กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559

กรณีธรรมกาย : กรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ : หลวงพ่อธัมมชโยไม่เข้าข่ายฟอกเงิน-รับของโจร! หยุดใส่ร้ายได้แล้ว!


มองยังไงก็ไม่เข้าข่ายฟอกเงิน-รับของโจร!


กรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ โดยนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ที่มีความพยายามจากบางฝ่ายในการเชื่อมโยงมาถึงเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายนั้น อันที่จริงไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะหากอธิบายตามหลักกฎหมายบ้านๆ จะได้ว่า

1. นายศุภชัย คือนักธุรกิจคนหนึ่งที่เป็นนักสังคมสงเคราะห์ และเลื่อมใสในศาสนาพุทธ รวมถึงวัดพระธรรมกาย ครั้งจะบอกว่าเป็นศิษย์เอกหรือเจ้าภาพใหญ่สุดของวัด ก็คงตอบเลยว่าไม่ใช่แน่ๆ ฉะนั้น จงหยุดความคิดว่า ทางวัดจะบงการให้นายศุภชัยไปทำเรื่องผิดกฎหมายอย่างที่คนบางกลุ่มกำลังสร้างวาทกรรม

2. ที่ผ่านมานายศุภชัย บริจาคองค์กรการกุศลต่างๆในประเทศไทยมากมาย รวมถึงบุคคลสำคัญระดับสูง ถ้าวัดพระธรรมกายถูกเอาผิดเพราะรับเงินจากนายศุภชัย ผู้ที่รับบริจาครายอื่นๆ ก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่

3. และหากพิจาณาตามหลักการฟอกเงิน-รับของโจรแบบบ้านๆ จะได้ว่า

         3.1 เจ้าอาวาสฯรับบริจาคโดยเปิดเผย ซึ่งท่านยืนยันมาตลอดว่า ไม่ทราบที่มาของเงินฉะนั้น เมื่อสืบเจตนาแล้ว ตามหลัก คือ ไม่ผิด” ..จบ1! (แต่ถ้าผู้กล่าวหาจะเอาผิดให้ได้ จะต้องหาพยานหลักฐานมายืนยันให้แน่นหนา)

         3.2 นายศุภชัย กล่าวว่า เงินที่นำมาบริจาคให้กับวัดพระธรรมกาย เป็น เงินยืมจากสหกรณ์และได้ คืนสหกรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำถูกต้องตามหลักบัญชีดังนั้น เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ผิด..จบ2!

          3.3 หลักกฎหมายฟอกเงิน-รับของโจรอีกอย่าง ระบุว่า ถ้า มีมูลหนี้ต่อกันก็จะไม่เข้าข่าย แปลง่ายๆคือ มีธุรกรรม/ธุรกิจ/เป็นเจ้าหนี้-ลูกหนี้ ก็ไม่ใช่การรับของโจร-ฟอกเงิน เช่น นายศุภชัย เป็นหนี้นายโชค แล้วจ่ายเช็คให้นายโชค ตรงนี้นายโชคไม่ผิด.. เช่นกัน กรณีวัดพระธรรมกาย นายศุภชัย ประกาศเป็นเจ้าภาพอย่างเป็นทางการว่า จะรับเป็นเจ้าภาพสร้างศาสนาสถาน ซึ่งเป็นการบริจาคโดยมีวัตถุประสงค์และการรับบริจาค เป็นนิติกรรมสัญญาซึ่งมี มูลหนี้ที่มีผลผูกพันตามกฎหมายดังนั้น เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ผิด..จบ3!

          3.4 ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายมิได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของสมาชิกสหกรณ์ฯ ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วเรื่องราวภายในสหกรณ์มิได้เกี่ยวข้องกับทางวัด สหกรณ์ไม่ได้ล่มเพราะนายศุภชัยขนเงินบริจาควัด เนื่องจากบริจาคเพียงหลักร้อยล้าน แต่ที่ประเมินความเสียหายคือหมื่นล้าน แต่ด้วยความใจบุญของคณะลูกศิษย์วัด จึงระดมเงินกันช่วยเหลือเยียวยาสหกรณ์ฯ กว่า 600 ล้าน ซึ่งทางสหกรณ์ทำหนังสือขอบคุณและตกลงกันในชั้นศาลแล้วว่า ไม่มีเหตุต้องดำเนินคดีกับทางวัดและเจ้าอาวาส จึงถอนฟ้องรวมทั้ง ทางสหกรณ์ยังส่งหนังสือไปยัง ดีเอสไอ และ ปปง.ถึงความไม่ประสงค์จะดำเนินคดีอีกต่อไป ดังนั้น เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ผิด..จบ4!

            3.5 ก่อนหน้านี้ ทีมกฎหมายวัดพระธรรมกาย ยืนยันว่า ดีเอสไอ ไม่มีอำนาจหน้าที่มาตั้งข้อหารับของโจรหรือฟอกเงิน กับบุคคลที่นอกเหนือการระบุชื่อจากพนักงานอัยการ.. ดังนั้น เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ผิด..จบ5!


Cr. https://www.facebook.com/DawKhongGoo/






วันเสาร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2559

กรณีธรรมกาย : ทำไม?, คนนับล้านจึง_เคารพเลื่อมใสศรัทธาหลวงพ่อธัมมชโย!



จะรู้จัก จะศรัทธา จะเคารพ จะให้ใจ กับใครสักคนหนึ่ง 
ไม่ใช่แค่ฟังเขาว่ามา!

แต่เพราะใช้เวลาทำความเข้าใจตัวตนของใครคนหนึ่งนั้น
นับปี  นับหลายปี นับหลาย 10 ปี
ผ่านเหตุการณ์,เรื่องราว ล้วนพิสูจน์ให้ได้เห็นน้ำใสใจจริงแจ่มแจ้ง
พระมหาเถระรูปหนึ่ง จึ่งเป็นที่เคารพรักศรัทธาของมหาชนนับล้าน
ทั้งในประเทศและต่างประเทศ  ทั้งชาวไทย และนานาอารยะประเทศ

อยากเล่าให้ไว้ให้ลูกหลานในอนาคตได้ศึกษา และเข้าใจเรื่องราวตามความเป็นจริงครับ

ผมจะเล่าให้ฟัง ดังที่ได้เห็นมา นะครับ ... ไม่มากไม่นาน กาลล่วงมา 20  ปี
ถ้าอยากจะรู้จะเห็นมากว่านี้  ก็เรียนเชิญที่วัดพระธรรมกายครับ

1.พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย  รักการปฏิบัติธรรมเป็นชีวิตจิตใจ

            หลวงพ่อรักการศึกษาธรรมะ รักการปฏิบัติธรรมมาตั้งแต่เป็นนักเรียน ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย, ยิ่งเมื่อได้พบ ครูสอนสมาธิ ซึ่งเป็น ศิษย์เอกของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ คือ คุณยายอาจารย์จันทร์  ขนนกยูง หลวงพ่อ ขณะนั้นเป็นนิสิต ก็ตั้งใจนั่งรถเมล์ จาก ม.เกษตร เพื่อมาเรียนสมาธิปฏิบัติ กับคุณยายอาจารย์ ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ทุกวันไม่เคยขาด ตั้งแต่ ชั้นปี.1 กระทั้งถึง สำเร็จการศึกษา,  หลวงพ่อ ก็ได้ตัดสินใจอุปสมบทตลอดชีวิต เพื่ออุทิศตนเป็นครูสอนธรรมปฏิบัติ เป็นยอดกัลยาณมิตรเกื้อกูลแก่เพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย ด้วยธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่

            เพราะหลวงพ่อ ได้ทุ่มเทเวลา และความแข็งแรงให้กับการศึกษาธรรมปฏิบัติอย่างจริงจังถึงเพียงนั้น
            ผู้คนที่ได้ศึกษาประวัติชีวิตของท่านอย่างถ่องแท้ ย่อมประทับใจและเลื่อมใสศรัทธาในความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวเพื่อฝึกฝนตนเองของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ

2. พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย  มากด้วยความเมตตา กรุณา  มีหัวใจแห่งความเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่  
            

            ลำพังหลวงพ่อท่านเองนั้น  ท่านมีชีวิตที่สุขสงบในวิถีแห่งภิกษุตั้งแต่วันแรก
ที่อุปสมบทแล้ว
            แต่เพราะดวงใจที่เปี่ยมด้วยความเมตตากรุณาปรารถนาให้เพื่อนมนุษย์ได้ศึกษาธรรมะ
เข้าใจความจริงของโลกและชีวิต ใช้ชีวิตถูกต้องด้วยสัมมาทิฏฐิ รู้รักษาตัวให้รอดพ้นจาก
ทุกข์ภัยในวัฏฏสงสาร...
( ซึ่งทั้งหมดนั้น...ด้วยตามครรลองของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยแท้)
            งานสอนธรรมะ สอนสมาธิ สอนศีลธรรม ชี้หนทางสว่างให้แก่เพื่อนมนุษย์
และรวมถึงงานสงเคราะห์โลก ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในยามประสบมหันตภัยต่างๆ
            ล้วนเป็นกรณียกิจของพระพุทธศาสนาที่หลวงพ่อตั้งใจทุ่มเททำ ด้วยหวังคุณประโยชน์แก่มหาชนทั้งผองด้วยใจที่เปี่ยมด้วยพรหมวิหารธรรม
            แม้ภาระกิจงานนั้นจะต้องทุ่มเทเวลาและพลังในชีวิตอย่างมากมายเพียงใด
            และโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สุด แม้ต้องเผชิญกับความไม่เข้าใจของผู้คน
ถูกกล่าวหาว่าร้ายต่างๆ สักเพียงใด หลวงพ่อก็ยังมั่นคงในภาระกิจหน้าที่ของความเป็นครูผู้สอนธรรมะ เป็นยอดกัลยาณมิตรชี้แจงแสดงธรรมนำพาเพื่อนมนุษย์ผู้มีธุลีในดวงตาน้อยให้เห็นหนทางแห่งความสว่าง ความสุข ความปลอดภัยของชีวิตในวัฏฏสงสาร
โดยไม่มีความย่อท้อต่ออุปสรรคความยากลำบากใดๆ ทั้งสิ้น
            เพราะดวงใจอันกว้างใหญ่ ที่ดำรงฐานะแห่งความเป็นยอดกัลยาณมิตรด้วยพลังใจที่เข้มแข็งมั่นคงแน่วแน่เสมอมา (แม้ท่ามกลางภาวะมุ่งร้ายของคนบางพวก)  
            เป็นที่รู้เห็นและเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งของสาธุชนที่มาศึกษาธรรมะกับหลวงพ่อตลอดมา 
           
เพราะความดี ความจริงแท้ ปรากฎแก่ตา และแก่ใจของมหาชนนับล้านอย่างนี้
ความเคารพและความศรัทธาของผู้คนทั้งใกล้และไกล ทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติที่มีต่อ
พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย จึงมากมายและมั่นคงด้วยเหตุแห่งสัจจะนั้น

            และสำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จักหลวงพ่อ  เมื่อได้เข้ามาศึกษามาทำความรู้จัก เมื่อได้รับทราบและเข้าใจเหตุผลความจริงแล้ว  จากที่เคยเข้าใจผิด ก็จะเข้าใจถูก และเกิดความเลื่อมใสเคารพศรัทธา
ในพระเดชพระคุณหลวงพ่อ  อย่างน่าประทับใจ ครับผม

3. พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย  ปฏิบัติตามโอวาทปาฏิโมกข์อย่างมั่นคง
ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทุกประการ 

            โอวาทปาฏิโมกข์  คือ อุดมการณ์ หลักการ วิธีการ อันเป็นหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนา ได้แก่ 


อุดมการณ์อันสูงสุด  4  ประการ  ของพระพุทธศาสนา

1. ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา
,
            ความอดทน คือความอดกลั้น เป็นตะบะอย่างยิ่ง
2. นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา,
            พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ตรัสว่า พระนิพพานเป็นเยี่ยม
3. นะ หิ ปัพพะชิโต ปะรูปะฆาตี
            ผู้ล้างผลาญผู้อื่น
, ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต
4. สะมะโณ โหติ ปะรัง วิเหฐะยันโต
            ผู้เบียดเบียนผู้อื่น
, ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะ
เอตัง พุทธานะ สาสะนัง ฯ
            นี่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

หลักการ 3 ประการ
  

หลักการอันเป็นหัวใจสำคัญเพื่อเข้าถึงจุดมุ่งหมายของพระพุทธศาสนา คือ พระนิพพาน 
ซึ่งเป็นการสรุปรวบยอดหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาอันเป็นแนวทางที่พุทธบริษัทต้องปฏิบัติ
1.สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง
            การไม่ทำบาปทั้งปวง หนึ่ง
2.กุสะลัสสูปะสัมปะทา
            การบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม หนึ่ง
3.สะจิตตะปะริโยทะปะนัง
            การกลั่นจิตของตนให้ผ่องแผ้ว หนึ่ง
เอตัง พุทธานะ สาสะนัง ฯ
            นี่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

วิธีการ  6 ประการ

วิธีการที่ธรรมทูตผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนาถือเป็นกลยุทธในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
ให้ใช้วิธีการเหมือนกันเพื่อจะได้เป็นไปในแนวทางเดียวกันและถูกต้องเป็นธรรม
1.อะนูปะวาโท,
            การไม่เข้าไปว่าร้ายกัน หนึ่ง
2.อะนูปะฆาโต,
            การไม่เข้าไปล้างผลาญกัน หนึ่ง
3.ปาฏิโมกเข จะ สังวะโร,
            ความสำรวมในพระปาฏิโมกข์ หนึ่ง
4.มัตตัญญุตา จะ ภัตตัสมิง,
            ความเป็นผู้รู้ประมาณในโภชนาหาร หนึ่ง
5.ปันตัญจะ สะยะนาสะนัง,
            การนอนการนั่งอันสงัด หนึ่ง
6.อะธิจิตเต จะ อาโยโค,
            การประกอบความเพียรในอธิจิต หนึ่ง
เอตัง พุทธานะ สาสะนัง ฯ
            นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย.

            การปฏิบัติบูชา ชื่อว่า เป็นการบูชาอันสูงสุด พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย
ได้ปฏิบัติสมณกิจและศาสนากิจตามโอวาทของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงตรัส
ไว้อย่างมั่นคงทุกประการ  และอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน เป็นที่ประจักษ์แก่ใจของมหาชนทั้งหลาย 
           
ความเคารพเลื่อมใสศรัทธา ที่มีต่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ที่เต็มเปี่ยมในจิตใจ
ของมหาชนทั้งหลายจึงอยู่บนเหตุและผลแห่งโอวาทปาฏิโมกข์นั้นทุกประการ

4. พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย  เป็นพระมหาเถระมีศีลาจารวัตรบริสุทธิ์งดงาม

            ศีล ย่อมรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วม  ประการนี้ไม่เป็นที่แปลกใจเลยนะครับว่าทำไม
แม้จะมีคนกล่าวหาว่าร้ายหลวงพ่อท่านต่างๆ นานา  แต่มหาสาธุชนทั้งหลาย
ยังเคารพศรัทธามั่นคงในพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย  ... 
ท่านที่รัก ไม่คิดตั้งคำถามกันบ้างหรือครับ ?
            ก็เพราะมหาสาธุชนเหล่านั้น ต่างรู้จักและเข้าใจพระเดชพระคุณหลวงพ่อด้วยดีมาโดยตลอด ไม่ใช่แค่ 3, 7 วัน  แต่เป็นระยะเวลายาวนาน 10 ปี 40 ปี และจะ 50 ปีเข้าไปแล้ว ...
            ศีลาจารวัตรปฏิปทาอันดีงามของความเป็นพระภิกษุผู้มากด้วยคุณธรรม
ย่อมอยู่ในสายตาของมหาสาธุชนโดยตลอด  
            เพราะอย่างนี้ครับ  แม้จะมีผู้ไม่หวังดี กล่าวหาว่าร้ายสารพัดสาดสีเทสีมาจากทุกทิศ
คำโกหกของคนพาลเหล่านั้น  ไม่อาจบั่นทอนความเคารพเลื่อมใสศรัทธาของคนนับล้านแม้แต่นิดเดียวครับ  ตรงกันข้าม ผู้คนทั้งหลายนั้น กลับยิ่งได้เห็นคุณธรรมอันหนักแน่นของพระเดชพระคุณหลวงพ่อแจ่มชัด และยิ่งเลื่อมใสศรัทธาทับทวีมั่นคงยิ่งขึ้นไปอีก
            จะมีพลังใด ในโลกนี้ที่จะยิ่งใหญ่แกร่งกล้ามากไปกว่า “พลังศรัทธา”
ที่มนุษย์สามารถอุทิศชีวิตจิตใจให้ได้  อีกไหมละครับ ?  

5. พระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย  เป็นต้นบุญ ต้นแบบ เป็นผู้นำในการทำความดี

            มนุษย์ทุกคนเกิดมา ล้วนต้องการความสุข ความสำเร็จ ความดีงาม ให้เกิดขึ้นทั้งในชีวิตส่วนตัว  และสังคมส่วนรวม ทั้งสิ้น   
            แต่การที่จะมีกำลังสติปัญญา พลังใจ ฝ่าฝันอุปสรรคความยากลำบาก ไปสู่เส้นชัยได้นั้น
ไม่ใช่เรื่องง่าย  เราต่างต้องการกำลังใจ กำลังสติปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกคนต้องการผู้นำที่จะพาเราท่านก้าวเดินไปบนหนทางสว่าง ไปสู่ความสุขความสำเร็จอย่างถูกต้องชอบธรรม
            หลวงพ่อเป็นต้นบุญ นำพามหาสาธุชนผู้แสวงบุญ สั่งสมบุญด้วยหลักของบุญกิริยา, กุศลกรรมบท, ด้วยหลักแห่งบารมีทั้ง 10 ทัศ ตามอย่างอริยะประเพณีบัณฑิตนักปราชญ์ทั้งหลายในกาลก่อน
            หลวงพ่อเป็นต้นแบบ แห่งความมั่นคงแน่วแน่ในการสร้างความดีด้วยคุณธรรมหนักแน่นมั่นคง  อันเป็นที่ประจักษ์แล้วแก่ใจของสาธุชนทั้งในและต่างประเทศ ที่ได้ศึกษาปฏิปทาของหลวงพ่ออย่างถ่องแท้



พระเดชพระคุณหลวงพ่อจึงเป็นพระภิกษุมหาเถระผู้นำแห่งความดี
ที่ประทับอยู่ในดวงใจของมหาชนทั้งหลาย 
ด้วยเหตุผลอันสำคัญ ดังยกมาโดยสังเขป  ณ เบื้องต้นนั้นครับ

ส่วนว่าคุณธรรมความดี อื่นๆ อีกมากมายของหลวงพ่อนั้น
หากว่าต้องการรู้จริงๆ จังๆ
ขอยืนยันคำเชิญเดิมนะครับ  ขอเรียนเชิญที่วัดพระธรรมกาย ด้วยความยินดียิ่ง ครับ 



ps.ไม่ใช่แฟน แต่เชิญแทนด้วยความจริงใจครับ  

      
ขอได้รับความปรารถนาดีจากผมครับ

คนไทยที่เฝ้าดูสถานการณ์ 








วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2559

กรณีธรรมกาย : วัดพระธรรมกาย : มองต่าง...STUDY ดีๆ ใครมีปัญหากันแน่!!!



จริงๆ กรณีวัดพระธรรมกายนิ 
สำหรับท่านผู้กล้าใช้สติสัมปัชชัญญะปัญญาไตร่ตรอง 
ผมว่าผมเล่าชัดตั้งแต่... 
วัดพระธรรมกาย : มองต่าง...น่ากลัวสำหรับใคร ?”  http://bit.ly/1QWvt1o ไปแล้วนะครับ

เพราะผมนั่งนึกๆ ทบหน้า ทวนหลัง ตีลังกากี่ตลบ 
20 ปี ที่ผมดูมา ทั้งเหตุทั้งผล ทั้งต้นทั้งปลาย ....
พี่น้องประเทศไทยที่รักครับ...
มันก็มีแค่นั้นครับ!!!  ( ให้ผมได้Bonus 36 เดือน ซิเอ้า!!!)
และมันก็ไม่ได้มีแค่บทความของผมแค่นั้นนะครับ
มีอื่นๆ อีกมากมาย  ที่พยายามชี้แจงความจริง!!!
ที่พยายามจะตะโกนเสียงแข่งกับ สื่อมวลชนไทยเป็นสิบๆค่าย
ที่ตั้งลำโพงกระหน่ำเสียงเสี้ยมด้วยความดังมหากำปนาทที่ 8 ล้านเดซิเบล !!!
กระแทกหูซ้ายขวาสร้างภาพใส่ร้ายฝังเข้าไปในประสาทรับรู้ของประชาชนทั้งแผ่นดิน !!!
ด้วยสาระพัดข้อกล่าวหาที่ นั่งจิ้นสาดสีสาดโคลนวัด รายวัน รายเดือน รายปี
( อะไรจะใจดำ เอ้ย! ใจดี! ...ช่วยประชาสัมพันธ์วัดเป็นปีๆ ปานนั้นครับ) 

ไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์อะไรกับคนวัดพระธรรมกายทั้งนั้นครับ ...
แต่ที่เห็นๆอยู่นิ จะเป็นคนดีไปถึงไหน!? …ปล่อยให้คนเขาใส่ร้ายกล่าวหาด่าว่าจะ  50  ปี
จะครึ่งศตวรรษเข้าไปแล้ว ... นี่ ท่านยังนิ่ง อยู่ได้!!! ฤาครับ!!!
แม่จ้าว!ลิงทอดกล้วย!!  ช่วยพูดอะไรสักอย่างสิคร้าบบบ!!! 

ก็เข้าใจคนวัดนี้สุดซึ้งอยู่อย่างหนึ่งครับ  คือ ...
ด้วยความที่อัธยาศัยรักความสงบสันติธรรม ... 
พวกเขาจะเถียงไม่เป็น ด่าไม่เป็น
โต้ตอบความเลวร้ายหยาบคายในรูปแบบที่คนพาลมันทำด้วยถ้อยคำรุนแรงแสบสัด ไม่เป็น ... 
เลยเป็นอาการ ... นิ่ง เงียบ สงบ ...และแผ่เมตตา !!!

มันทำให้ผมนึกถึง... 
ประวัติศาตร์โศกนาฏกรรมอำลาของพระพุทธศาสนาแห่ง นาลันทา”  ครับ
โอ้!... ประวัติศาสตร์มันกำลังจะ Replay  ตรงหน้าผมเหรอครับ ! 
บ้าแล้ว!!! อย่าแม้แต่จะคิด!!! ไม่ได้ตะโกนบอกตัวเองครับ
ประกาศบอก...พวก *มนุสสเปโต, *มนุสสเนรยิโก, และ *มนุสสติรัจฉาโน
(ความรู้จากตำรา, ผมก็พึ่งจะเห็นกับตายุคนี้ละครับ ...
 มนุษย์พันธ์ุดังว่า...มีอยู่จริงที่ไทยแลนด์แดนกะลา!!!)

เดี๋ยวออกอ่าวไทย!, กลับมาครับ...

วัดพระธรรมกาย  ไม่เคยเอาสิ่งใดจากประชาชน! 
เงิบบริจาคทุกบาททุกสตางค์นำมาสร้างโบสถ์ สร้างศาลาการเปรียญ สร้างพระเจดีย์ 
สร้างสถานที่ปฏิบัติธรรม  ทั้งหมดนั้นก็ล้วนเป็นสมบัติของแผ่นดิน
เป็นสมบัติของพระพุทธศาสนา เป็นสมบัติของมนุยชาติ
เป็นสถานที่เอื้ออำนวยให้เพื่อนมนุษย์นับล้านคนทั้งปัจจุบันและอนาคตได้มีที่คุ้มแดดคุ้มฝน
ใช้ศึกษาธรรมปฏิบัติธรรม เพื่อแสวงหาทางพ้นทุกข์ที่รุมเร้าเช้าค่ำอยู่ทุกเมื่อทุกวัน

แม้เวลาล่วงเลยผ่านไป  พุทธสถานเหล่านี้ ก็จะกลายเป็น  พุทธสถานประวัติศาสตร์
ที่จะแสดงให้มนุษย์ยุคหลังได้ประจักษ์แก่ตาแก่ใจว่า พระพุทธศาสนาเคยรุ่งเรืองเพียงใด
จิตใจของผู้คนยุคบรรพบุรุษของพวกเขาสูงส่งด้วยศีลธรรมเพียงใด
เหมือนที่เราได้เห็นความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา
ด้วยพุทธสถานที่บรรพบุรุษโบราณได้สร้างไว้ทั่วโลก  ไงครับที่รัก!!!

นอกเรื่องแปปครับ,
ถ้าจะตะโกนว่า  ก็รูปแบบ ศิลปะ สถาปัตย์การสร้าง มันแปลกตาพาประหลาดใจ 
ผมกราบแทบเท้าครับท่านที่รัก !!!  ขอได้โปรดทำการ STUDY ดีๆ.... 
* พระพุทธรูปแต่ละสมัย แต่ละประเทศก็ไม่เคยมี ศิลปะ สถาปัตย์ เหมือนกันเป๊ะๆซักยุค! ซักสมัย!
* ขอถามครับ ... ท่านเคยเห็น(ยกตัวอย่างครับ ...)  วัดพระเชตวันมหาวิหาร  วัดเวฬุวัน 
วัดปุพผาราม  ในสมัยพุทธกาลไหมครับ ... นั่นนะ รองรับพระภิกษุได้นับหลายพันรูปนะครับ
ไปหาอ่านรายละเอียดในพระไตรปิฎกเอาเองนะครับ  ... ศิลปะ สถาปัตย์ วัสดุก่อสร้าง 
ก็ว่าตามยุคตามสมัยว่ายุคนั้นๆมีอะไร,ยังไงให้ใช้สร้าง  อะนะครับ
เรื่องศิลปะ  สถาปัตย์ วัสดุ ที่สร้างนิ มันก็เป็นรูปแบบภายนอก ...
ปรับเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย
ตามความเฉลียวฉลาดของช่างผู้ก่อสร้างไหมครับ ?

ถามจริงๆ ครับ,
ทุกวันนี้  มีใครนั่งช้าง นั่งม้าไปทำงานบ้างครับ ?
ทุกวันนี้ มีใครนุ่งโจงกระเบนไปทำงานจันทร์-ศุกร์บ้างครับ ?

 … STUDY ดีๆ ก่อน อย่างนี้ครับ...
ทำทานด้วยจิตเลื่อมใสอย่างสม่ำเสมอ, รักษาศีลให้ได้ทุกวัน, นั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ 3  ชม.
ทั้งหมดนั้นอย่างน้อยสัก 3 ปี 5 ปี 10 ปี .... จากนั้น  ค่อยมานั่งลุยกัน เอ้ย! คุยกันฟินๆวินๆครับ 

ขยับเข้ามาหาประเด็นกันครับ
ผมขอถามสหาย นักจิ้นเหล่านั้นด้วยความจริงใจครับ
ถาม ... พวกคุณจะเอาอะไรกับวัดพระธรรมกายครับ”  ? 
ถ้าไม่ตอบผม, จะไปตอบกะพญายมราช ก็ได้ครับ,เอาที่สบายใจ ผมแฟร์ครับ!!!

เหตุการณ์ หรือ กรณีธรรมกาย อนึ่งนั้น เป็นอย่างนี้นะครับ ... 

1. วัดพระธรรมกาย กับ สงฆมณฑลประเทศไทย 
      
วัดพระธรรมกายรวมสงฆ์ทั้งแผ่นดินครับ  ขอยกมาเพียงตัวอย่างว่า...
      ทั้งสงฆมณฑลกำลังร่วมแรงร่วมใจกันกอบกู้ฟื้นพระพุทธศาสนาอย่างเต็มกำลัง
จัดตักบาตรพระเรือนหมื่นเรือนแสนทั่วประเทศ แล้วนำเครื่องบริโภคจากการตักบาตร
ไปช่วยเหลือพระใน 400 กว่าวัด ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่กำลังถูกภัยคุกคาม,
      จัดบวชสามเณรล้าน เพื่ออบรมศีลธรรมให้เยาวชน ก็ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของพระภิกษุ
ทุกวัดทั่วประเทศ
       พี่น้องชาวไทยที่รักครับ ช่วยดู ช่วยมอง ช่วยเห็นคุณความดีของพระพุทธศาสนา ของพระสงฆ์ ของวัดทุกวัด ที่กำลังนำและค้ำยันศีลธรรมให้กลับมาเข็มแข็งในจิตใจของเพื่อนมนุษย์พันธุ์ไทย
ด้วยนะครับ  ( ถ้าไม่ช่วย, อย่าด่าก็พอครับ) 

        
        สรุป วัดพระธรรมกาย กับสังฆมณฑล รู้รักสามัคคีและร่วมทำงานฟื้นฟูศีลธรรมกันด้วยดี ครับ

2. วัดพระธรรมกาย กับชาวพุทธ ทั้งในไทย และต่างประเทศ
            บอกเลยครับ ว่า  ไม่มีปัญหาอะไรกันเลย!  รักกันดี  เกื้อกูลกันดี ตามประสาวัด กับ บ้าน
กับประชาชนแบบที่ สยามประเทศเป็นกันมาช้านาน และนานมาก !!!
            ประชาชนที่มาวัด จะเข้าใจวัดได้ง่ายๆ และสบายๆ ครับ ... เพราะอย่างที่เคยบอก
วัดพระธรรมกาย ไม่มีอะไรซับซ้อนครับ (กลับไปอ่าน link ข้างบนครับ)
            ประชาชนต้องการที่พึ่งทางใจ ( ทุกวันนี้สังคมเรามันสงบสุขนักนิครับ...ก็รู้ๆกันอยู่) ...
เขาก็ใช้ปัญญา แล้วก็นึกได้ว่า...
            “โอ้! ก็ธรรมะ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นไง จักเป็นที่พึ่งแก่เรา แก่ญาติพี่น้อง เพื่อนสหาย ผู้ที่เรารัก และเพื่อนมนุษย์เกิดแก่เจ็บตาย เช่นกันกะเรา
              ประชาชนทั้งหลายก็มาวัด  เมื่อมา ก็ได้ศึกษา เมื่อได้ศึกษา ก็เข้าใจ เมื่อเข้าใจ 
ก็นำไปปฏิบัติเมื่อปฏิบัติก็เห็นผล เมื่อเห็นผล... ก็คิดถึงผู้ที่รัก ก็ชวนกันมา จาก 10 คน ผ่านไป 40 กว่าปี ก็เป็นล้านคน จากในประเทศ ก็ไปถึงต่างประเทศ และหลายๆ ประเทศ ...
            
            ไม่มีใคร! มาแหกปากว่านู้นว่านี่ว่านั้น ... ล้านคนที่มาวัดพระธรรมกาย 
สงบ เงียบ เรียบร้อย 
ในวิถีของตน ... เข้าใจวัด
รู้จักและเคารพศรัทธาพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย 
ศรัทธาพระภิกษุ-สามเณร ทุกรูป
ไม่ใช่แค่ที่วัดพระธรรมกาย แต่เป็นศรัทธาต่อคณะสงฆ์ทั่วทุกวัดในประเทศ
และทุกพระภิกษุทั้งหลายทุกนิกายทั่วโลก ...  ด้วยความเข้าใจ
            ท่านทั้งหลายเหล่านั้น ล้วนเข้าใจพระพุทธศาสนา ปฏิบัติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ดำรงตนด้วยวุฒิธรรมของบัณฑิตนักปราชญ์ อย่างหนักแน่นสงบสง่างาม ... 
            พูดมากก็หาว่าผมเข้าข้างชม อีกละครับ,… รับฟังคุณงามความดีของคนอื่นไม่ได้นิ...
สภาพจิตน่าเป็นห่วง! ผมก็ไม่รู้จะช่วยยังไงนะครับ  ...
            ผมได้พูดความจริงไว้ให้ลูกหลานได้รับทราบ ได้ศึกษา ผมก็สบายใจแล้วครับ!

            สรุปความสัมพันธุ์ระหว่างวัดพระธรรมกาย กับ ชาวพุทธ ชาวไทยทั้งในและต่างประเทศ ไม่มีปัญหาใดๆวัดและสาธุชนร่วมกิจกรรมบำเพ็ญบุญ ปฏิบัติธรรม ตามปกติ ครับ !

3.  วัดพระธรรมกาย กับ องค์กรพุทธนานาชาติ
            วันมาฆบูชา, และ วันที่ 22 เมษา วันคุ้มครองโลก ของทุกปี มาดูด้วยตัวของเราเองนะครับ
 คือ ญาติวัดพระธรรมกายเยอะครับ  มาจากวัดนานาชาติ ต่างๆ ทั่วโลก  จะให้ผมร่ายละก็หลับกันพอดีครับ ...
            ก็สรุปให้จากที่ตาเห็นมา 20 ปี นะครับ ... วัดพระธรรมกาย กับ ชาวพระ นักบวช
ชาวพุทธ ในระดับนานาชาตินั้น รักสามัคคีกันดีครับ

4.  !!!.................. 
              ข้อนี้ ผมขอพูดให้เป็นที่รำคาญซัก 1 ข้อครับ ...
ให้เป็นจารึกไว้ท้าทายปัญญาปฏิภาณ
ของท่านทั้งหลาย และ นักประวัติศาสตร์ยุคหน้า อย่างนี้ครับว่า ... 
ความดี เป็นอะไรที่ ก็มีคนอิจฉา!ครับ
วิสัยคนขี้อิจฉา  ก็จะทำอยู่ไม่กี่เรื่องครับ ถ้าตัวเองทำดีไม่ได้อย่างคนอื่นเขา ...
ลูกไม้เดิมๆ ของคนพันธ์ุนี้ คือ ก็หาเรื่องทำลายความดีของผู้อื่นซะ ! 

โอ้! สัพเพ สัพตา อเวราโหนตุ !!!

มีคำพูดหนึ่งครับ ที่เมื่อก่อนผมไม่เคยสนใจเลย,
อยู่ดีๆ ก็ทลึ่งพรวดโผล่ขึ้นมาในหัวผม, ... “ถิ่นกาขาว” !
ให้เกิดอาการ !!! กาดำแท้ๆ  ดันบอกขาว!!!  เอ่อ!...นี้มันยุคเราเหรอวะ!

ขอจบข่าวแบบ  landing ทิ่มโลกแค่นี้นะครับ,

ก่อนจบจริงๆ ครับ

1. ถึงไม่ใช่แฟน, ก็ขอเอาใจช่วยวัดพระธรรมกาย  ดั่ง สัจจะธรรมอันเป็นนิรันดร์ว่า
ธรรมะ ย่อมชนะ อธรรม

 2. ถึง พ่อ แม่ พี่ น้อง ชาวไทย ทั้งประเทศ ตลอดลูกหลานในอนาคตครับ 
กรณีวัดพระธรรมกาย”... 
ตั้งสติดีๆ ครับ แล้ว  STUDY  ให้กว้าง ให้รอบ ให้ลึก ให้จริง นะครับ ...  
จะได้ปลอดภัยและไปดีครับ

ขอได้รับความห่วงใยและปรารถนาดีจากผมครับ


Blog Archive