กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

กรณีธรรมกาย : ทำไมต้องลวดหนาม! ลับสุดติ่ง! ผมรู้ดีที่สุด!



เห็นข่าวแต่ละหน้า ทุกวันนี้ผมละมึนจริงๆ ครับ  อะไรของพวกเสี้ยม
! เอ้ย! …
ของพวกคุณสื่อมวลชน, ที่รักหนักหนา ครับ
!
แต่ละคำ ช่างกระแทกกระทบกระเทือนจิตใจอันอ่อนไหว
ของผมเสียเหลือเกินครับท่านเสื่อม
! เอ้ย! ท่านสื่อ! …
อาการอ่อนไหวพลอยเรียกผิดเรียกถูกนิ ก็เพราะ
Effect จากภาษาหน้าข่าวยุคนี้ละครับ,
พลอยทำให้ผมสับสนภาษาของตัวเองไปด้วย
! ขออภัยจริงๆครับ!  


แต่ละเช้า
!
ในโลกอันสวยงามของผม ต้องต๊กกะอกต๊กกะใจ...
เพราะพวกคุณแค่ไหนรู้ไหม ครับเนี้ยะ
!
ใครจะรับผิดชอบหัวใจอันละอ่อนของผมละครับ! เฮ้อ!
!!!
ดูสิครับ! แต่ละสำนัก... ผมนึกว่าสารขันธ์จะมีสงครามอยู่หน้าบ้านผมซะ!  


กับ พระมหาเถระชราภาพ 72  ปี และอาพาธหนัก ...
ไม่ไปไหนเล้ย
! … รักษาอาการอาพาธอยู่!!!
รับฟังกัน, เคารพสิทธิ์เพื่อนมนุษย์กันบ้างสิคร้าบบบ
!!!

ประเทศนี้!  มันอัลไรกันนักหนาสารขันธ์ครับ !
ไอ้ที่พาดหัวหน่ะ ผมก็ไม่รู้กะคุณหรอกครับว่า... เพื่อ...


แต่มีเรื่องหนึ่ง! ที่ผมรู้สึกอัศจรรย์ใจมากครับ เช้าวัดหนึ่ง...กับข่าวนี้ครับ!!! 


! วัดพระธรรมกายล้อมลวดหนาม


มันเป็นยังไงหรอครับ??! …
นี่ถ้าผมไม่ใช่คนที่มาวัดพระธรรมกายตลอดเวลา 20  ปี นิ
ผมคงจะจินตนาการพริ้งเพริศเตลิดเลยดาวพูลโตไปละครับ,
See Heart ครับ !
เห็นใจพี่น้องเพื่อนสามัญชนคนที่ยังไม่เคยมานะครับ,...
คงเสียแรงจิ้น...ใส่พริก ขิง ข่า ตะไคร้ เปลืองสมงสมองเปล่าๆ ไปเช้าหนึ่ง
ผมนิ! ขับรถรอบวัดเลยครับ! เห็นมีลวดอยู่ฝั่งเดียะ!!! …
พวกเล่นพูดซะ
!
ผมนิรีบไปมุงเลย


จะบอกความจริงสุดติ่งให้ฟังครับ, ไม่ใช่ความลับครับ, เล่าให้คนทั้งโลกฟังได้
!
(
แต่โดยหลักการแล้ว! ต้องบอกว่าลับสุดยอด, จากนั้น เรื่องจะไปทั่วโลก! )


งั้น, เอาเป็นว่า นี้คือ ความลับละกันนะครับ!

ทำไมวัดพระธรรมกาย ล้อมลวดหนาม


ตอบ! …

1.  
กันไก่วัดบินออกไปนอกวัดครับ
ไก่มันอยู่ในวัดอย่างสุขสงบมาตั้งกะสมัยปู่ย่าตายายไก่นู้นครับ
ก็ล้อมลวดไว้ ไม่ให้มันบินออกไป เพราะ
! ข้างนอกวัด,...เหี้ยมันเยอะครับ!
เดี๋ยวโดนเหี้ยกัด! …
เดี๋ยววัดโดนอีก หาว่าไม่มีเมตตา ปล่อยปละละเลยสรรพสัตว์ให้ถูกทำร้าย!


2. ป้องกัน ไม่ให้จรเข้น้อย มันปีนกำแพงเข้ามากัด/กิน ไก่ ในวัดครับ
!

ทั้งนี้,!  ประตูวัดเปิดต้อนรับ ประชาชน, สาธุชน, สื่อมวลชน, เจ้าหน้าที่ชน...ชนจากทุกที่ ...
ตลอดเวลาครับ
!
ซึ่งท่านเหล่านั้น ก็ต้องเดินเข้าวัดทางประตูวัด! อยู่แล้ว
โดยปกติธรรมดามนุดมนาใช่ไหมครับท่าน
!

แล้วทำไมจะต้องมามีปัญหากับรั้วลวดที่เขาล้อมกันไก่! กันจรเข้น้อย! … ละครับ! ผมงง!
เห็นวัดอื่นๆ ยังมีเอาเศษแก้วไปปักเต็มบนกำแพง เพื่อป้องกันแมวห่า! แมวเห้!
ไม่เห็นต้องขึ้นถึงหน้าหนึ่ง! …
ซึ่งผมก็จี้งง
! ไปกับพวกคุณเสี้ยม! เอ้ย! คุณสื่อจริงๆ
นึกว่าอะไร! พิโถ่พิถังกะละมังเอ้ย!

เชิญเดินเข้า และ เดินออก ตามประตูวัด ให้สบายกายสบายใจเถิดครับ!  

วัดพระธรรมกายยินดีต้อนรับครับ

ผมรับประกันครับ!




กรณีธรรมกาย วงใน
วิชชาธรรมกาย  
วัดพระธรรมกาย UNSEEN
Dhammakaya Méditation Technique
https://dhammakayafacts.wordpress.com/ 
www.ธรรมกาย.com 
เจ้าคุณเบอร์ลิน  









กรณีธรรมกาย : หลวงพ่อธัมมชโย ชี้แจงชัด! ข้อแท้จริง เงินรับบริจาค!

  เชิญรับฟัง : ชัดๆ เงินรับบริจาค:ข้อแท้จริง จาก หลวงพ่อธัมมชโย 
  -------------------------------------------------------------------------------------------


ภาพท้ายๆในสภาธรรมกาย ที่,ผู้ที่ใจบุญใจกุศล
กว่าจะรวบรวมหาทรัพย์มาได้แต่ละบาทแต่ละสตางค์มาสร้างบารมี
มันสิยากมาก แต่เฮโลเข้ามาอย่างนี้เลย
มันทำให้แสลงใจใครบางคน
เจอภาพดีๆกลายเป็นของแสลง
.
ในภาพเห็นไหมจ๊ะ ครูไม่ใหญ่จับแต่ผ้า
ไม่ได้จับอะไรกับเค้าเลย ก็ได้แต่ยิ้มกับทุกคน
ก็ไม่เคยถามใครนะว่าเอาเงินมาจากไหนเนี่ย
ที่เอามาทำบุญเนี่ย เอามาจากไหน
.
ถ้าถามเป็นไง...ย้ายวัดดีกว่า จะไปให้ครูไม่ใหญ่ถามได้ไง
ก็เค้ามาทำบุญ เค้าอยากได้บุญกัน
.
ครูไม่ใหญ่ได้ทรัพย์มาก็เอาไปทำงานพระศาสนา
.
มาเท่าไหร่ใช้ไปเท่านั้น แล้วก็เป็นทุกสิ่งอย่างที่พวกเราเห็น
.
เพราะฉะนั้นผลบุญเป็นของทุกท่าน ผลงานเป็นของทุกคนจ๊ะ
.
พูดแล้วทนไม่ไหว
จงรวย สาธุ
จงรวย สาธุ
จงรวย สาธุ
จงรวยสวนกระแสเยอะๆจ๊ะ
รวยทั้งภายนอกและภายในนะจ๊ะ
.
เนี่ย...มันก็เป็นอย่างนี้เนอะ...
ไม่เคยถามใครสักคนเลยว่าได้มาจากไหน..
ได้แค่เนี้ยแหละ คือได้ปลื้มกับเค้า เออ..เราก็ยังมีส่วนแห่งบุญ
ได้ปลื้ม ได้อนุโมทนาบุญกับทุกคน
.
แต่ทุกคนที่ทำทุกคนก็ได้หมด
พอเอามาทำงานพระศาสนา
ทุกคนเห็นแล้วปลื้มก็ได้บุญกันไปหมด
ศาสนาก็ได้งาน เราก็สืบทอดอายุพระศาสนาไปอีกยาวนาน
.
คำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ก็จะเป็นประโยชน์แก่มนุษย์และเทวดาทั้งหลายไปอีกยาวนาน
.
ที่เราต้องอย่างนี้เพราะว่ากว่าจะมีการบังเกิดขึ้นของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
มันสิยากมาก
ท่านต้องสละทรัพย์ อวัยวะและชีวิตมานับครั้งไม่ถ้วน
แต่จากนับครั้งไม่ถ้วน รวมแล้วได้ยี่สิบอสงไขยเศษแสนมหากัป
ของพระพุทธเจ้าพระองค์นี้นะจ๊ะ ปัญญาธิกะพุทธเจ้า
.
อสงไขยหนึ่งเท่ากับ๑๐๐ล้าน
นับไป๒๓ครั้ง ๑๐๐ล้านปีหนึ่ง ๑๐๐ ล้านปีสอง
นับไปถึง ๒๓ ครั้งก็หนึ่งอสงไขย
ถ้า๒๐อสงไขยก็เอา ๒๐ คูณเข้าไปอีก
เศษแสนมหากัป บวกเข้าไปอีก
.
มันสิยาวมาก
คำสั่งสอนของพระองค์นี่นะ จะทำให้ทุกคนมีแต่ความบริสุทธิ์เกิดขึ้น
ปิดอบาย ไปสวรรค์ มีสุขในปัจจุบัน แล้วก็ดับทุกข์ได้
เพราะฉะนั้นเราจำเป็นต้องรักษาคำสั่งสอนของพระองค์ไว้
สืบทอดไปอีกยาวนาน ทรัพย์ทุกบาททุกสตางค์มาก็เพื่อการนี้
ไม่ใช่เพื่อการอื่นเลย นี่เนอะ ทำเป็นไม่รู้ ฯลฯ

--------------------------
คุณครูไม่ใหญ่
๒๑ เมษายน ๒๕๕๙
โรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
...................................


                                         "ภาพการทำความดีที่แสลงใจใครบางคน !"

กรณีธรรมกาย 
ขอบคุณคลิปต้นฉบับจาก... http://bit.ly/1TUkrvc 
ขอบคุณข้อมูล... 
http://bit.ly/1THMDxH

วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

กรณีธรรมกาย : คนไทยต้องแยกแยะให้ออก...กฎหมาย! - กระแสสื่อ! อย่าเอามามั่วกัน!



                                        ธรรมกายไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย หยุดสร้างกระแสจับพระ/ล้มธรรมกาย
                                  รายการ WakeUp Weekends ประจำวันที่ 29 พฤษภาคม 2559 Voice TV



กรณีหลวงพ่อธัมมชโยขณะนี้
ดูจะออกอ่าวไปไกลโขใหญ่โตโอเวอร์  แปลกประหลาดอย่างเหลือเชื่อ
!
จนชาวประชางงกันทั่วหน้า
!


ที่เห็นชัดถึงความก้งของคนในสังคมกะลา คือ
การไม่รู้จักแยกแยะระหว่าง... เรื่องของกฎหมาย  กับ เรื่องของกระแสสื่อ
!

เรื่องกฎหมายนั้น ไม่ได้ซับซ้อนอันใดเลย!
หากจะดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนทางกฎหมาย
อย่างตรงไปตรงมา
!!!
  
  

แต่ที่ทำให้เกิดความคลางแคลงใจต่อกระบวนการนั้น!
เพราะใครทำละครับ
!?
? ...
* ไม่ว่าจะเป็น ไม่ยอมนำแพทย์ของรัฐมาตรวจอาการของหลวงพ่อ
* กล่าวหาว่า ไบรับรองแพทย์ ปลอม
!
(
แพทย์ที่มาตรวจดันโดนข้อหาไปอีก!  แล้วแบบนี้ใครจะกล้ามาดูแลรักษา
นี้กะเล่นถึงขนาดจะไม่ให้มีแพทย์มาตรวจมารักษากันเลย หรือไงครับ ??? )
*
เตรียมกำลังนับพัน!พร้อมอาวุธ!  กระทั้งว่าจะใช้รถหุ้มเกราะ!ปานนั้นเลยเหรอ!??? จะไปทำสงครามเหรอครับ!? 
* การดึงผู้ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับคดีเลย เข้ามาวุ่นวายในกระบวนการ แถมยังเป็นฝ่ายตรงข้ามอีก!
อย่างนายมโน, นายไพบูลย์ ...ซึ่งนับว่าเป็นการดำเนินการที่แปลกประหลาดที่สุดในโลกก็ว่าได้
* ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งที่ คู่กรณี คือ สหกรณ์คลองจั่น ก็ออกมาชี้แจงแล้วว่า กรณีระหว่าง สหกรณ์และ 
หลวงพ่อธัมมชโย นั้นยุติแล้ว... คือ เจ้าทุกข์ ไม่เอาเรื่อง! จบแล้ว!
*แต่อย่างกระเหี้ยนกระหือรือก็...ออกหมายจับ!! … เซยเลย! งงครับ!

ความตรงไปตรงมา และความโปร่งใส อยู่ไหน ?
และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเคารพใน “สิทธิมนุษยชน” อยู่ที่ไหน ? 
ที่จะให้ประชาชน โดยเฉพาะ ผู้ถูกกล่าวหา วางใจกับกระบวนการดังกล่าว
!?

ว่าในแง่ของ กฎหมาย ก็นับว่า... 

เล่นเอาชาวบ้านเกิดคำถามบานเบอะเยอะแยะตาแปะป่วง แล้วนะครับ !

มาดูด้าน สื่อมวลชน ครับ ... 
คงไม่มีคำไหนที่จะเข้ายุคไปกว่า Thailand Only ละครับ 



* โดยปราศจากการพิจารณาตัดสินจากศาล แต่กระแสก็พิพากษาไปแล้วด้วยวาทะกรรม...รับของโจร!
*
ไม่ต้องพูดถึงการเรียกขานชื่อ ผู้ถูกกล่าวหา ที่เป็นถึง พระมหาเถระ แต่ สื่อมวลชนเมืองพุทธศาสนา กลับเรียกขานหลวงพ่อ อย่างไร้การให้เกียรติ!... แสดงออกถึงความไร้อารยธรรมของตัวเองได้อย่างน่าละอาย มากไปไหมครับ ?!
*
ประโคมข่าวการจับกุม ผู้ถูกกล่าวหา...ชนิดที่ว่า จะให้เป็นกระแสพิพากษาจากสังคมว่า
ต้องจับซะให้ได้
! หรืออย่างไร???!
*
สิ่งที่เลวร้าย และแสดงออกถึงความตกต่ำของสภาพจิตใจของคนในสังคมกะลา ถึงขีดสุดที่สุด 
คือ มีการจัด Vote ใน Social network ว่า หลวงพ่อ ผิดจริง หรือไม่ ! … บ้าไปแล้วกะลาสารขันธ์!!! … 
ถ้ามีใครทำแบบนี้กับพ่อคุณ! … คุณจะรับได้ไหม ?!

เรื่องของกฎหมาย  ต้องให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย และขอย้ำ ตรงไปตรงมา!
... แต่ถ้าตราบใดพวกคุณยังมั่วถั่วแบบที่ชาวบ้านเขาตั้งคำถามมา... มันไม่สวยแล้วละครับ

เรื่องของการสื่อข่าว, การสื่อสาร, สร้างกระแส!!! … 
ขอให้มนุษย์พันธ์กะลากล้าๆแยกแยะด้วยนะครับ!  
ขอขอบคุณความกล้าหาญ...ครับ!






กรณีธรรมกาย วงใน
วิชชาธรรมกาย
วัดพระธรรมกาย UNSEEN
Dhammakaya Méditation Technique  
https://dhammakayafacts.wordpress.com/ 
www.ธรรมกาย.com 
เจ้าคุณเบอร์ลิน




กรณีธรรมกาย : รู้จัก หลวงพ่อธัมมชโย ทั้งชีวิตอุทิศเพื่อสิ่งใด? ทุ่มเทเพื่อใคร? ตั้งใจจะทำอะไร? ทำ-ทำไม?



เชิญรับฟัง ... 

---------------------------------
.1)

หลวงพ่อธัมมชโย

หลวงพ่อคือผู้สร้างวัดและเลี้ยงวัด 

หลวงพ่อธัมมชโยเป็นผู้นำปัจจัยที่ญาติโยมถวายท่านตั้งแต่ยังไม่มีวัด มาสร้างวัดพระธรรมกายขึ้น ท่านเป็นผู้เลี้ยงวัด วัดเจริญก้าวหน้ามาได้ถึงปัจจุบันเพราะญาติโยมศรัทธาในตัวท่าน ท่านนำปัจจัยที่ญาติโยมถวายท่านเป็นการส่วนตัวมาสร้างวัด สร้างศาสนสถานมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท แม้ปัจจุบันปัจจัยค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของวัดพระธรรมกายก็มาจากที่ท่านบริจาคให้วัด

<< การกล่าวหาว่าท่านยักยอกเงินวัด ก็เหมือนกับกล่าวหาว่าพ่อที่เป็นผู้ให้เงินลูกใช้ ยักยอกเอาเงินของตัวเองที่ให้ลูกไป เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ หากท่านต้องการปัจจัย แค่ลดการบริจาคให้วัดลงก็พอแล้ว ข้อกล่าวหาว่าท่านยักยอกเงินวัดจึงขัดแย้งกับความเป็นจริง

<< ปัจจัยที่กล่าวว่าคืนวัดนั้น ความจริงเป็นปัจจัยของคณะศิษยานุศิษย์ที่อยากให้เรื่องจบจึงร่วมกันทำคำร้องถึงอัยการสูงสุด และลงขันกันตั้งกองทุนบริจาคให้วัด มากกว่ามูลค่าของเงินที่เป็นเหตุแห่งคดี

<< กรณีกล่าวหาว่าท่านยักยอกที่ดินของวัดไปก็เช่นกัน ญาติโยมถวายที่ดินให้กับท่านเป็นการส่วนตัว เพราะศรัทธาในตัวท่าน ในโฉนดก็ระบุเช่นนั้น ผู้ถวายก็ยังมีชีวิตอยู่ไปให้การกับศาลยืนยันว่าถวายให้ท่านเป็นการส่วนตัว ที่เกิดเป็นคดีขึ้นมาเหมือนเป็นเรื่องการเมืองที่จะหาเรื่องให้ได้ เพื่อตัดปัญหาท่านจึงโอนที่ดินให้วัด

<< แม้ปัจจุบันก็มีญาติโยมมาถวายที่ดินแก่ท่านเป็นการส่วนตัวทุกเดือน กล่าวยืนยันท่ามกลางประชุมชนถึง ๓ ครั้ง ว่าท่านจะเอาไปทำอะไรก็ได้ จะไปขายก็ได้ ไปสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมก็ได้ อัดวีดีโอเป็นหลักฐานไว้ด้วย ท่านก็ให้โอนที่ดินเหล่านั้นเข้ามูลนิธิใช้ประโยชน์เพื่อพระพุทธศาสนาต่อไป ท่านไม่เคยไปดูที่ดิน ไม่รู้ด้วยว่าอยู่ตรงไหน เขาถวายมาก็ส่งให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการต่อไปเพื่อประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา

หลวงพ่อคือผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนา 


<< เราสามารถสรุปได้อย่างชัดเจนอย่างหนึ่ง คือ พระเทพญาณมหามุนี เป็นผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างแน่นอน เราอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของท่าน ย่อมเป็นสิทธิส่วนบุคคล แล้วแต่จริตความชอบของแต่ละคน แต่ไม่อาจกล่าวหาว่า ท่านมีเจตนาไม่สุจริต เพราะผู้ที่มีเจตนาไม่สุจริต ทำเพื่อหวังลาภสักการะจะไม่ทำอย่างที่ท่านทำ และก็ทำไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างคน หรือสร้างศาสนสถาน เช่น

_การสร้างศาสนสถาน รองรับชาวพุทธได้ ๑ ล้านคน เป็นงานใหญ่ที่ต้องทำด้วยชีวิต เจดีย์ วิหาร ศาลา ศาสนสถานต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นมาจะกลายเป็นสมบัติของพระพุทธศาสนา โดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาทเดียว

_การสร้างพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนากว่า ๕,๐๐๐ รูป/คน ญาติโยมผู้มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนานับล้านคน

<< พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า ศีล รู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมคนที่อยู่ด้วยกันเป็นสิบ ๆ ปี ใครนิสัยเป็นอย่างไรจะรู้กันหมด ถ้าท่านไม่ดีจริงจะไม่มีทางสร้างพระ เณร อุบาสก อุบาสิกาที่อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาได้เช่นนี้ ชีวิตของใคร ใครก็รัก จะสละชีวิตของตนได้ต้องชัดเจนแล้วว่าสิ่งนั้นดีจริง มีคุณค่าจริงเท่านั้น

การกระทำเชื่อได้มากกว่าคำพูด 


<< คนเราจะพูดอย่างไรก็ได้ ทั้งทางดีทางร้าย สิ่งที่เชื่อถือได้มากกว่าคำพูด คือ การกระทำโดยเฉพาะการกระทำที่ทำมาตลอดชีวิตกว่า ๕๐ ปี
*** เราไม่สามารถกล่าวหาผู้ทำความดีตลอดชีวิตว่าแกล้งทำได้ เพราะเมื่อทำตลอดชีวิตมันคือเรื่องจริง 

<< หากใครมีจริตชอบแบบไหน ให้ทุ่มเทความรู้ความสามารถของตนไปในทางสร้างสรรค์ ชวนคนไปปฏิบัติแบบที่ตนชอบให้มากๆ จะดีกว่า ถ้าทุกคนทำอย่างนั้น พระพุทธศาสนาจะเจริญก้าวหน้า สังคมจะสงบร่มเย็น ศีลธรรมจะกลับคืนมา

<< แต่ถ้าใช้พลังไปในทางทำลาย เอาแต่โจมตีใส่ร้ายป้ายสี มีแต่จะสร้างความแตกแยก ทำให้พระพุทธศาสนาอ่อนแอลง จนอาจจะสาบสูญไปจากแผ่นดินไทย ตัวผู้ทำก็ต้องแบกบาปมหาศาล

---------------------------------
.2)

พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) 

เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ปัจจุบันอายุ 70 ปี ท่านเริ่มศึกษาธรรมะเมื่อปี 2506 
ขณะเรียนอยู่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โดยได้ไปปฏิบัติสมาธิภาวนา
กับคุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ศิษย์เอกของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ

เมื่อจบสวนกุหลาบ ก็ได้เข้าศึกษาต่อที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 
ท่านเป็นผู้รักการปฏิบัติธรรมมาก ไปปฏิบัติกับคุณยายอาจารย์ทุกวัน 
ไม่เว้นเลยแม้แต่วันสอบไล่ปลายภาค

เมื่อสำเร็จการศึกษาในปี 2512 จึงได้ตัดสินใจอุปสมบทตลอดชีวิต เมื่อบวชได้เพียง 1 พรรษา 
คุณหญิงประหยัด แพทยพงศาวิสุทธาธิบดี มีจิตศรัทธาถวายที่ดินจำนวน 196 ไร่ 
ที่ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 
หลวงพ่อธัมมชโยจึงได้นำหมู่คณะเริ่มบุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกาย
มาตั้งแต่วันมาฆบูชา ปี 2513

วัดได้เจริญก้าวหน้ามาตามลำดับ มีญาติโยมมาปฏิบัติธรรมในวันสำคัญคราวละหลายหมื่นคน 
จนพื้นที่ไม่พอรองรับ ญาติโยมจึงได้รวบรวมปัจจัยซื้อที่ดินเพิ่ม 
ขยายมาเป็น 2,500 ไร่ ในปัจจุบัน



>> ลักษณะพิเศษของพระเทพญาณมหามุนี


น่าทึ่งว่าทำไมท่านจึงสามารถสร้างศรัทธาแก่สาธุชนนับล้าน 
ชวนคนเข้าวัดปฏิบัติธรรมในวันสำคัญได้คราวละหลายแสนคน ลักษณะพิเศษของท่านคือ

1. เป็นอยู่อย่างเรียบง่าย เป็นแบบอย่างแก่ศิษยานุศิษย์ 
กุฏิเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายมีขนาดเท่ากันกับกุฏิพระลูกวัดทุกประการ มีขนาด 3 × 4 ตารางเมตร 
ไม่มีแอร์ ไม่มีทีวี ไม่มีตู้เย็น มีเพียงเตียงไม้ โต๊ะเก้าอี้ไม้ 1 ชุด ตู้ 1 ใบ พัดลม 1 ตัว เท่านั้น

ปัจจุบันเมื่ออายุ 70 ปีแล้ว ต้องมีผู้ดูแลสุขภาพจึงย้ายมาอยู่ในกุฏิที่กว้างขึ้นแต่ก็เป็นกุฏิชั่วคราว 
โครงเหล็กฝายิบซั่มบอร์ด หลังคามุงด้วยกระเบื้องลอน พื้นปูเสื่อน้ำมัน มีโต๊ะ 1 ตัว วางอยู่ข้างเตียง 
และใช้เตียงไม้เป็นที่นั่งแทนเก้าอี้เวลาเขียนหนังสือ

2. รักความสะอาดและความเป็นระเบียบมาก ช่วงที่ท่านยังแข็งแรง ตกเย็นจะพาพระเณรกวาดวัด 
ตั้งแต่ท้ายวัดถึงหน้าวัด ระยะทางราว 1 กิโลเมตร เป็นประจำทุกวันเป็นปีๆ 
และพาพระเณรลงลอกคูคลองข้างวัด จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมวัดพระธรรมกายจึงสะอาด
และเป็นระเบียบ

3. เรียบง่ายไม่ชอบพิธีรีตอง เมื่ออยู่ในวัดกับพระเณร อุบาสก อุบาสิกา ท่านเป็นผู้เรียบง่าย 
ไม่ชอบพิธีการ ให้ความเมตตาเป็นกันเองกับทุกคน แต่เมื่อเป็นงานทางการ 
ท่านจะสั่งว่าต้องทำทุกอย่างให้เป็นระเบียบเรียบร้อยให้ดีที่สุด 
เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแต่เป็นการแสดงความเคารพบูชาพระรัตนตรัย

4. เป็นผู้มีวินัยเรื่องเวลาอย่างยิ่ง กิจวัตรประจำวันของท่านทุกอย่างจะเป็นเหมือน
ตารางเวลาที่กำหนดไว้เป๊ะๆ ทุกวันสม่ำเสมอ ใช้เวลาทุกนาทีอย่างคุ้มค่า 
ทำให้ทำงานได้มากทั้งการทำภาวนาและการสั่งงานต่างๆ

5. รักการปฏิบัติธรรมอย่างยิ่ง ตั้งแต่ยังเป็นนิสิตท่านก็ปฏิบัติธรรมทุกวันไม่มีเว้นเลย 
เมื่อบวชแล้วก็ยิ่งทุ่มเทให้กับการเจริญสมาธิภาวนา และอบรมสั่งสอนศิษยานุศิษย์
ให้รักการปฏิบัติธรรม เพราะนี่คือแก่นสารสาระที่แท้จริงของชีวิต

6. ถือธรรมเป็นใหญ่ มีความกล้าหาญในการตัดสินใจ สิ่งใดที่ถูกต้องท่านกล้าที่จะตัดสินใจ 
ทำสิ่งนั้นโดยไม่หวั่นเกรงสิ่งใดเลย เช่น แรกเริ่มญาติโยมมาวัดก็ใส่เสื้อหลากสี 
แต่เมื่อท่านสังเกตเห็น มีการประดับประดาเหมือนแต่งมาอวดกัน 
ท่านก็ชักชวนให้ทุกคนใส่ชุดขาวมาวัด ทำให้สะอาดตา เหมาะแก่บรรยากาศการปฏิบัติธรรม 
และเกิดความเสมอภาคกัน ตอนแรกไม่มีใครเห็นด้วย เกรงว่าญาติโยมจะหาว่าไปบังคับเขา 
เดี๋ยวจะไม่มาวัด ท่านบอกว่า ไม่เป็นไร ถ้าไม่มีใครมาวัด ท่านก็จะนั่งสมาธิรูปเดียว 
เมื่อประกาศบอกญาติโยมไป ช่วงแรกคนมาวัดก็ลดไปเกือบครึ่งหนึ่ง แต่ท่านก็ไม่หวั่นไหว 
เดินหน้าต่อไป สุดท้ายญาติโยมก็กลับมามากกว่าเดิม

7. กระจายงาน ท่านกระจายอำนาจการตัดสินใจให้พระภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา 
ทุกคนช่วยกันทำงาน ช่วยกันตัดสินใจตามหน้าที่ของตน 
ทำให้ทุกรูปทุกคนได้ใช้ศักยภาพของตนเต็มที่ งานจึงขยายตัวได้เร็ว 
ส่วนตัวท่านเองนั้นเป็นผู้มอบเฉพาะนโยบายสำคัญๆ และให้ทุกคนไปช่วยกันทำ 
ถ้าวัดรวมศูนย์การตัดสินใจทุกอย่างอยู่ที่เจ้าอาวาส จะไม่สามารถขยายงานใหญ่ได้ 
เพราะเวลาไม่พอ ดูงานไม่ทั่วถึง

ต่อกรณีที่มีข้อกล่าวหาท่านนั้น

คนเราจะพูดอย่างไรก็ได้ ทั้งทางดีทางร้าย สิ่งที่เชื่อถือได้มากกว่าคำพูด คือการกระทำ” 
โดยเฉพาะการกระทำที่ทำมาตลอดชีวิตกว่า 50 ปี

เราสามารถสรุปได้อย่างชัดเจนอย่างหนึ่งก็คือ ...
พระเทพญาณมหามุนีเป็นผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างแน่นอน 
เราอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย กับวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของท่าน 
นั้นก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล แล้วแต่จริตความชอบของแต่ละคน 
แต่ไม่อาจกล่าวหาว่าท่านมีเจตนาไม่สุจริต เพราะผู้ที่มีเจตนาไม่สุจริต 
ทำเพื่อหวังลาภสักการะ จะไม่ทำอย่างที่ท่านทำ และก็ทำไม่ได้ อาทิ

- สร้างศาสนสถาน รองรับชาวพุทธได้ 1 ล้านคน เป็นงานใหญ่ที่ต้องทำด้วยชีวิต 
เจดีย์ วิหาร ศาลา ศาสนสถานที่สร้างขึ้นมาก็จะเป็นสมบัติของพระพุทธศาสนา 
โดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาทเดียว

- สร้างพระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนากว่า 4,000 รูป / คน 
ญาติโยมผู้มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนานับล้านคน

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ศีล รู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมคนที่อยู่ด้วยกันเป็นสิบๆปี 
ใครนิสัยเป็นอย่างไรก็จะรู้กันหมด ถ้าท่านไม่ดีจริงจะไม่มีทางสร้างพระเณร 
อุบาสก อุบาสิกา ที่อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาได้เช่นนี้ ชีวิตของใครใครก็รัก 
จะสละชีวิตของตนได้ต้องชัดเจนแล้วว่าสิ่งนั้นดีจริง มีคุณค่าจริงเท่านั้น

เราไม่สามารถกล่าวหาผู้ทำความดีตลอดชีวิตว่าแกล้งทำได้ 
เพราะเมื่อทำตลอดชีวิตมันคือเรื่องจริง

หากใครมีจริตชอบแบบไหน ให้ทุ่มเทความรู้ความสามารถของตนไปในทางสร้างสรรค์ 
ชวนคนไปปฏิบัติแบบที่ตนชอบให้มากๆ จะดีกว่า ถ้าทุกคนทำอย่างนั้น 
พระพุทธศาสนาจะเจริญก้าวหน้า สังคมจะสงบร่มเย็น ศีลธรรมจะกลับคืนมา

แต่ถ้าใช้พลังไปในทางทำลาย เอาแต่โจมตีใส่ร้ายป้ายสี มีแต่จะสร้างความแตกแยก 
ทำให้พระพุทธศาสนาอ่อนแอลง จนอาจจะสาบสูญไปจากแผ่นดินไทย 
ตัวผู้ทำก็ต้องแบกบาปมหาศาล

พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) ถือเป็นพระภิกษุที่มีผลงานการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
โดดเด่นที่สุดรูปหนึ่งในปัจจุบัน จึงเป็นเป้าของการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก 
ท่านเป็นเหมือนทองคำแท้ที่ถูกเผาถูกทุบเพื่อพิสูจน์มาแล้วกว่า 50 ปี 
และก็ยังคงยืนหยัดเผยแผ่พระพุทธศาสนา สร้างคนดีให้สังคมต่อไป 
แม้ทำมาจนอายุท่านปีนี้ 70 ปีแล้วก็ตาม

หมายเหตุ ___ ขอขอบคุณข้อมูลจากพระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส วัดพระธรรมกาย


ท่านที่เห็นว่าผลงานของวัดหรือองค์กรพุทธใด ควรจะเป็นแบบอย่างได้ 
โปรดส่งข้อมูลอย่างละเอียดพร้อมภาพมาที่กล่องข้อความของเพจ 
เพื่อทางเพจจะได้ ตรวจสอบ ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม วิเคราะห์ เรียบเรียง 
เพื่อนำเสนอต่อสาธารณะต่อไป

Cr. พุทธสามัคคี








Blog Archive