กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

พบการตั้งข้อหาต่อพระเทพญาณมหามุนีมีประเด็นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ! : ทนายยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมอัยการ !



ทนายพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) 
ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมอัยการ 
พบการตั้งข้อหามีประเด็นไม่ชอบด้วยกฎหมาย

วันนี้ 14 พ.ย. 59 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ 
นายสมชาย มีบางยาง ทนายความ
ผู้รับมอบอำนาจหมายจากพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) 
พร้อมด้วยคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย
ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ
นายพันธุ์โชติ บุญศิริ อัยการพิเศษฝ่ายสอบสวน 1 
สำนักสำนักงานการสอบสวนหนึ่ง
เป็นผู้รับมอบหนังสือ 

การยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ 
เนื่องจากกรณีที่พระเทพญาณมหามุนีได้ถูกพนักงานสอบสวนคดีพิเศษกล่าวหา
ว่าร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร 
ขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาสั่งคดีของสำนักงานคดีพิเศษ 
สำนักงานอัยการสูงสุด 

โดยพระเทพญาณมหามุนีไม่ได้กระทำความผิดตามข้อหาแต่อย่างใด 
การตั้งข้อหาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในคดีดังกล่าว 
จึงมีประเด็นที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

โดยเอกสารขอความเป็นธรรมมีรายละเอียดระบุว่า 
เนื่องจากกรณีที่พระเทพญาณมหามุนี ได้ถูกพนักงานสอบสวนคดีพิเศษกล่าวหาว่า 
ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ในคดีพิเศษที่ 27/2559 ขณะนี้ 
คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาสั่งคดีของสำนักงานคดีพิเศษ 
สำนักงานอัยการสูงสุด 
ข้าพเจ้าขอเรียนว่าพระเทพญาณมหามุนีไม่ได้กระทำความผิดตาม                    
ข้อกล่าวหาแต่อย่างใด  
การตั้งข้อหาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในคดีดังกล่าว 
มีประเด็นที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  กล่าวคือ

1. ในคดีพิเศษที่ 63/2557 
ดีเอสไอได้ตั้งข้อหานายศุภชัยกับพวกว่า “ฉ้อโกงประชาชน” 
แสดงว่า เงินนั้นย่อมไม่ใช่เงินสหกรณ์  เพราะเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด  
เป็นเงินของกลางในคดีอาญา  ซึ่งจะต้องคืนให้ประชาชนผู้เสียหายผู้ถูกหลอกลวง

2. ในคดีพิเศษที่ 146/2556 
ดีเอสไอได้ตั้งข้อหานายศุภชัยกับพวกว่า “ลักทรัพย์นายจ้าง” 
แสดงว่าเงินนั้นเป็นของสหกรณ์  ซึ่งเป็นนายจ้างของนายศุภชัย

3. จะเห็นได้ว่า  เจ้าของทรัพย์ในคดีพิเศษที่ 146/2556  คือ สหกรณ์  
ส่วนเจ้าทรัพย์ในคดีพิเศษที่ 63/2557  คือประชาชนผู้ถูกนายศุภชัยฯ หลอกลวง  
ซึ่งเป็นคนละคนกัน  ทั้งที่เป็นทรัพย์จำนวนเดียวกัน  
การดำเนินคดีทั้ง 2 คดี จึงมีความขัดแย้งกัน  เป็นการตั้งข้อหา      
ที่ซ้ำซ้อนกันและขัดแย้งกันเอง  ซึ่งเป็นนิติวิธีที่ ไม่ชอบ

4. ข้อหาฟอกเงินในคดีพิเศษที่ 27/2559  
ตั้งโดยอาศัยข้อหาฉ้อโกงประชาชนในคดีพิเศษที่ 63/2557  เป็นความผิดมูลฐาน 
เมื่อยังไม่เป็นที่ยุติว่า นายศุภชัยฯ กระทำความผิดฐานใดในข้อ 1 และข้อ 2  
การที่พนักงานสอบสวนด่วนตั้งข้อกล่าวหาแก่พระเทพญาณมหามุนีว่า 
ร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร  ย่อมที่จะไม่ชอบด้วยกฎหมาย

5. นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่การตั้งข้อกล่าวหาและการสอบสวนของดีเอสไอ
น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกหลายประการ  
และการสอบสวนของดีเอสไอยังไม่สมบูรณ์เพราะ
ยังไม่ได้สอบสวนพยานปากสำคัญอีกนับสิบคน  
ซึ่งรายละเอียดได้กราบเรียนต่อท่านอัยการสูงสุดแล้ว



ข้าพเจ้าในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจจากพระเทพญาณมหามุนี  
จึงได้ทำหนังสือขอความ เป็นธรรมถึงอัยการสูงสุด  และคณะกรรมการอัยการ  
เพื่อขอความเป็นธรรมให้พิจารณาข้อกฎหมายโดยถี่ถ้วน  
และสั่งการให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษทำการสอบสวนเพิ่มเติม
พยานปากสำคัญดังกล่าวให้ครบถ้วน  เพื่อให้ความจริงปรากฏชัด 
เพื่อความเป็นธรรมแก่พระเทพญาณมหามุนี 

ลงชื่อ นายสมชาย มีบางยาง 
ทนายความผู้รับมอบอำนาจหมายจากพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย)

--------------------------------------


ด้วยความเคารพ
14 พฤศจิกายน 2559
ชาวศิวิไลซ์ 




20 ความคิดเห็น:

  1. กฎหมายมีไว้รักษาความเป็นธรรมขอความเป็นธรรมให้หลวงพ่อค่ะ

    ตอบลบ
  2. หลวงพ่อธัมมชโย รับบริจาคโดยเปิดเผย ไม่ทราบที่มาของเงิน และภายหลังจากทราบว่าสหกรณ์ฯ คลองจั่นมีปัญหาการเงิน ลูกศิษย์ได้ตั้งกองทุนเยียวยาช่วยเหลือจนครบ

    #เราเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของหลวงพ่อธัมมชโย

    ตอบลบ
  3. หลวงพ่อวัดพระธรรมกายไม่มีความผิด เจ้าทุกข์ก็ไม่มี สหกรณ์เองยังไม่ฟ้องวัด แต่เจ้าหน้าที่ที่ร่วมโกงเงินสหกรณ์ไป เพราะไม่สอบสวนในกรณีอื่นๆที่ควรไปสืบสวน เร่่งจะเล่นงานวัดพระธรรมกาย และหลวงพ่อวัดพระธรรมกาย แบบคนธรรมดาก็ดูออกไม่ต้องใช้ผู้ชำนาญ

    ตอบลบ
  4. หลวงพ่อธัมมชโย รับบริจาคโดยเปิดเผย ไม่ทราบที่มาของเงิน และภายหลังจากทราบว่าสหกรณ์ฯ คลองจั่นมีปัญหาการเงิน ลูกศิษย์ได้ตั้งกองทุนเยียวยาช่วยเหลือจนครบ มีทีเดี่ยวค่ะที่ไห้ความชวั่ยเหลือค่ะ

    #เราเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของหลวงพ่อธัมมชโย

    ตอบลบ
  5. รายละเอียดความเป็นจริงที่ท่านทนายเรียนให้ทราบชัดเจนมาก ลูกศิษย์หลายล้านก็ไม่เคยเห็นหลวงพ่อทำผิด หากท่านอัยการพิจารนาตัดสินตามความเป็นจริงก็จะเกิดประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาค่ะ

    ตอบลบ
  6. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  7. ยื่นฟ้องและแอ็ดติวิตี้โดยหน่วยงานตับแตกและจนท.มีเอี่ยว40ล้านจากคดี ฟ้องพระรับบริจาค รวมไปถึงฟ้องพระราชาคณะเรื่องรถโบราณ ทำให้สงสัยว่ามีออร์เดอร์หรือเปล่า?

    ตอบลบ
  8. #ผู้รักความเป็นธรรมควรอ่านในเรื่องนี้

    ตอบลบ
  9. คนพาลย่อมไม่กลัวบาป

    ตอบลบ
  10. ความชัคนชั่วทำง่าย

    ตอบลบ
  11. หลวงพ่อฯท่านบริสุทธิ์ ขอเป็นกำลังใจให้ทีมทนายความ ผู้รับมอบอำนาจจากหลวงพ่อฯ ด้วยครับ

    ตอบลบ
  12. หลักฐานความผิดไม่มี แต่ยัดเยียด ยื้อเรื่องให้ยืดยาวออกไปเพื่อทำลายชื่อเสียงวัดพระธรรมกาย แต่ยิ่งทำก็ยิ่งมีคนศรัทธาเพิ่มมากยิ่งขื้น คนปั้นเรื่องคงทุกข์ใจสุดทน
    หยุดก่อบาปใส่ตนเองเถิดนะ

    ตอบลบ
  13. ถ้ากฏหมายมีความเป็นกลาง ไม่มีอคติ มีความเป็นธรรม กฎหมายนั้นจะมีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่พึ่งพิงได้ของพี่น้องประชาชนเอย.

    ตอบลบ
  14. ขอบคุณค่ะคุณทนาย เห็นด้วยค่ะ ทำถูกต้องที่สุดเลยขอความเป็นธรรมให้หลวงพ่อด้วยค่ะ

    ตอบลบ
  15. ที่น่าแปลกใจคือยิ่งคนพยายามใส่ความวัดมากเท่าไหร่กระแสคนศรัทธายิ่งทวีความศรัทธามากขึ้นนับทวีคูณ สาธุๆๆๆ

    ตอบลบ
  16. คนมองต่างมุม เรื่องที่เกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย

    ตอบลบ
  17. กฏหมายที่ยุติธรรมต้องรักษาความเป็นธรรม
    ขอความเป็นธรรมให้หลวงพ่อธัมมชโยพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอุทิศชีวิตทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาและชาวโลกอย่างแท้จริงค่ะ

    ตอบลบ
  18. พระบ้าที่ไหนว่ะ!!!! จะมารับของโจร และฟอกเงิน ปัญญาอ่อนเนาะคนที่ตั้งคำนี้ สมองคนหรือนิ

    ตอบลบ
  19. ไม่เห็นนรก...ไม่หลั่งน้ำตา...ไอ้พวกนี้.

    ตอบลบ
  20. ความดีชนะทุกสิ่ง ความจริงชนะทุกอย่าง

    ตอบลบ

Blog Archive