กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ความจริงวันนี้ 30 พ.ย. 2559 : หลวงพ่อธัมมชโยอาพาธ, ท่านไม่มีความผิด,!


ความจริงวันนี้ 30 พ.ย. 2559 : หลวงพ่อธัมมชโย อาพาธ, ท่านไม่มีความผิด
ปี 2558 ท่านเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ! 
ทั้งให้ความร่วมมือ ให้เจ้าหน้าที่พบ และให้ข้อมูลไปหมดแล้ว !

1. พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า:
โย ภิกขเว มํ อุปฏฐเหยย โส คิลานํ อุปฏฐเหยย ”
" ผู้ใดปราถนาจะอุปปัฏฐากเราตถาคต ผู้นั้นพึงอุปัฏฐากภิกษุอาพาธเถิด " 
.... "การดูแล และอุปัฏฐากพระภิกษุไข้ (เจ็บไข้ได้ป่วย) 
อานิสงส์เท่ากับได้อุปัฏฐากเราตถาคต" 
.... ท่านสอนให้ดูแลภิกษุป่วย ไม่ใช่จับภิกษุป่วยไปบังคับขู่เข็ญ! 

2. ข่าวระบุตำแหน่ง หลวงพ่อธัมมชโย ว่าเป็นอดีตเจ้าอาวาส 
ซึ่งไม่ใช่ ความจริงคือ หลวงพ่อธัมมชโย ยังดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสอยู่ 
เพียงแต่ช่วงที่อาพาธ จึงมอบหมายให้รูปอื่นดูแล แทน

3. สิทธิของผู้ป่วย 
ยอมได้รับความคุ้มครองตามหลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิทางการแพทย์ 
โดยเจ้าหน้าที่ไม่สามารถมาบังคับ ข่มเหงจิตใจได้

4. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีเคส !
“ตับแตก – การตายของผู้ต้องหาในคุกของตนเอง และตอบสังคมไม่ได้”,!
เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานไปรับเงินจากสหกรณ์ 40 ล้าน”,!
ให้การเท็จกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกรณีกล้องวงจรปิด”,! 
รับรองให้วีซ่าแก่ผู้ที่พูดให้สังคมแตกแยก” ,! 
ดูเหมือนอาจถูกครอบงำจากผู้ที่มีอำนาจ โดยมีการแต่งตั้งโยกย้ายที่ผิดปกติ” 
ทำให้ไม่อาจไว้วางใจว่า หลวงพ่อธัมมชโย จะได้รับความเป็นธรรม 
เพราะหน่วยงานนั้น ล้มเหลวทางความน่าเชื่อถือไปแล้ว!!!

5. กระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่อยู่แต่เฉพาะในศาล 
แต่เริ่มต้นตั้งแต่พนักงานสอบสวนแล้ว 
ซึ่งหลวงพ่อธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย 
ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมาตั้งแต่เริ่มต้น 
ชั้นพนักงานสอบสวนแล้ว !
และ ให้ความร่วมมือโดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

6. ด้านข้อมูล หลวงพ่อธัมมชโย ให้ความร่วมมือ 
ให้พบ ให้ข้อมูล กรณีสหกรณ์คลองจั่น จนครบถ้วนแล้ว 
ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ DSI ทั้งคณะมาพบท่านด้วยตัวเอง ตั้งแต่ปี 2558

7. ด้านเงินบริจาค ที่หลวงพ่อกับวัด ได้รับคาดว่าประมาณ 8% ของทั้งหมด 
ซึ่งลูกศิษย์ตั้งกองทุนเยียวยาและทะยอยมอบให้เกือบครบจำนวนแล้ว 
อีก 92% ที่เหลือทำไมไม่ไปตามหา ว่าอยู่ที่ไหน??? 
ทำไมมาจงใจไล่บี้ เล่นข่าวแต่กับวัดพระธรรมกาย 
เรารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม!!!

8. โครงการสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร 
เริ่มมาตั้งแต่วันอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา 
วันที่ 19 ก.ค. 2559 อย่ามาใส่ร้ายว่า 
เป็นเรื่องโล่มนุษย์หรือกำแพงมนุษย์ 
เพราะสวดมาได้ 9,000,000 กว่าจบแล้ว

9. เคสที่ 1 หมายสหกรณ์ 27/2559 ... 
พ.ศ. 2558 พบ DSI ให้ข้อมูลไปหมดแล้ว + เงินที่รับและไม่ทราบที่มา 
คณะศิษย์เยี่ยวยาแล้ว + ท่านอาพาธ จึงไปให้การไม่ได้

10. เคสที่ 2 WP ... ท่านเป็นประธาน มูลนิธิตะวันธรรม 
ซึ่งเจ้าของที่ดิน และมีผู้ดูแลรายละเอียดแทนอยู่แล้ว / 
ที่ดินมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง เพียงแต่การก่อสร้างบางส่วนอยู่ในที่นิคม 
ซึ่งเป็นของประชาชนที่นั้น ที่อนุญาตมูลนิธิคุณยายอาจารย์ฯ 
ใช้พื้นที่ก่อสร้างอาคารได้ / 
อาคารที่สร้าง เป็นอาคารที่ใช้ปฏิบัติธรรม 
ไม่ใช่เพื่อการค้าหากำไรแต่อย่างใด // ที่สำคัญ !!! คือ 
คนแปรภาพถ่ายทางอากาศ (ที่มาประกอบการกล่าวหาที่ WPนั้น) 
ไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ เพราะทำความผิดร้ายแรง 
จากการทำข้อมูลเท็จแปรภาพถ่ายผิดจากความจริง 
เอาที่ป่าไม่ไปให้เอกชนโดยมิชอบทำให้รัฐเสียหาย!

11. เคสที่ 3 ภูเรือ ... ยืนยันว่า...ไม่อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแน่นอน 
และคดีไม่ได้เกี่ยวกับวัดและหลวงพ่อ !
เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลภูเรือ เป็นความผิดเกี่ยวกับการแปรรูปไม้ 
... คดีถึงศาลแล้วถูกปรับและศาลสั่งรอลงอาญา

12. คำถามที่ว่า ไม่ผิด ทำไมไม่ไปมอบตัว เพื่อสู้กันในชั้นศาล 
.... คือ ท่านไม่มีความผิด ไม่จำเป็นต้องไป ! 
และที่ผ่านมา ก็ให้ความร่วมมือ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมาตลอด!
ทั้งๆที่ไม่มีความจำเป็น แต่ก็ยังให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ 
ด้วยการให้ข้อมูลตลอด 2 ปีที่ผ่านมา!

13.ที่ผ่านมา เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว 
ที่ท่านถูกกล่าวหา แม้ว่าท่านไม่ผิด ท่านได้ไปศาลทุกนัด 
ให้ความร่วมมือด้วยดีมาตลอด จนกระทั่งศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง !
.... สำหรับในคราวนี้ แม้ว่าท่านจะไม่ผิด แต่ท่านอายุ 72 ปีแล้ว 
การที่จะให้ท่านเดินทางไปให้ถ้อยคำ ด้วยสภาพร่างกายไม่พร้อมเดินทาง 
ย่อมเป็นการฝืนสังขาร ทั้งที่ทางวัด ก็พร้อมให้ความร่วมมือทุกอย่าง

14.ทางออกในเรื่องนี้ คือ ยกเลิกหมายจับ !
และให้เจ้าหน้าที่ เข้ามาอย่างมิตร
ขอข้อมูลเพิ่มเติมที่ต้องการ เท่านั้นก็ จบ !





      

6 ความคิดเห็น:

  1. ควรยกเลิกหมายจับ

    ตอบลบ
  2. ทำไมจึงทำเรื่องง่ายให้กลายเป็นเรื่องยากไปได้

    ตอบลบ
  3. เรารักหลวงพ่อ ท่านบริสุทธิ์มาตลอด ท่านทำเพื่อพระศาสนา และชาวโลกโดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ตน เป็นเช่นนี้ตลอดระยะเวลากว่า 47 พรรษาในร่มกาสาวพัสตร์ ท่านคือพระแท้แห่งวงการพระศาสนา ลูกๆรู้ซึ้งตลอดมาขอกราบบูชาด้วยหัวใจครับ

    ตอบลบ
  4. พวกเค้าต้องการอะไรกันแน่.???

    ตอบลบ
  5. หยุดใช้อำนาจรังแกพระ ทำลายพระพุทธศาสนาได้แล้ว

    ตอบลบ

Blog Archive