กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559

วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ตามพระราชดำริ


มื่อครั้งมีการดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย ตามโครงการบึงพระราม ๙
ดำเนินการไปได้ระดับหนึ่ง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติม
เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๓๑
ให้มีการดำเนินการปรับปรุงสภาพพื้นที่ และชุมชน
ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับโครงการบึงพระราม ๙ ดังกล่าว
พร้อมกันนั้นก็ให้มีการจัดตั้งวัดขึ้นในที่ดินที่อยู่ใกล้เคียงกัน
ซึ่งนางสาวจวงจันทร์ สิงหเสนี ได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินจำนวน ๘ – ๒ – ๕๔ ไร่
และได้รับการอนุญาตให้สร้างวัดจากกรมการศาสนา
เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๓๔
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานนามวัดแห่งนี้ว่า
“ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ”


โดยมีสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นองค์อุปถัมภ์ฝ่ายสงฆ์
และสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีเป็นองค์อุปถัมภ์ฝ่ายฆราวาส
ในการนี้ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินงานก่อสร้างวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษกขึ้น
โดยมีนายจริย์ ตุลยานนท์ กรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา
เป็นประธานคณะอนุกรรมการดำเนินการก่อสร้างวัด
ทำหน้าที่ในรับผิดชอบในการดำเนินการก่อสร้างวัดให้เป็นไปตามพระราชประสงค์
ในลักษณะวัดขนาดเล็กที่มีลักษณะเรียบง่าย ประหยัด และทันสมัย
เป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจ และศรัทธา เป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้
ทั้งทางศาสนา สังคม และจริยธรรม แก่เยาวชน และประชาชนในชุมชน
เพื่อขัดเกลาจิตใจของชุมชนให้มีจิตสำนึกต่อสังคมโดยส่วนรวม
อันจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป

ดังพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในการเปิดประชุมยุวพุทธิกสมาคม ครั้งที่ ๑๔ วันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๑๘
ความตอนหนึ่งดังต่อไปนี้

“...จุดมุ่งหมายโดยตรงแท้ของศาสนาทั้งปวง
และโดยเฉพาะของพระพุทธศาสนามุ่งจะให้บุคคลศึกษาพิจารณาหลักการ
และแนวความคิดในศาสนธรรม และน้อมนำมาเป็นที่ยึดเหนี่ยว
และปฏิบัติด้วยตนเองตามความสามารถ
เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการครองชีวิต คือ
ให้เกิดความผาสุก ความร่มเย็น และความเจริญในแต่ละบุคคลในส่วนรวม
และให้เกิดความบริสุทธิ์หลุดพ้นอันเป็นปรมัตถประโยชน์
ดังนั้นการบำรุงส่งเสริมพระศาสนาจึงควรจะได้กระทำให้ถูกเป้าหมาย...”


14 ตุลาคม 2559
ชาวศิวิไลซ์
-------------------

ขอบคุณข้อมูล
http://bit.ly/2dAZPqD

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Blog Archive