กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559

หมอตุ๊...ผู้รักหลวงพ่อธัมมชโย


>>>วันนี้ได้ไปประชุมเกี่ยวกับพุทธศาสนา และโดยบังเอิญได้เจอหมอตุ๊  
ผู้เคยรักษาหลวงพ่อธัมมชโย จนถูกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมฯ..

>>>หมอตุ๊เล่าว่า  จบแพทย์มีความเชียวชาญด้านหู คอ จมูก  
และไม่เคยสนใจวัดพระธรรมกายและหลวงพ่อธัมมชโยมาก่อนเลย

>>>เมื่อปี ๒๕๔๒ ถูกน้องสาวขอร้องให้ไปรักษาผู้ป่วยคนหนึ่ง  
ด้วยความเกรงใจจึงได้ไปตามที่น้องสาวขอร้อง
เมื่อไปพบผู้ป่วยจึงทราบว่า เป็นหลวงพ่อธัมมชโย

>>>ด้วยจรรยาแพทย์ จึงได้ทำการตรวจรักษา ด้วยอาการไอเป็นเลือด 
และยังตรวจพบว่า เป็นเบาหวานชนิดร้ายแรงด้วย

>>>และถูกข้อร้องให้ออกใบรับรองแพทย์  เพื่อยืนยันว่า...
หลวงพ่อป่วยจริง เมื่อหลวงพ่อป่วยจริง 
โดยจรรยาบรรณแพทย์ จึงออกใบรับรองแพทย์ให้

>>>แต่ผลที่ได้จากการออกใบแพทย์  รับรองอาการป่วยของหลวงพ่อฯ    
ถูกนายตำรวจใหญ่ท่านหนึ่ ง  ปัจจุบันหมดวาสนาไปแล้ว  ต้องไปติดคุก   
เพราะจัดการเลือกตั้งไม่เรียบร้อย    ด่าว่าผ่านสื่อ  
จนถูกแพทยสภาตั้งกรรมการสอบ   
ถูกถอนใบอนุญาติประกอบวิชาชีพแพทย์หนึ่งเดือน    
แต่มีพรายกระซิบจากแพทย์ผู้ใหญ่ให้ฟ้องคดีว่าแพทยสภาทำไม่ถูกต้อง   
ผลสุดท้ายศาลมีคำพิพากษาให้    หมอตุ๊ชนะคดี 

>>>จากความไม่เป็นธรรมที่หลวงพ่อฯกับหมอตุ๊ ได้รับ  
เป็นผลให้หมอตุ๊   เดินเข้าเส้นทางแห่งศาสนา 

โดยอาศัยวัดพระธรรมกาย เป็นที่พึ่งทางใจ   
จนได้บวชเป็นศิษย์ของหลวงพ่อฯ   
แถมมีหน้าที่เป็นพระพี่เลี้ยงให้กับพระบวชใหม่ด้วย

>>>หลังจากนั้นก็เห็นถึงความไม่ยุติธรรมที่หลวงพ่อฯได้รับจากทางบ้านเมือง  
หลวงพ่อฯ ไม่เคยด่า ไม่เคยว่า  หรือแสดงอะไรออกมา
จากความอยุติธรรมที่ได้รับเลย

>>>หมอตุ๊ ชี้ในห้องประชุม   เปรียบเทียบให้เห็นว่า  
ห้องนอนของหลวงพ่อฯ เล็กขนาดไหน   ในห้องไม่มีอะไรเลย    
นอกจากโต๊ะทำงาน หลวงพ่อฯอยู่ได้ด้วยเงินบริจาค    
แต่เงินบริจาคทั้งหมดที่ได้มาเอามาบำรุงศาสนา  
เผยแผ่หลักธรรมคำสั่งสอนของสัมมาสัมพุทธเจ้า 

>>>ทุกวันนี้หมอตุ๊..กลายมาเป็นนักสู้เพื่อศาสนา 
เพราะเห็นภัยต่างๆที่ศาสนาได้รับ  แต่สำหรับหลวงพ่อฯแล้ว 
หมอตุ๊บอก  ใครมาให้ร้ายถ้าได้ยินเลิกคบกันเลย

>>>พรุ่งนี้ เป็นวันที่อัยการจะสั่งคดีหลวงพ่อฯ หมอตุ๊ยังเชื่อว่า 
ความดีของหลวงพ่อฯ จะช่วยขจัดปัดเป่าเรื่องร้ายให้กลายเป็นดีได้ 

>>>ส่วนทนายเองคิดว่า พรุ่งนี้ ทางอัยการคงยังไม่สั่งสำนวน 
น่าจะเลื่อนไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อดูเหตุการณ์ แต่ก็ไม่แน่

เพราะเวลานี้รัฐบาลกับ ดีเอสไอ 
กำลังแรงแซงโค้งคนอื่น  
การเล่นงานหลวงพ่อฯ จะทำให้
ข่าวอื่นๆ ถูกกลบไป   

 ....พรุ่งนี้ค่อยลุ้นกันครับ....

ทนายนิทัศน์  ประเสริฐเนติกุล 
พุธ ๕ ตค ๕๙   ๒๒.๐๙ น.
---------------------------------




คุณหมอตุ๊ ก็ไม่เคยรู้จักหลวงพ่อธัมมชโยมาก่อน 

แม้,คุณทนายนิทัศน์ ก็ไม่เคยรู้จักหลวงพ่อมาก่อน 


แต่เมื่อได้มารู้จัก ท่านทั้งสองต่างก็...เคารพศรัทธาในตัวหลวงพ่อ

ท่ามกลางสถานการณ์ในหน้าสื่อ!

ไม่คิดไม่แปลก,


แต่ถ้าคิด! จะเข้าใจความแปลก และได้เห็นความจริง ความดี! 



ยิ่งรู้จักยิ่งเคารพศรัทธา 
6 ตุลาคม 2559 
ชาวศิวิไลซ์ 
---------------------------









0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Blog Archive