กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ข้อแท้จริงเกี่ยวกับคดีของหลวงพ่อธัมมชโย


1.หมายที่ 1 กรณีสหกรณ์  ... พ.ศ. 2558 พบ DSI ให้ข้อมูลไปหมดแล้ว 
+ เงินที่รับและไม่ทราบที่มา คณะศิษย์เยียวยาแล้ว 
+ ท่านอาพาธ จึงไปให้การไม่ได้ 
ด้านเงินบริจาค ที่หลวงพ่อกับวัดได้รับ คาดว่าประมาณ 8% ของทั้งหมด 
ซึ่งลูกศิษย์ตั้งกองทุนเยียวยาและทยอยมอบให้เกือบครบจำนวนแล้ว 
ส่วนเงินสหกรณ์ อีก 92% ที่เหลือทำไมไม่ไปตามหาว่า อยู่ที่ไหน??? 
ทำไมมาจงใจ  ไล่บี้ เล่นข่าวแต่กับวัดพระธรรมกาย เรารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม


2.หมายที่ 2 เวิล์ดพีซ ...  ข้อหาบุกรุกที่ป่า พ.ร.บ.2484 มูลนิธิตะวันธรรม 
ซึ่งมีพระเทพญาณมหามุนีเป็นประธานมูลนิธิ 
ครอบครองพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง 
แต่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่า บุกรุกป่า แผ้วถางป่า, สร้างอาคารปิดทางน้ำสาธารณะ 
***ที่สำคัญ !!! คือ ข้อกล่าวหามาจาก ผู้แปลภาพถ่ายทางอากาศ 
(ที่นำมาเป็นหลักในการกล่าวหานั้น) 
ไม่ได้รับอนุญาตให้ต่อทะเบียนเป็นผู้เชี่ยวชาญสำนักงานศาลยุติธรรม  
เพราะกระทำความผิดร้ายแรง   
เมื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสำนักงานศาลยุติธรรมที่ได้รับการต่อทะเบียนถูกต้อง 
อ่านแผนที่ทางอากาศแล้ว ผลปรากฏว่า 

        1.ที่ดินตรงนี้ ไม่มีสภาพเป็นป่ามากว่า 50 ปีแล้ว 

        2.บริเวณพื้นที่ก่อสร้างอาคารใน WPV ไม่มีทางน้ำสาธารณะและทางสาธารณะแต่อย่างใด 


3.หมายที่ 3 ภูเรือ ... ขอยืนยันว่า 
ไม่มีพื้นที่ของทางวัดพระธรรมกายอยู่ในเขตป่าสงวนอย่างแน่นอน 
ซึ่งคดีไม่ได้เกี่ยวกับวัดและหลวงพ่อแต่อย่างใด 
เพราะที่ดิน 129 ไร่ เป็นที่ธรณีสงฆ์และมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องชัดเจน   
ส่วนที่ดิน 52ไร่ เป็นของชาวบ้านไม่ใช่ที่ดินของทางวัดแต่อย่างใด 
ดังนั้นการกล่าวหาวัดและหลวงพ่อ จึงเป็นการกล่าวหาที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย

สรุป
หลวงพ่อธัมมชโย เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่เบื้องต้น 
เพราะกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่เริ่มต้นที่ศาล 
แต่เริ่มต้นตั้งแต่พนักงานสอบสวนแล้ว 
ซึ่งหลวงพ่อธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย ได้ให้ความร่วมมือ  
ให้พบ  ให้ข้อมูล กรณีสหกรณ์คลองจั่น จนครบถ้วนแล้ว 
ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ DSI ทั้งคณะมาพบท่านด้วยตัวเอง ตั้งแต่ปี 2558 

ปัจจุบันท่านอายุ 73 ปีแล้ว 
การที่จะให้ท่านเดินทางไปให้ถ้อยคำ 
ด้วยสภาพร่างกายไม่พร้อมเดินทาง ย่อมเป็นการฝืนสังขาร 
ทั้งที่ทางวัด ก็พร้อมให้ความร่วมมือทุกอย่าง 

*** ทางออกที่ยุติความรุนแรง คือ ให้เพิกถอนหมายจับ 
และให้เจ้าหน้าที่ เข้ามาอย่างมิตร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ต้องการ เท่านั้นก็ จบ ! ***


Cr. Psanitwong Wuttiwangso











0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Blog Archive