้พระองค์ทรงสักการะด้วยพระพุทธนวราชบพิตร 
จึงเปรียบเสมือนตัวแทนแห่งองค์พระเจ้าอยู่หัว 
เป็นศูนย์รวมแห่งความจงรักภักดีที่มีอยู่ทั่วประเทศไทย


นอกจากนี้แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงให้การอุปถัมภ์แก่คณะสงฆ์ไม่เคยขาด 
เช่น การพระราชทานสมณศักดิ์แก่คณะสงฆ์ 
ดังจะเห็นปรากฎอยู่ในพระราชพิธีต่างๆ เช่น พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา เป็นต้น 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงให้การทำนุบำรุงและบูรณะวัดต่างๆ เรื่อยมา 
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกวัดราษฎร์ให้เป็นพระอารามหลวง 
ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวนหนึ่ง 
เพื่อนำไปสร้างวัดญาณสังวราราม มหาวิหาร จังหวัดชลบุรี 
และวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก กรุงเทพมหานคร 
พร้อมกับทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ 

นอกจากนี้ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์เพื่อบูรณะปฏิสังขรณ์วัดวาอารามต่างๆ ที่ชำรุดทรุดโทรม  และพระราชกรณียกิจที่สำคัญเกี่ยวกับการทำนุบำรุงพระศาสนาอีกประการ 
ในรัชกาลของพระองค์คือ การสร้างพระพุทธมณฑล 
โดยพระบาทสมเด็จพะรเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริจะจัดสร้างขึ้น 
เพื่อฉลองมงคลกาลสมัยที่พระพุทธศาสนามีอายุครบ ๒๕๐๐ ปี 
ในวันวิสาขบูชา ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๐๐ 
ทางรัฐบาลมีมติเห็นชอบกับข้อเสนอของคณะกรรมการจัดงานเฉลิมฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ 
ว่าควรมีการสร้างปูชนียสถานเป็นพุทธศูนย์กลางอุทยานทางพุทธศาสนา 
ดังนั้นจึงมีมติให้จัดสร้าง “พุทธมณฑล” ขึ้น ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกันระหว่าง อ. สามพราน และอ.นครชัยศรี จังหวัดนครปฐม 
และได้ถวายบังคมทูลอัญเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
เสด็จไปวางศิลาฤกษ์ในวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๔๙๘ 
และได้มีงานเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่พระพุทธศาสนาดำรงมาครบ ๒๕ ศตวรรษ 
ในระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๐๐

การบำเพ็ญพระราชกุศล

สำหรับการบำเพ็ญพระราชกุศลในวันสำคัญทางศาสนานั้น 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงปฏิบัติอยู่เป็นนิจ 
พระราชกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญเป็นประจำทุกปี ในวันสำคัญทางศาสนาคือ

๑.วันมาฆบูชา

            พระราชพิธีเนื่องในวันมาฆบูชาของพระเจ้าแผ่นดินในราชวงศ์จักรี 
เรื่มมาตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ 
โดยจะประกอบพิธีในบริเวณวัดพระศรีรัตนศาสดาราม 
แต่หากเมื่อใดที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 
ทรงเสด็จไปยังสถานที่สำคัญทางศาสนาในหัวเมือง เช่น 
พระปฐมเจดีย์ พระพุทธบาท พระพุทธฉาย 
ก็จะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในมหาฤกษ์มาฆบูชาในสถานที่นั้นๆ


            ครั้นในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช 
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหน้าที่กองพระราชพิธี สำนักงานพระราชวังทำเทียนรุ่ง 
(เทียนที่จุดได้ตลอดคืน) ไปตั้งถวาย ณ ที่ประทับเพื่อทรงเจิม 
โดยพระราชทานให้แก่อารามหลวงใช้ในราชการบูชากพระรัตนตรัย 
เมื่อถึงวันมาฆบูชาในช่วงบ่าย 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
จะเสด็จไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม 
หากไม่ได้เสด็จด้วยพระองค์เองก็จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ 
ให้สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ พระองค์ใดพระองค์หนึ่ง
เสด็จเป็นผู้แทนพระองค์เป็นประจำเรื่อยมา

๒. พระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรง พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรประจำฤดู

พระแก้วมรกต พระพุทธมหามณีรัตนปฎิมากร
            เมื่อคราวที่สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกขึ้นครองราชย์ 
ได้ทรงสร้างบ้านเมืองใหม่และย้ายพระนคร 
ได้ให้มีการสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดารามไว้ในเขตพระราชวัง 
และทรงอัญเขิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานในพระอุโบสถแล้วทรงพระกรุณา 
โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเครื่องทรงสำหรับฤดูฝนและฤดูร้อนถวาย 
ครั้นต่อมาในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๓ ทรงโปรดเกล้าฯ 
ให้สร้างเครื่องทรงสำหรับฤดูหนาวเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่ง 

            พระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร 
ถือเป็นพระราชพิธีที่สำคัญอีกพระราชพิธีหนึ่ง 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเสด็จพระราชดำเนินไปเปลี่ยนเครื่องทรงเองเป็นประจำทุกปี 
โดยเครื่องทรงแต่ละประเภทนั้นจะเปลี่ยนในวันที่เปลี่ยนฤดู 
หากในคราใดที่ไม่ได้ทรงเสด็จไปด้วยพระองค์เอง 
ก็จะโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าพระบรมวงศ์เธอพระองค์ใดพระองค์หนึ่งเสด็จไปแทน

๓. วันวิสาขบูชา

วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญอักวันหนึ่งของชาวพุทธเรายึดถือกันมาช้านาน 
เพราะวันวิสาขบูชานั้นเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงประสูติ ตรัสรู้และปรินิพพาน 
พุทธศาสนิกชนจึงพร้อมใจกันทำพิธีสักการบูชาในวันนี้ 
พระมหากษัตริย์ไทยเองก็เช่นกัน ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในวันวิสาขบูชามาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย 
และได้มีพระราชพิธีนืเรื่อยมาจากอยุธยา กรุงธนบุรี จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์

            พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันวิสาขบูชา 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ 
ให้จัดเป็นพระราชพิธีสองวันติดต่อกันคือ เป็นงานวันตั้งเปรียญวันหนึ่ง 
และเป็นส่งของงานพระราชพิธีวิสาขบูชาอีกวันหนึ่ง 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเริ่มเสด็จพระราชดำเนินในพระราชพิธีวิสาขบูชา 
ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามด้วยพระองค์เองเป็นครั้งแรก เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๓

            ในบางปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จแปรพระราชฐาน
ไปประทับแรมนอกพระนคร ก็จะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในวันวิสาขบูชา 
ณ วัดใกล้ที่ประทับแรม ส่วนในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม 
ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชวงศ์ทรงปฏิบัติราชภารกิจแทนพระองค์ 
ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๐๕ เป็นต้นมา 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 
ได้เสด็จพระราชดำเนินไปบำเพ็ญพระราชกุศลตามสถานที่ต่างๆ เช่น 
พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม วัดพระมหาธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช 
วัดโสธรวรมหาวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นต้น นับแต่พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นต้นมา 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่สำคัญๆ ทางศาสนา 
เพื่อบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันวิสาขบูชาเป็นส่วนพระองค์เรื่อยมา 
โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จแทนพระองค์ 
เพื่อประกอบพระราชพิธีวิสาขบูชา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

๔. พระราชพิธีวันถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า

            พระราชพิธีอัฎฐมีบูชาหรือพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า 
จะมีขึ้นในวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ หรือนับต่อเนื่องไปจากวันวิสาขบูชาอีก ๘ วัน 
ซึ่งเป็นวันคล้ายวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ 
พระราชพิธีนี้เป็นพระราชศรัทธาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันโดยเฉพาะ 
โดยทรงกำหนดให้เป็นพิธีหลวง และได้มีพระราชอุทิศเทียนรุ่ง
เพื่อบูชาพระรัตนตรัยให้แก่อาราม ๗ แห่ง


๕.พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและพระราชพิธีเข้าพรรษา

            เป็นพระราชพิธีที่พัฒนามาจากพระราชพิธีหล่อเทียนพรรษา 
และฉลองเทียนพรรษาซึ่งมีอยู่แต่เดิม ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ 
ให้กำหนดพระราชพิธีอาสาฬหบูชาเพิ่มขึ้น จนกลายเป็นงานพระราชพิธี ๒ พระราชพิธีต่อเนื่องกัน

            การหล่อเทียนพรรษาเป็นพระราชพิธีที่พระมหากษัตริย์ไทย 
ทรงปฏิบัติต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ตอนต้นกรุงรัตนโกสินทร์ 
โดยการหล่อเทียนพรรษาจะมีขึ้นในเดือน ๗ ก่อนวันเข้าพรรษา 
และเมื่อหล่อเสร็จแล้จะนำไปถวายยังวัดต่างๆ ไว้สำหรับจุดบูชาพระรัตนตรัยตลอดช่วงเข้าพรรษา 
ในตอนต้นรัตนโกสินทร์นั้นจะหล่อเทียนด้วยสีผึ้ง 
จนกระทั่งถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิกการหล่อเทียนด้วยสีผึ้งเสีย 
โดยมีพระกระแสรับสั่งให้ทำเป็นไม้ปั้นลายรักปิดทองแทน 
แล้วให้ทำเป็นตะกั่วสำหรับหยอดสีผึ้งลงไปสำหรับใช้จุดในวันแรกส่วนวันอื่นๆ นั้น
ให้ใช้การเติมน้ำมันลงไปแทน สำหรับเทียนสีผึ้งอย่างเก่า
ให้คงไว้เฉพาะที่วัพระศรีรัตนศาสดารามและวัดต่างๆ อีกเพียงไม่กี่แห่ง

            พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเนื่องในพระราชพิธีเข้าพรรษา
มาตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์ จวบจนกระทั่งปัจจุบัน 
โดยจะพระราชทานเทียนพรรษาให้แก่วัดต่างๆ ทั่วประเทศ 
ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมือง รวมถึง ๖๔ วัด นอกจากนี้ยังทรงพระราชทานพุ่มเทียนให้แก่พระสงฆ์ 
โดยพระสงฆ์ที่ได้รับพระราชทานพุ่มเทียน จะเป็นสมเด็จพระสังฆราช 
สมเด็จพระราชาคณะ รองสมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ พระเปรียญธรรม ๙ ประโยค 
และพระครูสัญญาบัตรตั้งแต่เจ้าอาวาสอารามหลวงชั้นตรีขึ้นไปกับพระนาคหลวง



๖. พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระกฐิน


            เป็นพระราชกรณียกิจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญมาเป็นประจำทุกปี 
เพื่อทรงพระอนุเคราะห์ให้หมู่สงฆ์ได้รับประโยชน์ในทางพระวินัย 
การถวายกฐินในปัจจุบันแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท ตามฐานะของวัดที่ได้รับพระราชทาน

            ๑. พระกฐินหลวง ได้แก่กฐินที่เสด็จไปถวายด้วยพระองค์เอง หรือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ 
ให้พระราชวงศ์ หรือองคมนตรีนำไปถวายให้แก่อารามหลวง

            ๒. กฐินพระราชทาน ได้แก่กฐินที่พระราชทานให้แก่กระทรวง ทบวง กรม องค์กร 
สมาคมหรือเอกชนนำไปทอดถวายพระสงฆ์ แก่พระอารามหลวงทั่วราชอาณาจักร 
นอกเหนือจากอารามหลวงดังกล่าวในข้อ ๑.

            ๓. กฐินต้นหรือกฐินส่วนพระองค์ คือพระกฐินที่เสด็จโดยพระองค์เอง
ไปถวายแก่วัดราษฎร์เป็นส่วนพระองค์เอง

องค์อัครศาสนูปถัมภก    

นอกจากจะทรงเป็นพุทธมามกะแล้วยังทรงเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภกอีกด้วย
ทรงอุปถัมภ์ศาสนาทุกศาสนา ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระองค์ 
ดังจะเห็นได้จากการ ที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธาน
ในงานฉลองครบรอบ ๕๐๐ ปี แห่งศาสนาซิกซ์ ตามคำ อัญเชิญของสมาคมศรีคุรุสิงห์สภา 
และในงานเมาลิดกลางของอิสลามิกชน


ขอขอบคุณข้อมูล : http://www.chaoprayanews.com พระราชกรณียกิจด้านการศาสนา



24 ความคิดเห็น:

  1. น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

    ตอบลบ
  2. ใกล้จะถึงเวลาฟ้าหลังฝน
    ใกล้จะพ้นพาลภัยใส่ความให้
    ใกล้ถึงคราว่าความเป็นเช่นไร
    ใกล้คงได้พิสูจน์พูดความจริง
    ใกล้จะถึงเวลาที่ฟ้าเปิด
    ใกล้จะเกิดเปิดเผยเรื่องทุกสิ่ง
    ใกล้จะถึงเวลาพวกพาดพิง
    ใกล้จะยิ่งมั่นใจได้รู้กัน
    ใกล้จะถึงเวลาฟ้าสดใส
    ใกล้จะได้รวมใจที่สานฝัน
    ใกล้จะหมดเวลาที่ฝ่าฟัน
    ใกล้สุขสันต์ทั่วหน้าทั้งปฐพี...

    ตอบลบ
  3. พระองค์ทรงเป็นพุทธมามกะ แล้วยังทรงเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภก ทรงอุปถัมภ์ศาสนาทุกศาสนา ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระองค์อีกด้วย
    น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ 

    ตอบลบ
  4. สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์
    น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
    ข้าพระพุทธเจ้า สราวุธ โรจนากาศ

    ตอบลบ
  5. ขอให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองดังพระปณิธาน

    ตอบลบ
  6. เสด็จสู่สวรรคาลัยผองพสกนิกรชาวไทย
    น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

    ตอบลบ
  7. ด้วยเกล้าด้วยกระม่อมขอเดชะ สถิตอยู่ในใจนิรันดร์ ขอเสด็จสู่สวรรคาลัย

    ตอบลบ
  8. สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์
    น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
    ข้าพระพุทธเจ้า นายชาญณรงค์ โอภาสกิจ

    ตอบลบ
  9. ทรงเป็นแบบอย่างที่ดี ในการทำความดี ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย
    น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้

    ตอบลบ
  10. ทรงเป็นแบบอย่างที่ดี ในการทำความดี ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย
    น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้

    ตอบลบ


  11. พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย
    น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

    ตอบลบ


  12. สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์
    น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

    ตอบลบ
  13. สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

    ตอบลบ
  14. สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหา กรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

    ตอบลบ
  15. เสด็จสู่สวรรคาลัยผองพสกนิกรชาวไทย
    น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์
    ข้าพระพุทธเจ้านางพรพรรณ เอ็บดอน พร้อมครอบครัว

    ตอบลบ
  16. เสด็จสู่สวรรคาลัยผองพสกนิกรชาวไทย
    น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์
    ข้าพระพุทธเจ้านางพรพรรณ เอ็บดอน พร้อมครอบครัว

    ตอบลบ
  17. พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย
    น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
    ข้าพระพุทธเจ้า นายธนพล พงษ์ประภาพันธ์ พร้อมครอบครัว

    ตอบลบ
  18. เสด็จสู่สวรรคาลัยผองพสกนิกรชาวไทย
    น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์

    ตอบลบ
  19. ทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภก
    และทรงเป็นพระมหากษัตริย์พุทธมามกะ
    ด้วยน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์
    และน้อมเกล้าฯถวายอาลัย
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ
    พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย
    ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

    ตอบลบ
  20. เสด็จสู่สวรรคาลัยผองพสกนิกรชาวไทย
    น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์

    ตอบลบ
  21. รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพระพุทธศาสนา และท่านดำรงตนเป็นพุทธมามกะโดยแท้

    ตอบลบ
  22. นัอมส่งเสด็จสู่สวรค์คาลัย

    ตอบลบ
  23. สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์
    น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

    ตอบลบ
  24. พระองค์ทรงเป็นพุทธมามกะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาตลอดมา

    ตอบลบ

Blog Archive