กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ทำไม ? พระพุทธศาสนาสอนให้ "ทำทาน" !

คำถาม:

กราบนมัสการพระเดชพระคุณหลวงพ่อครับ กระผมมีความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องการทำทานในพระพุทธศาสนาว่า มีวัตถุประสงค์อย่างไร และทำได้กี่ประเภทครับ
ตอบ:

ก่อนอื่นทำความเข้าใจกันเสียก่อนว่า คำว่า ทาน นั้นจริงๆแล้ว เป็นภาษาแขก ภาษาอินเดีย ภาษาไทย คือ ให้ ชัดๆลงไปนะ ทาน ก็คือ ให้
ทีนี้วัตถุประสงค์ของการให้ แบ่งออกได้ 4ประเภทด้วยกัน ตั้งแต่
ประเภทที่1.

ให้เพื่ออนุเคราะห์ คือ ผู้ใหญ่ให้กับเด็ก อย่างนี้...ให้เพื่อการอนุเคราะห์
ส่วนประเภทที่2.

ให้อีกเหมือนกัน แต่...ให้เพื่อการสงเคราะห์ คือ ใครเดือดร้อนมา คนยากจน หรือไม่ยากไม่จนหรอก แต่ว่าไฟไหม้-น้ำท่วมขึ้นมาแล้ว...มันเดือนร้อน มันก็ต้องให้ ให้แบบนี้ก็เป็นเรื่องให้ที่เขาเรียกว่า สงเคราะห์ คือ ใครตกทุกข์ได้ยาก ก็ช่วยกันล่ะนะ จะใจไม้ไส้ระกำกันได้อย่างไร มีข้าวให้ข้าว มีของให้ของ ช่วยกันคนละไม้ละมือ
ประเภทที่3.

ก็ให้อีกเหมือนกัน แต่ว่าเป็นการให้ที่คำนึงถึงพระคุณ ที่เขาเคยหว่านมากับเรา เคยเลี้ยงดูเรามา เคยให้ความรู้เรามา เราเจ็บไข้ได้ป่วย เขาเคยหยิบยื่นมือมาช่วยเหลือเรา...คิดถึงพระคุณของเขา เราก็เลยหาทาง มีอะไรที่คิดว่าถูกใจเขา หรือเป็นประโยชน์ต่อเขา...เอาไปให้ ให้ชื่นใจกัน นี่ก็เป็นการให้ประเภทที่3
ถ้าประเภทที่4.

ก็จะเป็นการให้เพื่อจะเอาบุญ ให้เพราะรู้ว่าการให้เป็นความดี เมื่อทำความดีด้วยการให้อย่างนี้ ผลออกมาเป็นบุญ ในพระพุทธศาสนาที่พวกเราต้องศึกษากันมาก อยู่ที่การให้ด้วยวัตถุประสงค์ที่4 นี่เอง
ทีนี้ การให้เพื่อให้เกิดเป็นบุญ เป็นกุศลกันขึ้นมา เป็นความดีขึ้นมา มันก็มีหลักมีเกณฑ์ของมัน คือ ไม่ใช่ให้แบบเหวี่ยงแห ให้เพราะว่ามีปัญญารู้ว่า การให้นี่มันมีผลทางด้านจิตใจ คือ อย่างน้อยมันก็ทำให้คลายความตระหนี่ คลายความหวงแหน นี่รู้ขั้นต้นรู้อย่างนี้
ถ้ารู้ลึกไปอีกว่า เมื่อมันคลายความตระหนี่ คลายความหวงแหนลงไปแล้ว บุญยังเกิดขึ้นในใจด้วย แล้วบุญนี้...เมื่อบุญเกิดขึ้นในใจแล้ว ยังทำให้ใจใส ใจสว่าง ใจสะอาด ขึ้นมา ตามมาอีกด้วย แต่สิ่งเหล่านี้ มันเป็นเรื่องของการให้ประเภทที่4
ทีนี้การให้ประเภทที่4.จึงจัดเป็นการให้ของคนที่คนที่มีปัญญา คนที่ฉลาด มองรู้ทะลุปรุโปร่งในเรื่องของบุญ เมื่อมันเป็นอย่างนี้ ก็ต้องคำนึงถึงองค์ประกอบด้วย
คนฉลาดนั้น...ไม่ใช่ให้แบบเหวี่ยงแห มันก็ต้องคำนึงนะ เมื่อรู้ว่าการให้ทานก็มีผลเหมือนอย่างกับอะไร...รู้ว่าปลูกพืชปลูกผักแล้วมันมีผล มันก็ต้องคำนึงกันแล้ว จะปลูกพืช ปลูกผัก ปลูกข้าว นี่คำนึงอะไรกันบ้างล่ะ
พันธุ์ข้าวที่จะเอาไปปลูกก็ต้องคำนึง
พื้นที่นา...ถ้ามันแล้งไป น้ำท่วมจัดไป...ไม่ได้เรื่องหรอก มันต้องพอดีๆ อย่างที่เขาเรียกว่า เนื้อนาดี
แล้วอันที่สาม ตัวของเราเอง...มันก็ต้องมีปัญญาด้วยนะ ถ้าโง่ๆไม่มีปัญญา พอหว่านข้าวกล้าลงไปเดี๋ยวก็ตายหมด
เช่นกัน รู้ว่าการทำบุญนี้...การให้ประเภทที่4...นี้ มันเป็นบุญเป็นกุศลเกิดขึ้นแล้ว คำนึงอะไร
ประการที่1.

ประโยชน์อะไรบ้างที่จะเกิดขึ้นกับเรา แล้วทำอย่างไรจะให้ประโยชน์นั้นมันสมบูรณ์ให้ได้ ซึ่งเมื่อคำนึงแล้ว เราก็พบว่าประโยชน์จะสมบูรณ์นั้น เราต้องมองทะลุปรุโปร่งอย่างที่ว่านี้ว่ามันส่งผลอย่างไร
ประการที่2.

พันธุ์ข้าวที่ว่าเมื่อกี้ที่อุปมา คือ อะไร คือ สิ่งของที่จะเอามาทำบุญทำทานที่จะให้กันนั้น มันต้องคัดแล้วคัดอีก เอาไอ้ที่ดีๆ มันมีผลต่อไปภายหน้า พันธุ์ข้าวดีๆต้องปลูกในเนื้อนาดี ฉันใด ของดีๆจึงจะเอามาทำบุญ ฉันนั้น ของเศษๆ เดนๆ อะไรทำนองนี้ ป่วยการเอาไปทำบุญ ไม่เข้าท่าหรอก
ประการที่3.

เนื้อนาดีเป็นอย่างไร...ผู้ที่มีความบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่ในตัวนั้นแหละ คือ  เนื้อนาบุญของเรา ใครล่ะ...ก็พระภิกษุผู้ทรงศีล ยิ่งถ้าเป็นพระภิกษุที่ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรม...นี้ดีที่สุด ไม่อย่างนั้น ถ้าหาพระภิกษุไม่ได้ ก็ผู้ทรงศีลทรงธรรม ถ้าเขามีศีลมีธรรม ถ้าอย่างนั้นพอจะเป็นเนื้อนาบุญให้เราได้
ประการที่4.

ตัวของเราเองนั้นก็ต้องมีความบริสุทธิ์ผุดผ่องกันทีเดียว เช่น ไม่ใช่เมาเหล้าแล้วไปทำทาน ตัวของเราต้องมีความบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่ในตัว มีศีลมีธรรมประจำใจ
การที่มีองค์ประกอบอย่างนี้ครบ พูดง่ายๆ ไทยธรรมก็มี เนื้อนาบุญ คือ พระภิกษุก็มี ตัวเราเองศรัทธาเต็มเปี่ยม มีสติ มีปัญญา มีความบริสุทธิ์อยู่ในตัว มองทะลุปรุโปร่งว่า การให้ทานครั้งนี้แล้วจะมีผลอย่างไรต่อไปในภายภาคหน้า ภายภาคหน้าชาตินี้หรืออนาคตข้างหน้า รวมทั้งชาติหน้า คือ ชีวิตหลังความตายของเราด้วย มองทะลุปรุโปร่งอย่างนี้แล้วก็ทำทาน อย่างนี้ล่ะได้บุญเยอะ
ถามว่า ทานมีกี่ประเภท คำตอบ คือ มี 3ประเภทด้วยกัน...โดยย่อนะ ได้แก่
1.ให้สิ่งของเป็นทาน เรียกกันว่า อามิสทาน เช่น ให้ข้าวปลาอาหาร ผ้าผ่อนท่อนสไบ เป็นต้น
2.ให้ความรู้เป็นทาน หรือ ธรรมทาน ให้ความรู้ ทางโลกท่านเรียกว่า วิทยาทาน ให้ความรู้ ทางธรรม ท่านเรียกว่า ธรรมทาน
3.ให้...อภัยทาน คือ ไม่จองเวรจองกรรมอะไรกับใคร ใครเข้าใกล้เราถือว่าปลอดภัย

นี้ก็เป็นการทำทานในพระพุทธศาสนาของเรา ซึ่งได้บุญได้กุศลกันเยอะๆ ทั้งชาตินี้และติดตัวข้ามชาติกันทีเดียว


โดย พระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทัตตชีโว)

เรียบเรียง จาก รายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC



------------------------------------------



กรณีธรรมกาย : คำสอนคุณครูไม่ใหญ่(หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
กรณีธรรมกาย : White Knight
กรณีธรรมกาย #จูราสสิคสยาม
กรณีธรรมกาย : ความลับระดับ Top secret !
กรณีธรรมกาย #โรงละครสยาม
กรณีธรรมกาย:เบื้องหลังการให้ร้ายวัดพระธรรมกาย
กรณีธรรมกาย : ความจริงวันนี้ วัดพระธรรมกาย 
กรณีธรรมกาย : แถลงการณ์คดีพิเศษ ! 
กรณีธรรมกาย : กรณีหลวงพ่อธัมมชโย พระมหาเถระผู้บริสุทธิ์
กรณีธรรมกาย : Buddhism under crisis
กรณีธรรมกาย : รักพระพุทธศาสนา
กรณีธรรมกาย : รวมข้อแท้จริงทุกกรณี! 




กรรม คือ อะไร?, เครื่องวัด กรรมดี กรรมชั่ว ?!

คำถาม:หลวงพ่อเจ้าคะ ในฐานะที่เป็นแม่ ก็พยายามสอนลูกให้ทำความดี แต่เด็กสมัยนี้ต้องการเหตุผลค่ะ ก็จะย้อนถามกลับมาว่า แล้วแม่มีอะไรเป็นเครื่องวัดว่า อะไรคือความดี อะไรคือความชั่ว ซึ่งลูกก็ตอบไม่ค่อยถนัดนัก ก็ขอกราบเรียนถามหลวงพ่อนะคะ คำว่า กรรม มีความหมายว่าอย่างไร และคนเราทำกรรมได้กี่ทางคะ และจะมีอะไรเป็นเครื่องตัดสินคะ
คำตอบ:เจริญพร...คำถามแรก คำว่า “กรรม” คืออะไร
ความจริงคำว่า “กรรม” เป็นคำในภาษาพระพุทธศาสนา แต่ถ้าแบบชาวบ้าน กรรม คือ การกระทำของเรานี่เอง แต่ละคนก็มีการกระทำในชีวิตประจำวันด้วยกันทั้งนั้น ทุกอิริยาบถที่เราทำ ไม่ว่าทำด้วยการพูด ทำด้วยการคิด ทำด้วยมือของเราก็ตามที
แต่ว่า ความหมายของกรรมที่ลึกไปกว่าการกระทำทั่วๆไป คือ อะไรก็ตาม ถ้าทำด้วยความตั้งใจ ถือว่าเป็นกรรม ถ้าไม่ตั้งใจ ไม่ถือว่าเป็นกรรม
ถ้าถามว่า คนเรา ทำกรรมได้กี่ทาง...ชัดเจนเลย ไม่ว่าเด็ก ไม่ว่าผู้ใหญ่ ไม่ว่าหญิง ไม่ว่าชาย คนเราทำกรรมได้ 3ทางด้วยกัน คือ
ประการที่1.กรรมทางกาย จะเอามือไปทำ จะเอาเท้าไปทำ หรือเอาทั้งตัวนี้ไปทำ เช่น เอาหัวไปโขกพื้นสักโป๊กหนึ่ง ก็จัดว่าเป็นกรรม เพราะตั้งใจจะโขก จะโขกเพราะโกรธก็เป็นกรรม จะโขกเป็นลักษณะคำนับอย่างที่บางชนชาติเขาทำกัน นั่นก็เป็นกรรม เพราะทำด้วยความตั้งใจ 10นิ้วของเรายกมือพนมไหว้กราบผู้ที่มีคุณธรรม นี้ก็เป็นกรรม จัดเป็นกรรมดี แต่ว่า 10นิ้วอีกเหมือนกัน รวบกำเข้าเป็นกำปั้น แล้วไปต่อยเขาโครมครามเข้า มันก็เป็นกรรม แต่ว่าเป็นกรรมชั่ว
ประการที่2.กรรมทางวาจา ถ้าตั้งใจชมใครตามความเป็นจริงว่า เขาดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ ก็จัดว่าเป็นกรรมดีของเรา แต่ในทำนองกลับกัน ถ้าตั้งใจด่าใคร ก็เป็นกรรม แต่ว่าเป็นกรรมเสียของเรา เป็นกรรมชั่วของเรา จัดเป็นกรรมทางวาจา แต่ว่าคนหลับ นอนละเมอ ไม่เป็นกรรม เพราะว่าไม่ได้ตั้งใจ ไม่ถือสาหาความกัน หรือคนไข้เพ้อ จะเพ้อชมใคร จะเพ้อว่าใคร ติใครก็ตามที ไม่จัดว่าเป็นกรรม เพราะไม่มีความตั้งใจ ไม่มีเจตนา
ประการที่3.กรรมทางใจ เป็นกรรมทางความคิดนั่นเอง คิดรักใครก็เป็นกรรม คิดเกลียดใคร ชังใครก็เป็นกรรม คิดอิจฉาตาร้อนใครก็เป็นกรรม แค่คิดก็เป็นแล้ว 
ตรงนี้เอง เมื่อจะตัดสินว่า กรรมที่เราทำนี้ เป็นกรรมดีหรือกรรมชั่ว ถ้าจะเอามาตรฐานของใครมาวัดนั้นคงยากเหมือนกัน ก็ต้องเอามาตรฐานของผู้รู้ เอามาตรฐานตัวเราเองมันก็คงไม่ใช่
เมื่อครั้ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ มีผู้สงสัยเช่นเดียวกับที่คุณโยมสงสัย, เด็กก็สงสัยว่า ที่เรียกว่ากรรมดีเป็นอย่างไร กรรมชั่วเป็นอย่างไร พระองค์ตรัสตอบไว้อย่างชัดเจน แต่ตรัสตอบแบบให้เด็กเข้าใจ ดังนี้
กรณีที่1.ทำอะไรแล้ว เดือดร้อนเขา เดือดร้อนเรา นั่นเป็นกรรมชั่วแน่นอน
กรณีที่2.ทำอะไรก็ตาม ถ้าเดือดร้อนเรา แต่สบายใจเขา ก็ยังจัดเป็นกรรมชั่วอยู่ดี เช่น เขาแย่งของของเรา แกล้งเรา เขาสนุกแต่เราเดือดร้อน ถ้าอย่างนั้นกรรมชั่ว
ในทำนองเดียวกัน เราเย็นใจ สบายใจ แต่เขาเดือดร้อนใจ เช่น เราไปแกล้งเขา ถ้าอย่างนั้นจัดเป็นกรรมชั่ว
กรณีที่3.ทำอะไรแล้ว ไม่ร้อนเขาไม่ร้อนเรา ตรงกันข้าม เย็นทั้งเขา เย็นทั้งเรา นั่นคือ กรรมดี
นี่คือที่พระองค์ทรงตอบเด็ก
เวลาพระองค์ทรงตอบผู้ใหญ่ พระองค์ทรงตอบอีกลักษณะหนึ่ง ผู้ใหญ่มีความคิดมากกว่า ไกลกว่า พระองค์ทรงตอบว่า ทำอะไรแล้ว ต้องร้อนใจในภายหลัง อย่าทำ มันเป็นกรรมชั่ว
แม้เมื่อเริ่มต้นรู้ว่ามันสนุก มันสบาย มันสะดวก แต่ตอนท้ายมันลงท้ายด้วยความเดือดร้อน นั่นแหละกรรมชั่ว อย่าไปทำ เช่น ตอนจะกินเหล้า เริ่มต้นสนุก แต่ตอนท้ายส่งเสียง “โอกอาก โอกอาก” คลานกันเสียแล้ว อาเจียนกันเสียแล้ว หรือตีกันเสียแล้ว
เพราะฉะนั้น ทำอะไรต้องร้อนใจในภายหลัง จัดเป็นกรรมชั่ว
แต่ถ้า ทำอะไรแล้ว ไม่ต้องร้อนใจในภายหลัง จัดเป็นกรรมดี เช่น เด็กตั้งใจเรียนหนังสือตั้งแต่ต้นปี ทั้งทำการบ้าน ทั้งอ่านทั้งท่อง ไม่มีเวลาไปเที่ยว แม้จะเหนื่อย แต่ว่าปลายปีเขาสอบได้ เขามีความเข้าใจดี อย่างนี้เป็นกรรมดี พระองค์ก็ทรงให้ข้อคิดอย่างนี้
ทีนี้ ถ้าเป็นผู้ใหญ่ที่การศึกษาหย่อนสักหน่อย พระองค์ทรงตีกรอบให้เลย โดยไม่ต้องคิดมาก กล่าวคือ
กรรมชั่วทางกาย 
ฆ่าสัตว์
ลักทรัพย์
ประพฤติผิดในกาม
ดื่มน้ำเมา เสพยาเสพติด
กรรมชั่วทางวาจา ตั้งแต่
พูดเท็จ
พูดคำหยาบ
พูดส่อเสียด
พูดเพ้อเจ้อ ประเภท น้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง
กรรมชั่วทางใจ 
คิดโลภ อยากได้ของเขา 
คิดพยาบาท จองล้างจองผลาญเขา
คิดเห็นผิดเป็นชอบ 
คิดโง่ๆ 
คิดอิจฉาริษยา
ถ้าจะให้ชัดเจนยิ่งกว่านี้ สำหรับนักปราชญ์ บัณฑิต หรือนักฝึกสมาธิ(Meditation) พระองค์ก็ทรงตรัสไว้ชัดเจนว่า ทำอะไรแล้วใจมันขุ่นมัว นั่นคือ กรรมชั่วมาแล้ว ถ้าทำอะไรแล้วใจใส ยิ่งทำยิ่งใส นั่นคือ กรรมดีมาแล้ว กรรมชั่ว กรรมดี ตัดสินกันอย่างนี้
คุณโยมค่อยๆ อธิบายให้ลูกฟังก็แล้วกัน ไม่ทราบเหมือนกันว่า ลูกของคุณโยมอายุเท่าไหร่ ไปปรับให้พอเหมาะก็แล้วกัน

โดย พระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทัตตชีโว)
เรียบเรียง จาก รายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC
-------------------------------------------------



----------------------------


กรณีธรรมกาย : คำสอนคุณครูไม่ใหญ่ (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
กรณีธรรมกาย : White Knight
กรณีธรรมกาย #จูราสสิคสยาม
กรณีธรรมกาย : ความลับระดับ Top secret !
กรณีธรรมกาย #โรงละครสยาม
กรณีธรรมกาย : เบื้องหลังการให้ร้ายวัดพระธรรมกาย
กรณีธรรมกาย : ความจริงวันนี้ วัดพระธรรมกาย 
กรณีธรรมกาย : แถลงการณ์คดีพิเศษ ! 
กรณีธรรมกาย : กรณีหลวงพ่อธัมมชโย พระมหาเถระผู้บริสุทธิ์
กรณีธรรมกาย : Buddhism under crisis
กรณีธรรมกาย : รักพระพุทธศาสนากรณีธรรมกาย : รวมข้อแท้จริงทุกกรณี! 




กรณีธรรมกาย : วัดสาขาต่างๆ ในยุโรป สร้างจากเงินบริจาคของคนที่นี่!

คนที่สวิสออกมาโวย!!
#แนวหน้า  ลงข่าวให้คนเข้าใจผิดวัดพระธรรมกาย

ผมในฐานะที่เป็นผู้ช่วยติดต่อการซื้อกับเจ้าของ และช่วยเดินเรื่องทางราชการ 
ยุ่งยากยาวนานกว่าจะได้รับอนุญาตทำเป็นวัดได้
จนสำเร็จก็ยังภูมิใจที่สำเร็จมาได้ด้วยดี

ขอเรียนให้สื่อมวลชนทราบว่า วัดสาขาต่างๆในยุโรปนั้น สร้างจากเงินสนับสนุนของคนที่นี่ ทางวัดใหญ่ ส่งเเต่เพียงพระอาจารย์ มาตัวเปล่า


พวกเราต้องช่วยกันสร้างและดูแลกันเอง 
ผมก็ช่วยรับบุญ ติดต่อกับทางราชการ, ติดต่อช่าง, ช่วยทำงานช่างต่างๆ 
และช่วยเป็นล่าม ช่วยแปลบทสอนภาษาไทยเป็นภาษาเยอรมัน ให้กับชาวท้องถิ่น

เมื่อได้อ่านข้อความจาก #แนวหน้า# แล้วก็งง 
ว่าทั้งๆที่คุณองอาจ ก็อธิบายเป็นภาษาไทยอย่างชัดเจน 
ว่าพาชม เขา Pilatus ซึ่งอยู่ ใกล้เมือง Lucern 
แต่ #แนวหน้า# ก็มั่วว่า วัดพระธรรมกาย สวิต อยู่บน Pilatus 
ทำให้คนที่มีอคติ กับวัด ออกมาเขียน ด่าว่า เอาเงินบริจาค (จากไทย) มาใช้ฟุ่มเฟือย

ที่จริง วัดเราอยู่ที่ตำบลเล็กๆชื่อ Arni ห่างจากเบอร์น ราว 35 กม 
อยู่บนเขาเล็กๆ เงียบสงบ ไม่ใช่อยู่ บนเขา Pilatus ที่คนเขาไปท่องเที่ยวกัน

คนคันปากด่า อยากถามว่า คุณได้ร่วมบริจาค สักบาทหรือเปล่า ?!

วัดเราอยู่ได้ด้วยแรงศรัทธา ของบรรดาแม่บ้าน ที่เจียดเงิน 
จากแรงงานที่หามาจากการทำงาน หรือ เจียดจาก ที่สามีให้มาใช้จ่าย เอามาทำบุญ

ใครที่ไม่ได้ร่วมบุญแล้วมาด่า ว่าพวกเราโง่ งมงาย น่าละอายใจนะครับ
ผมเองก็เรียน จบปริญญาโท ที่เยอรมัน ก็มาช่วยงานต่างๆ อายุ 72 ปีแล้ว 
เห็นโลกไม่น้อยกว่าพวกคุณที่ปากเสียหรอกครับ

โดย: สมศักดิ์ จิระ

ขอบคุณข้อมูลจากแฟนเพจด้วยนะคะ
....................................


Cr.กรณีธรรมกาย
------------------------------------------



กรณีธรรมกาย : คำสอนคุณครูไม่ใหญ่พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
กรณีธรรมกาย : White Knight
กรณีธรรมกาย #จูราสสิคสยาม
กรณีธรรมกาย : ความลับระดับ Top secret !
กรณีธรรมกาย : #โรงละครสยาม
กรณีธรรมกาย : เบื้องหลังการให้ร้ายวัดพระธรรมกาย
กรณีธรรมกาย : ความจริงวันนี้ วัดพระธรรมกาย 
กรณีธรรมกาย : แถลงการณ์คดีพิเศษ ! 
กรณีธรรมกาย : กรณีหลวงพ่อธัมมชโย พระมหาเถระผู้บริสุทธิ์
กรณีธรรมกาย : Buddhism under crisis
กรณีธรรมกาย : รักพระพุทธศาสนา

กรณีธรรมกาย : รวมข้อแท้จริงทุกกรณี! 


วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ ที่มีธรรมะดีๆมากมาย แต่ทำไมเจริญน้อยกว่าประเทศทางตะวันตก!

คำถาม:
กราบนมัสการ...พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ด้วยความเคารพอย่างสูง กระผมมีความสงสัยว่า ทำไมคนไทยส่วนใหญ่ก็นับถือพระพุทธศาสนา ซึ่งมีคำสอนที่ดีๆมากมาย แต่ประเทศไทยกลับมีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจน้อยกว่าประเทศทางตะวันตกครับ

คำตอบ:
ประเทศไทยที่เรามองว่า เศรษฐกิจสู้ประเทศอื่นไม่ได้ ตรงนี้ก็ยอมรับ แต่ว่าอย่าไปมองว่าเป็นว่า เพราะหลักธรรมในพระพุทธศาสนาไม่ช่วย อย่ามองอย่างนั้น มองใหม่ มองว่า

ประการแรก 

ชาวไทยทั้งประเทศนี่แหละในปัจจุบันนี้ที่บอกว่า นับถือพระพุทธศาสนานั้น ไปเรียกตัวกันมา แล้วให้แค่เล่าพุทธประวัติเท่านั้นแหละ เราจะพบว่า คนไทยและเด็กไทยที่เล่าพุทธประวัติตั้งแต่วันประสูติของพระองค์จนกระทั่งวันปรินิพพาน เอาแค่นี้ น้อยคนที่จะเล่าได้จบและถูกต้อง นี่ยังไม่ต้องพูดนะถึงหลักธรรมในพระพุทธศาสนา คือ ความจริงเป็นอย่างนี้

เพราะฉะนั้น ไม่ว่าปัญหาใดๆที่เกิดขึ้นในประเทศไทย อย่าเที่ยวเอาไปเปรียบเทียบว่า เป็นเพราะนับถือพระพุทธศาสนาแล้วเลยทำให้ประเทศไทยเกิดปัญหา หรือทำให้ประเทศไทยตกต่ำ

แต่ต้องพูดใหม่ว่า ประชาชนคนไทยขณะนี้แม้ตัวเองจะบอกว่า ฉันเป็นชาวพุทธ  แต่ว่าความรู้ในพระพุทธศาสนามีไม่พอ หรือบางคนก็อย่างที่ว่า แค่จะให้เล่าพุทธประวัติเท่านั้น ยังเล่าไม่จบ

หลักธรรมพื้นฐานของชาวพุทธมีอะไรบ้าง ที่จะต้องมาใช้ในชีวิตประจำวัน แค่จะให้ไล่ว่า อบายมุข ซึ่งเป็นตัวบ่อนทำลายเศรษฐกิจมีอะไรบ้าง เพียงแค่นี้ก็อาจจะตอบกันได้ แต่ไม่ครบ แถมบางคนเพียงแค่ศีล 5 ข้อ ก็ไล่ไม่จบ

เพราะฉะนั้น ปัญหาในประเทศไทย จึงไม่ใช่ปัญหาว่า เพราะนับถือพระพุทธศาสนาแล้วประเทศตกต่ำ ไม่ว่าในด้านไหน แต่เป็นเพราะคนไทยเป็นชาวพุทธในทะเบียน คือลงทะเบียนว่าเป็นชาวพุทธ แต่ไม่เคยรู้เลยว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนว่าอะไร

เป็นชาวพุทธเพราะว่า พ่อแม่เป็นพุทธ หรือปู่ย่าตาทวดเป็นพุทธ แต่ใจของตัวเองไม่เคยได้ซึมซับเอาธรรมะในพระพุทธศาสนาเข้าไปไว้เลย 

จึงทำให้เมื่อดำเนินชีวิตประจำวัน จะไปประกอบธุรกิจการงานใดก็เคว้งคว้าง ไม่มีหลักธรรมจะยึด แล้วมันก็เลยทำให้ตัวเองก็ต้องตกต่ำ  แล้วประเทศชาติก็พลอยตกต่ำตามไปด้วย

ประการที่สอง 

ลูกเอ๊ย...มองอย่างนี้นะ ถ้าที่ไหนคนปฏิบัติธรรม ที่นั้นไม่ว่าเขาจะเป็นชนชาติไหน เผ่าไหน ถ้าเขาปฏิบัติธรรม แม้ปฏิบัติแล้วไม่รู้ด้วยว่า นี่เป็นหลักธรรมที่อยู่ในพระพุทธศาสนา เขาก็ต้องเจริญ

เช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้มีความขยัน ให้มีความอดทน ถ้าเขาปฏิบัติธรรมข้อนี้ ทั้งขยัน ทั้งปฏิบัติธรรม แม้เขาไม่รู้ว่านี้เป็นคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เขาก็ต้องเจริญอยู่ดี

ตรงกันข้าม แม้รู้ด้วยว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่า เป็นคน ต้องขยัน ทำความดี ต้องอดทน ฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อทำความดีให้ยิ่งๆขึ้นไป รู้แต่ว่าไม่ปฏิบัติ แม้บุคคลอย่างนี้ก็ไม่สามารถจะเจริญได้ และไม่สามารถจะพูดได้เต็มปากว่า เขาเป็นชาวพุทธ...ทำไม...เพราะว่าเขาเพียงแค่รู้ธรรมะ แต่เขาไม่ได้ปฏิบัติธรรมะ

เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้ คือปัญหาว่า ชาวพุทธไม่รู้จักพระพุทธศาสนา นี่พวกหนึ่ง คือ ไม่รู้หลักธรรมในพระพุทธศาสนา เลยไปจนกระทั่งแม้ประวัติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ไม่รู้ พวกที่1 เป็นอย่างนี้

พวกที่2 แม้ประกาศตัวเป็นชาวพุทธ ได้ศึกษาธรรมะแล้วว่า ธรรมะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนไว้ดีอย่างนั้นอย่างนั้นๆ แต่เขามีไว้ท่องจำ...ท่องจำ 

ถ้าเป็นนักเรียนก็เอาไว้สอบ ถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็เอาไว้คุย เขาเพียงแต่ท่องจำได้  แต่เขาไม่ได้นำมาปฏิบัติ เพราะฉะนั้นเขาเป็นเพียงชาวพุทธก็แต่ชื่อ ไม่ใช่พุทธตัวจริง

แต่ว่า ถ้ารู้ธรรมะแล้วก็ปฏิบัติธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นี่แหละชาวพุทธตัวจริง มองภาพตรงนี้ให้ชัด และชาวพุทธตัวจริงอย่างนี้แหละ ซึ่งทั้งรู้หลักธรรมะ และลงมือปฏิบัติธรรมะ คนอย่างนี้อยู่ที่ไหน เขาก็เจริญ  และพระพุทธศาสนาก็เจริญตามเขาไปด้วย

และถ้าจะให้ยิ่งดีกว่านี้...เป็นอย่างไร...ต้องทั้งรู้ธรรมะ ปฏิบัติธรรมะ แล้วก็ทั้งสอน ทั้งชักชวนคนอื่นให้รู้และปฏิบัติธรรมะตามไปด้วย นี่แหละแสนจะวิเศษสุด
                                                                         
พูดง่ายๆ ชาวพุทธที่แท้จริง คือ บุคคลที่รู้และปฏิบัติธรรมะในระดับที่เป็นกัลยาณมิตรให้กับตัวเองได้ รวมทั้งเป็นกัลยาณมิตรให้แก่ผู้อื่น ให้แก่ชาวโลกได้ นี่ชาวพุทธตัวจริง


และอยู่ที่ไหน รับรองว่าทำที่นั่นให้เจริญ ไม่เฉพาะต้องอยู่ในประเทศไทย อยู่ที่ไหนๆ ก็ทำให้ที่นั้นเจริญได้


โดย พระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทัตตชีโว)
เรียบเรียง จาก รายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC
www.dmc.tv 
--------------------------------------------------------------------------------------------------


กรณีธรรมกาย : คำสอนคุณครูไม่ใหญ่ พระเทพญาณมหามุนี
(หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
กรณีธรรมกาย : White Knight
กรณีธรรมกาย #จูราสสิคสยาม
กรณีธรรมกาย : ความลับระดับ Top secret !
กรณีธรรมกาย #โรงละครสยาม
กรณีธรรมกาย : เบื้องหลังการให้ร้ายวัดพระธรรมกาย
กรณีธรรมกาย : ความจริงวันนี้ วัดพระธรรมกาย 
กรณีธรรมกาย : แถลงการณ์คดีพิเศษ ! 
กรณีธรรมกาย : กรณีหลวงพ่อธัมมชโย พระมหาเถระผู้บริสุทธิ์
กรณีธรรมกาย : Buddhism under crisisกร
ณีธรรมกาย : รักพระพุทธศาสนา
กรณีธรรมกาย : รวมข้อแท้จริงทุกกรณี! 




Blog Archive