กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ความจริงวันนี้ 30 พ.ย. 2559 : หลวงพ่อธัมมชโยอาพาธ, ท่านไม่มีความผิด,!


ความจริงวันนี้ 30 พ.ย. 2559 : หลวงพ่อธัมมชโย อาพาธ, ท่านไม่มีความผิด
ปี 2558 ท่านเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ! 
ทั้งให้ความร่วมมือ ให้เจ้าหน้าที่พบ และให้ข้อมูลไปหมดแล้ว !

1. พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า:
โย ภิกขเว มํ อุปฏฐเหยย โส คิลานํ อุปฏฐเหยย ”
" ผู้ใดปราถนาจะอุปปัฏฐากเราตถาคต ผู้นั้นพึงอุปัฏฐากภิกษุอาพาธเถิด " 
.... "การดูแล และอุปัฏฐากพระภิกษุไข้ (เจ็บไข้ได้ป่วย) 
อานิสงส์เท่ากับได้อุปัฏฐากเราตถาคต" 
.... ท่านสอนให้ดูแลภิกษุป่วย ไม่ใช่จับภิกษุป่วยไปบังคับขู่เข็ญ! 

2. ข่าวระบุตำแหน่ง หลวงพ่อธัมมชโย ว่าเป็นอดีตเจ้าอาวาส 
ซึ่งไม่ใช่ ความจริงคือ หลวงพ่อธัมมชโย ยังดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสอยู่ 
เพียงแต่ช่วงที่อาพาธ จึงมอบหมายให้รูปอื่นดูแล แทน

3. สิทธิของผู้ป่วย 
ยอมได้รับความคุ้มครองตามหลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิทางการแพทย์ 
โดยเจ้าหน้าที่ไม่สามารถมาบังคับ ข่มเหงจิตใจได้

4. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีเคส !
“ตับแตก – การตายของผู้ต้องหาในคุกของตนเอง และตอบสังคมไม่ได้”,!
เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานไปรับเงินจากสหกรณ์ 40 ล้าน”,!
ให้การเท็จกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกรณีกล้องวงจรปิด”,! 
รับรองให้วีซ่าแก่ผู้ที่พูดให้สังคมแตกแยก” ,! 
ดูเหมือนอาจถูกครอบงำจากผู้ที่มีอำนาจ โดยมีการแต่งตั้งโยกย้ายที่ผิดปกติ” 
ทำให้ไม่อาจไว้วางใจว่า หลวงพ่อธัมมชโย จะได้รับความเป็นธรรม 
เพราะหน่วยงานนั้น ล้มเหลวทางความน่าเชื่อถือไปแล้ว!!!

5. กระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่อยู่แต่เฉพาะในศาล 
แต่เริ่มต้นตั้งแต่พนักงานสอบสวนแล้ว 
ซึ่งหลวงพ่อธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย 
ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมาตั้งแต่เริ่มต้น 
ชั้นพนักงานสอบสวนแล้ว !
และ ให้ความร่วมมือโดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

6. ด้านข้อมูล หลวงพ่อธัมมชโย ให้ความร่วมมือ 
ให้พบ ให้ข้อมูล กรณีสหกรณ์คลองจั่น จนครบถ้วนแล้ว 
ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ DSI ทั้งคณะมาพบท่านด้วยตัวเอง ตั้งแต่ปี 2558

7. ด้านเงินบริจาค ที่หลวงพ่อกับวัด ได้รับคาดว่าประมาณ 8% ของทั้งหมด 
ซึ่งลูกศิษย์ตั้งกองทุนเยียวยาและทะยอยมอบให้เกือบครบจำนวนแล้ว 
อีก 92% ที่เหลือทำไมไม่ไปตามหา ว่าอยู่ที่ไหน??? 
ทำไมมาจงใจไล่บี้ เล่นข่าวแต่กับวัดพระธรรมกาย 
เรารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม!!!

8. โครงการสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร 
เริ่มมาตั้งแต่วันอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา 
วันที่ 19 ก.ค. 2559 อย่ามาใส่ร้ายว่า 
เป็นเรื่องโล่มนุษย์หรือกำแพงมนุษย์ 
เพราะสวดมาได้ 9,000,000 กว่าจบแล้ว

9. เคสที่ 1 หมายสหกรณ์ 27/2559 ... 
พ.ศ. 2558 พบ DSI ให้ข้อมูลไปหมดแล้ว + เงินที่รับและไม่ทราบที่มา 
คณะศิษย์เยี่ยวยาแล้ว + ท่านอาพาธ จึงไปให้การไม่ได้

10. เคสที่ 2 WP ... ท่านเป็นประธาน มูลนิธิตะวันธรรม 
ซึ่งเจ้าของที่ดิน และมีผู้ดูแลรายละเอียดแทนอยู่แล้ว / 
ที่ดินมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง เพียงแต่การก่อสร้างบางส่วนอยู่ในที่นิคม 
ซึ่งเป็นของประชาชนที่นั้น ที่อนุญาตมูลนิธิคุณยายอาจารย์ฯ 
ใช้พื้นที่ก่อสร้างอาคารได้ / 
อาคารที่สร้าง เป็นอาคารที่ใช้ปฏิบัติธรรม 
ไม่ใช่เพื่อการค้าหากำไรแต่อย่างใด // ที่สำคัญ !!! คือ 
คนแปรภาพถ่ายทางอากาศ (ที่มาประกอบการกล่าวหาที่ WPนั้น) 
ไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ เพราะทำความผิดร้ายแรง 
จากการทำข้อมูลเท็จแปรภาพถ่ายผิดจากความจริง 
เอาที่ป่าไม่ไปให้เอกชนโดยมิชอบทำให้รัฐเสียหาย!

11. เคสที่ 3 ภูเรือ ... ยืนยันว่า...ไม่อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแน่นอน 
และคดีไม่ได้เกี่ยวกับวัดและหลวงพ่อ !
เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลภูเรือ เป็นความผิดเกี่ยวกับการแปรรูปไม้ 
... คดีถึงศาลแล้วถูกปรับและศาลสั่งรอลงอาญา

12. คำถามที่ว่า ไม่ผิด ทำไมไม่ไปมอบตัว เพื่อสู้กันในชั้นศาล 
.... คือ ท่านไม่มีความผิด ไม่จำเป็นต้องไป ! 
และที่ผ่านมา ก็ให้ความร่วมมือ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมาตลอด!
ทั้งๆที่ไม่มีความจำเป็น แต่ก็ยังให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ 
ด้วยการให้ข้อมูลตลอด 2 ปีที่ผ่านมา!

13.ที่ผ่านมา เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว 
ที่ท่านถูกกล่าวหา แม้ว่าท่านไม่ผิด ท่านได้ไปศาลทุกนัด 
ให้ความร่วมมือด้วยดีมาตลอด จนกระทั่งศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง !
.... สำหรับในคราวนี้ แม้ว่าท่านจะไม่ผิด แต่ท่านอายุ 72 ปีแล้ว 
การที่จะให้ท่านเดินทางไปให้ถ้อยคำ ด้วยสภาพร่างกายไม่พร้อมเดินทาง 
ย่อมเป็นการฝืนสังขาร ทั้งที่ทางวัด ก็พร้อมให้ความร่วมมือทุกอย่าง

14.ทางออกในเรื่องนี้ คือ ยกเลิกหมายจับ !
และให้เจ้าหน้าที่ เข้ามาอย่างมิตร
ขอข้อมูลเพิ่มเติมที่ต้องการ เท่านั้นก็ จบ !





      

วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ใช้กฎหมายบังคับ ศิษย์ ทำลาย ครู ! เลวกว่านี้ มีอีกไหม ?!


ประวัติศาสตร์จะจารึกชื่อนี้ไว้ แม้ฟ้าดินสลาย
!!!
ความเลวร้ายนี้ จะไม่มีวันถูกลืม !!! 

Dark Stupid Idiot ว่า...
รับงานจ้างจับพระสึก
!
ทำลายพระมหาเถระผู้มีคุณต่อมหาชนทั่วโลก
!
ใช้กฎหมายบังคับ ให้พระมหาเถระผู้เป็นศิษย์ ทำลาย ครูบาอาจารย์ตน!


ใช้กฎหมายบังคับ พระมหาเถระในสังฆมณฑลเป็นเครื่องมือ!
เพื่อนำตัวพระมหาเถระผู้มีคุณไปสู่การ จับสึก !
ใช้กฎหมายบังคับ พระ ให้ คร่าชีวิตพระ !!!




ขอถามเพื่อนมนุษย์ผู้มีจิตใจ! 
มีครู มีผู้เป็นที่เคารพศรัทธา! มีบิดามารดา!  มีผู้เป็นที่รัก!

ผู้ที่กระทำการนี้ หมดสิ้นความเป็นมนุษย์ แล้วใช่ไหม ?
ไม่โง่ ไม่ชั่ว ไม่บ้า จริง, ไม่มีใครกล้ากระทำการนี้เด็ดขาด
!?


ใดใดในโลกนี้, ฟ้าและดิน อาจฝื้นได้ !

แต่
!ศรัทธาและความดียิ่งยวดที่เดิมพันด้วยชีวิต !
แม้! อนันตจักรวาลก็ยังน้อมรับ !

#เพราะภาพของการทำความดีแสลงใจใครบางคน!
#เมื่อคนเลวถือกระบี่ เลือดของผู้บริสุทธิ์ก็นองแผ่นดิน!




อย่าทำให้ตกใจ!สาธุชนจะมาสวดมนต์กัน!
29 พฤศจิกายน 2559
ชาวศิวิไลซ์  







คดีความผิดนิติวิธี!: ทางออก! อยู่ที่ ทางเข้า!



หลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
ถูกกีดกันจากคนของกระบวนการบ้านเมือง
!
ไม่ให้ หลวงพ่อเข้าสู่กระบวนการ!? 


ไม่ใช่ วัด ไม่เข้าสู่ระบบ!
ไม่ใช่ วัด ไม่เข้าสู่กระบวนการ !
ตรงกันข้าม!
หลวงพ่อ และวัดพระธรรมกาย 
ปฏิบัติตามขั้นตอนกระบวนการ! มาโดยตลอด



แต่
คนที่
! ไม่ทำตามขั้นตอนไม่ทำตามกระบวนการหลักปรัชญากฎหมาย!
คือ!
คนที่กำลังใส่ร้ายว่าวัดและหลวงพ่อว่า...
ไม่เข้าสู่กระบวนการ ต่างหาก
!?  
 

การณ์กลับตาลปัตร
อย่างที่โบราณว่า #“ยุคกาขาว”

เจตนาที่ส่อให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรมในการดำเนินการ
มีมากมายเสียจนถึงวันนี้
เหล่าลูกศิษย์หมดความเชื่อถือในกระบวนการแล้ว
!  



1. การตั้งข้อคดีกล่าวหา ที่ซ้ำซ้อน ผิดนิติวิธี!
นั้นว่า ผิดร้ายแรง แล้ว!

2. เมื่อถูกกล่าวหา, ... ทางหลวงพ่อ ทางวัด ขอเชิญให้ทางฝ่ายดำเนินการ
มาแจ้งข้อกล่าวหาที่วัดแล้ว
! เพราะหลวงพ่ออาพาธหนัก !
>>> แต่ ฝ่ายดำเนินการกลับไม่ดำเนินตามขั้นตอนของหลักกฏหมายนั้น !  
>>> ดึงดันอย่างไร้มนุษยธรรม! จะ “จับ” จะนำตัว หลวงพ่อ
ออกไปรับทราบ ข้อกล่าวหาที่ ส. ให้ได้
! เท่านั้น! 

3. อัยการเลื่อนการสั่งฟ้องออกไปถึง 5 ครั้ง นั้น หมายถึง
สำนวนคดี หลักฐาน ข้อมูล ไม่มีมูลใดๆ ที่จะสามารถสั่งฟ้องได้ ?
!  

>>>  แต่ที่สุด ก็ถูก อำนาจมืดกดดัน? ให้ออกมาแถลง ! …
และผลก็เป็นไปตามที่พวกรับจ้างสึกพระต้องการ
!... คือ
ต้องนำตัวหลวงพ่อไปสอบสวน

>>> ซึ่งในที่สุด! หัวหน้าแก๊งก็ออกมาเปิดเผยแผนชั่วว่า ...
ถ้าไม่สามารถให้ประกันตัว  ก็ต้อง “สึก”
!

ทั้งหมดทั้งมวลทั้งสิ้นทั้งปวง
ที่พวกอ้างเครื่องแบบกระทำมาทั้งสิ้น
!
เพื่อ...
เข้ามาจับหลวงพ่อ
! ( ไปรับทราบข้อกล่าวหา )
เมื่อมาจับแล้ว ... ก็สร้างเหตุให้ประกันตัวไม่ได้
!
เป็นอันต้อง “สึก”  !

ถ้าจะพูดให้ตรงกับเจตนาอกุศลของพวกใส่เครื่องแบบมาสึกพระ!
คือ  จับพระไปฆ่า !

ไม่มีมนุษย์ที่หัวใจของเขาเป็นมนุษย์คนไหน! จะยอมได้ !   

ทางออกของเรื่องนี้มีแน่
! และง่ายมาก !  
กลับไปที่จุดเริ่มต้น ! ไปไล่สายเหตุสายผลมาใหม่
มีเวลาทำงานตั้ง 15 ปี
!!! ไม่ต้องรีบ

1. กลับไปตรวจสอบความถูกต้องตามนิติวิธี ของ คดีทั้งหมดใหม่ !
2. ถ้าจะกล่าวหา, หลวงพ่ออาพาธ มาแจ้งขอกล่าวหาที่วัด
ตามที่ทางวัดเชิญ ได้ตลอด
!
3. ดำเนินการตามหลักกฎหมายอย่างแท้จริง !   



ย้ำ ! … เหตุการณ์บานปลายถึงวันนี้


ไม่ใช่ว่า... หลวงพ่อ ไม่เข้าสู่กระบวนการ !


ไม่ใช่ว่า... วัดพระธรรมกาย ไม่ให้ความร่วมมือกับระบบสังคมบ้านเมือง

แต่ คนที่ ปฏิเสธการให้ความร่วมมือในการเข้าสู่กระบวนการ
ของหลวงพ่อของวัดพระธรรมกาย
คือ คนที่ปฏิบัติหน้าที่ในการใช้กระบวนการเอง!? 

ที่ว่ามาทั้งหมด, ใช่ไม่ใช่?? จริงไม่จริง?? ถามใจคุณครับ ! 



คนชั่วถือกระบี่
! เลือดผู้บริสุทธิ์ก็นองแผ่นดิน
29 พฤศจิกายน 2559
ชาวศิวิไลซ์ 





วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ต้องการให้มีการนองเลือด! ในเทศกาลเฉลิมฉลองอันสำคัญของแผ่นดิน หรืออย่างไร !???


ในห้วงเวลาที่ประเทศชาติสูญเสีย! และเศร้าโศก!
ในห้วงเวลาที่ประเทศชาติต้องการขวัญกำลังใจ!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้วงเวลาที่ประเทศชาติต้องการ...
“มหากุศล” เพื่อน้อมบูชาอาลัยในห้วงเวลาแห่งการสูญเสียอันยิ่งใหญ่
!

คนบางพวกกลับไม่ใส่ใจต่อภาวะแห่งทุกข์ของบ้านเมือง!
กลับจะกระทำการอันหยาบช้า! สร้างอกุศลหนัก! แก่แผ่นดิน!
กระทำอำมหิตคิดแต่จะ ทำลายล้างผู้มีศีลมีคุณ! อย่างไร้มนุษยธรรม!

ถึงวันนี้!
ที่บ้านเมืองกำลังเข้าสู่ห้วงเวลาอันสำคัญยิ่ง
!
สู่เวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สมัยแห่งกำลังใจและความหวัง!
สู่เวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่ในสิ่งอันเป็นมงคลยิ่ง!ของแผ่นดิน!
ห้วงเวลานี้ที่บ้านเมืองควรได้อยู่ในความสงบสันติ!
ควรที่ประชาชนบ้านเมืองจะได้ยินได้ฟังได้พูดได้กระทำ
ในสิ่งที่ดี
! ในสิ่งอันเป็นบุญ! เป็นกุศล!
เพื่อเฉลิมฉลองความเป็นสิริอันยิ่งของประเทศชาติ!

แต่ก็มีคนบางพวก!
ไม่ได้มีมนุษยธรรมเอื้อเฟื้อต่อบ้านเมืองในเลยแม้แต่น้อย
!
โบราณว่า ประพฤติผิดธรรม


ในห้วงเวลาอันสำคัญเช่นนี้!

กลับจะกระทำอกุศลหนัก!
ลุแก่อำนาจอคติ!
คิดการจะทำลายล้างพระสงฆ์ผู้สูงด้วยพรรษากาลและคุณธรรม
!

เลวร้ายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์!

ต้องการอะไร ?! ในห้วงเวลานี้!

ต้องการให้มีเหตุการณ์รุนแรง ?
ต้องการให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ?
ต้องการสร้างสถานการณ์เพื่อเล่ห์กลทำการใด ?
ต้องการให้เกิดความสูญเสีย ? เสียหาย ? เพื่อผลประโยชน์อันใด? ของใคร ?



#ภาพแห่งการทำความดีแสลงใจใครบางคน !
29 พฤศจิกายน 2559
ชาวศิวิไลซ์




วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ความเสียหายของสหกรณ์ เป็นปัญหาการบริหารเงินผิดพลาดในสหกรณ์ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายเลย!!!

ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดฟอกเงิน
ยักยอกทรัพย์ และรับของโจรนั้น
ต้องมีการพิสูจน์ 6 ประเด็น คือ


1. ผู้เสียหายสงสัยใคร มีมูลเหตุหรือไม่

2. เงินถูกยักยอกออกไปจริงหรือไม่


3. เงินที่ยักยอกออกมาถูกใช้จ่ายไปทางไหน 


4. วิธีการใช้จ่ายเป็นอย่างไร ปกปิดอำพรางหรือไม่


5. คนรับเงินสมรู้ร่วมคิดด้วยหรือไม่ 


6. เงินที่รับมาเป็นก้อนเดียวกับที่ยักยอกมาหรือไม่

ในประเด็นปัญหาเหล่านี้
ถ้าหากติดตามกันตั้งแต่แรกจะพบว่า... 






            1. สหกรณ์ซึ่งเป็นผู้เสียหาย ไม่ได้สงสัยว่า
หลวงพ่อวัดพระธรรมกายเป็นผู้ยักยอกเงิน
เพราะไม่พบหลักฐานใดๆ ที่เป็นผู้นำเงินออกมา

และไม่เคยมีการทำนิติกรรมสัญญา
หรือธุรกรรมการเงินร่วมกันแม้แต่บาทเดียว
อีกทั้งในความเป็นจริง วัดก็ไม่มีความจำเป็น
จะต้องไปโกงเงินสหกรณ์ เพราะวัดอยู่ได้
ด้วยฐานสมาชิกของตัวเองมานานแล้ว
ตั้งแต่ก่อนที่สหกรณ์จะมีการก่อตั้งขึ้นมาเสียอีก


              2. เงินสหกรณ์ที่ถูกสงสัยว่ามีการยักยอกไปนั้น
ถูกนำออกไปในลักษณะการปล่อยกู้ให้แก่ "สมาชิก"
ที่ไม่ได้ถือหุ้นและมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
ซึ่งเป็นเรื่องการบริหารเงินภายในสหกรณ์

ผู้ที่เกี่ยวข้องได้จึงมีแต่ผู้บริหารสหกรณ์เท่านั้น
คนนอกไปเกี่ยวข้องด้วยไม่ได้ ความเสียหายนี้
จึงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย

              3. เงินสหกรณ์ที่มีการปล่อยกู้ออกไปนั้น
มีการปล่อยกู้ให้หลายคน แต่ละคนก็ใช้จ่ายไปหลายทาง
คุณศุภชัยอยู่ใน 2 ฐานะ คือ ผู้อนุมัติเงินกู้ และผู้กู้เงินเอง

เงินที่คุณศุภชัยกู้มาเองก็ถูกนำไปใช้หลายทาง
และมีส่วนหนึ่งนำมาทำบุญที่วัดพระธรรมกาย
ซึ่งคุณศุภชัยก็มาในฐานะญาติโยมคนหนึ่ง
ที่มาทำบุญตามปกติ โดยทางวัดเองก็ไม่ทราบว่า
คุณศุภชัยได้เงินมาอย่างไร
เพราะวัดไม่มีสิทธิ อำนาจ หน้าที่
ในการตรวจสอบการเงินของญาติโยม
ซึ่งเป็นเรื่องดูหมิ่นศรัทธา ผิดมารยาท
ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และผิดกฎหมาย

             4. หลวงพ่อวัดพระธรรมกายอยู่ในฐานะผู้รับบริจาค
อย่างเปิดเผยในที่สาธารณะ ไม่ทราบที่มาของเงิน
ไม่มีการปกปิดเส้นทางการเงิน ไม่เกี่ยวข้อง
กับการบริหารสหกรณ์ ไม่ได้เป็นผู้นำเงินออกมา

ไม่ได้เป็นผู้ทำให้สหกรณ์เสียหาย และสหกรณ์เอง
ซึ่งเป็นเจ้าทุกข์ก็ไม่เห็นด้วยที่เจ้าหน้าที่รัฐ
กล่าวหาว่าหลวงพ่อเป็นผู้ทำให้สหกรณ์เสียหาย




            5. คำพิพากษาของศาลแพ่งในวันที่ 25 พ.ย. 59
ยืนยันว่า ความเสียหายของสหกรณ์นั้น
เป็นปัญหาการบริหารเงินผิดพลาดในสหกรณ์
ที่มีอดีตผู้บริหารสหกรณ์เกี่ยวข้อง 18 คน
ซึ่งก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายเลย

(http://www.matichon.co.th/news/373353)
ประเด็นนี้ก็เท่ากับว่า "คำพิพากษาของศาลแพ่ง"
ตรงกับ "คำพิพากษาศาลปกครอง" นั่นคือ
ความเสียหายของสหกรณ์นั้น เป็นความผิดพลาด
ที่เกิดจากการบริหารภายในสหกรณ์เอง
ซึ่งมีสาเหตุมาจากการปล่อยเงินกู้อย่างผิดระเบียบ
จนเกิดปัญหาขาดสภาพคล่อง


จากคำพิพากษาทั้งสองศาลนี้ก็เท่ากับว่า
ความเสียหายของสหกรณ์นั้นไม่ได้เกิดจาก
หลวงพ่อวัดพระธรรมกายแม้แต่บาทเดียว





ขณะเดียวกัน ในช่วงที่สหกรณ์เกิดปัญหานี้
วัดพระธรรมกายยังเป็นเพียงบุคคลกลุ่มเดียวในประเทศนี้
ที่ช่วยเหลือให้สหกรณ์ไม่ล้มละลายอยู่ในขณะนี้


ดังนั้น การตั้งข้อหาฟอกเงินและรับของโจร
กับบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสียหายของสหกรณ์
จึงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ถูกกฎหมาย และไม่ชอบธรรมอย่างยิ่ง

และเป็นการแสดงให้เห็นว่า "เจ้าหน้าที่รัฐ"
มี "เจตนาตั้งแต่ต้น" ที่จะกลั่นแกล้ง "ประชาชาชน"
ให้มีความผิดตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้มาเห็นอาการป่วย
ของหลวงพ่อวัดพระธรรมกายด้วยตาของตัวเองแล้ว


--------------------------------------------------------------
27 พฤศจิกายน 2559
02.02 น.
Cr. PTT
https://www.facebook.com/tchinungkuro/posts/1418687714826693



คำวินิจฉัยศาลปกครองสะเทือนถึงคดีวัดพระธรรมกาย (ตอนที่ 1)
คำวินิจฉัยศาลปกครองสะเทือนถึงคดีวัดพระธรรมกาย (ตอนที่ 2)


for more information :
กรณีธรรมกาย ข้อมูล หลักฐาน วัดพระธรรมกาย สถานการณ์พระพุทธศาสนา



PLEASE! STUDY!
27 พศจิกายน 2559
ชาวศิวิไลซ์ 




วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

อย่าเหยียบย่ำหัวใจเพื่อนมนุษย์ให้มันมากนัก!


เงินบริจาค ของ อดีต ปธ.สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น
!
ถูกบริจาคมาที่วัดพระธรรมกาย 10 %
อีก 90 % ที่ไปสู่องค์กรอื่น ไม่ได้รับการสืบหา !
ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ลงขันเยียวยาในส่วน 10
% กลับไปจวนจะครบแล้ว !
แต่ก็มาไล่ล่า หลวงพ่อเจ้าอาวาสฯ ซึ่งเป็นเพียงตัวแทนวัด ในการรับบริจาค!
!เจตนาทำร้ายพระชัดๆ
!




อดีต ปธ. ก็บอกแล้วว่า เงินที่บริจาค ได้ยืมมา และนำไปคืนสหกรณ์แล้ว!
สหกรณ์เอง ก็ประกาศแล้วว่า ไม่มีอะไรค้างคากับ หลวงพ่อกับวัด ทั้งทางแพ่งทางอาญา!
แต่ก็สร้างคดีซ้ำซ้อนมาล่าจะเอาเป็นเอาตาย!
!ไร้มนุษยธรรม!  

หลวงพ่อชราอาพาธหนัก, ขอให้มาแจ้งข้อกล่าวหาที่วัด ก็ไม่มา!
ตั้งธง! จะเอาตัวหลวงพ่อไปที่ส.งานให้ได้!
ความเชื่อถือในการประกันตัว ไม่มี!?  ถึงตรงนั้น มันก็คือ จับสึก!
เจตนาทำร้ายกันถึงปานนั้น
!
!อำหิตเกินจะรับไหว



ตลอดระยะเวลา ทางวัด ให้เกียรติกับทาง เจ้าหน้าที่ อย่างที่สุด
!
ขอเชิญมาแจ้งข้อกล่าวหาที่วัด ก็เชิญแล้ว!
DSI อยากสอบสวนพระภิกษุที่เกี่ยวข้อง ท่านก็อุตสาห์เดินทางไปให้สอบสวนแล้ว!
( ทั้งที่ กฎหมายมีกำหนด ไม่มีสิทธิเรียกพระหรือสามเณรไปเป็นพยาน! แต่ทางพระท่านก็ไปให้!)
วัดพระธรรมกาย ทำตามกระบวนการกฎหมายทุกอย่าง!
แต่ เจ้าหน้าที่ต่างหากที่ละเลยต่อขั้นตอนการดำเนินงาน!?
หลักฐานเอาผิดไม่มี
! นักกฎหมายทั้งแผ่นดินก็ Comment ตรงกัน!
ว่าข้อหาที่ตั้งมัน “ไม่เข้า” ! “ไม่ใช่” !
แต่ วันพระธรรมกาย และหลวงพ่อ กลับถูกใส่ร้ายว่า ดื้อต่อกระบวนการ!
!เลวร้ายลงไปอีก!



ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
สื่อ
!มวลชน ไม่เคยนำเสนอข้อมูลตามความเป็นจริงเลยแม้แต่นิดเดียว!
ตรงกันข้าม กลับเสนอข่าวเพื่อสร้างกระแสสร้างความเข้าใจผิด!
สร้างอคติ
! สร้างความเกลียดชัง! ต่อ พระมหาเถระผู้มีคุณมาก!
เพื่อหาเหตุในการ “ทำลาย” โดยใช้กระบวนการทางกฎหมายเป็นเครื่องมือ
!
!สุดแสนสารเลว!

ตลอดระยะเวลา ที่ทางวัดพยายามชี้แจง และ ตั้งตนในหลักธรรม!
ด้วย สันติ สงบ อหิงสา !
แต่คนบางพวก ไม่ได้ดำรงตนอยู่ในสติสัมปัญญะของมนุษยธรรมเลยแม้แต่น้อย!
!เยี่ยงสัตว์!


โดยเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วนี้
!
ที่อัยการถูกอิทธิพลมืดกดดัน?! ให้ต้องออกมาแถลงการณ์!
และนำไปสู่กระบวนการนำหลวงพ่อไปสอบสวน
!
คุณก็รู้อยู่แก่ใจ! เพราะคุณก็เห็นอยู่กับตา!
ว่าหลวงพ่ออาพาธขนาดไหน! …
แต่สิ่งที่คุณกระทำคือ การจะเข้ามาจับตัวหลวงพ่อที่กำลังอาพาธหนัก
!
แม้การเดินก็ยังลำบาก!
หัวใจของพวกคุณทำด้วยอะไร ?!
ยังเป็นมนุษย์อยู่ไหม ?
ถึงได้กระเหี้ยนกระหือรือจะทำลายกันถึงเพียงนี้


แล้วบ้านเมืองช่วงนี้!
เราอยู่ในห้วงเวลาแห่งความสูญเสียโศกเศร้า!
เราต้องการความสงบ เราต้องการความสามัคคี
เราต้องการกุศลความดี
เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ! 
!รู้กาลเทศะบ้างไหม ?! 

อายุความ 15 ปี !
จะเร่งรัดเร่งรีบไปไหน ?
ใครสั่งมา ?! 



!อยุติธรรมสัสสัส
!  : ผมกล่าวไว้เอง!

ps. ชาววัดพระธรรมกายไม่เห็นด้วยกับวลีของผมหรอกครับ!
#สงบ สันติ อหิงสา ! ^^



อารมณ์ผมดี!ครับ
! ^^
24 พฤศจิกายน 2559
ชาวศิวิไลซ์


----------------------------

วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ประมูล...วัดพระธรรมกาย !!!


วัดพระธรรมกาย ... แว่วว่ามีคนเขากำลังประเมินค่า...เป็นหน่วยเงินตรา
!
ได้ยินตัวเลขแล้ว ทำให้ผมเห็นสภาพจิตของ คนที่ประเมิน แจ่มแจ้งว่า ...
 ไม่รู้จักพระพุทธศาสนา
!
 ไม่รู้จักศรัทธา
!  
 ไม่รู้จักประชาชน
!  
 ไม่รู้จักมนุษย์
!
 ไม่รู้จักความดี
!
ไม่รู้จักโลก ไม่รู้จักชีวิต
 ไม่รู้จักวัด
!  
ไม่รู้จักอะไรเล้ย
! …
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ... ไม่รู้จักที่ตาย
!

เขาตีมูลค่าสูงอักโขมโหฬาร
!
อกุศลจิตคิดการชั่วว่า ... ลุยจับหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดได้แล้ว !
ก็จะเอาอาคารสถานที่(วัด)ที่สร้างมาด้วยศรัทธามหาชนพุทธศาสนิกทั้งหลาย 
ไปทอดตลาดขาย !!!

เฮ้อ
! … ไม่รู้พ่อแม่เลี้ยงมายังไงนะครับ
ถึงได้เติบโตเป็นเนื้อร้ายสร้างความเสียหาย
ให้เพื่อนมนุษย์ร่วมสังคม ร่วมแผ่นดิน ร่วมโลก 
ร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตายได้ปานนั้น


อาคารสถานที่วัดพระธรรมกาย
ถ้าตีราคาค่าเงิน ตามค่าการก่อสร้างจริงที่ต้องเป็น  สูงแน่ๆ ครับ
!

แต่การสร้างวัด อันเป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนา นี้
!
มันมีตัวแปรอื่น ที่สมองแมงกุดจี่ จินตนาการไปไม่ถึง
เพราะเจ้ากุดจี่นิคุ้ดคู้อยู่ในกองขี่ควายตลอดชีพของมันนั้นแล
!
ถ้ามันจะกล้าเปิดตามองแสงตะวันสักนิด
มันจะไม่คิดทำร้ายตัวเองและผู้อื่นแบบนี้หรอกครับ
!

ตัวแปรที่มันทำให้  ตัวเลขแปรผัน
คือ  ความดี และ ศรัทธา ครับ
!
(ที่กุดจี่ไม่เคยรู้จัก
! )

ผมเข้าใจเรื่องนี้ตั้งแต่อนุบาลนู้น !
ไม่ได้โม้ครับ!, มันเป็นเรื่องง่ายที่สุดใน 18 โลก !
และผมเชื่อว่าเด็กยุคมานี มานะ วีระ ปีติ ชูใจ เจ้าแก่ เจ้าโต

หรือ รุ่น Theเก่า กว่านั้น ยิ่งเข้าใจ Logic นี้ได้ดีครับ
หรือ รุ่นNew generation ผมว่าเด็กๆ เขาก็เข้าใจ !
( ที่ไม่เข้าใจ แปลว่า ชอบกลนัก ^^ )

ตอนเป็นเด็ก... ปู่ย่า ตายาย ลุง ป้า พี่หนุ่ม พี่สาว เขาไปช่วยงานที่วัดเป็นปกติครับ
คุณตาผม มีฝีมือแกะสลักไม้ คุณตาก็แกะเป็นรูปนู้นรูปนี้ เอาไปประดับศาลาวัด
ไม้ก็หามาเอง แกะให้ ไม่คิดตังค์ กับวัดกับหลวงตา


คุณยาย คุณป้า ช่วยกันทำดอกไม้สดบ้าง ประดิษฐ์บ้าง (แล้วแต่สะดวกหามา)
ช่วยกันจัดบูชาพระประธานบ้าง ประดับวัดบ้าง
อุปกรณ์ก็หามาเอง  ค่าฝีมือ ค่าเวลา ไม่คิด ... เพราะทำเอาบุญ
!!!

คุณลุง พี่หนุ่ม พี่สาว แข็งแรงหน่อย ... ช่วงไหนวัดรกเพราะต้นไม้ต้นหญ้าวัชพืช
ก็ไปช่วยกันถาง ช่วยกันทำให้สะอาดเรียบร้อย ... อุปกรณ์จอบ พร่า ก็ถือมาจากบ้าน
ค่าแรง ค่าเหนื่อย ไม่ต้อง
! …
ตั้งใจมาดูแลวัดรักษาสถานที่ของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เอากุศล

หรือ ถ้าวัดมีงานสร้างงานซ่อม โบถส์ ศาลา กุฏิ ... ชาวบ้านก็ออกแรงมาช่วยกัน
ใครช่วยอะไรได้ก็ว่าตามกำลังตัว ... เอาบุญกัน!

ภาพเหล่านี้  ผมคุ้น ผมเคย ผมชิน เป็นธรรมดาวิสัย...
จนมันทำให้ผมคิดเหมาว่า คนโลกไหนก็เข้าใจ...ความเป็น “วัด”
!
ในความเป็น “ศูนย์รวมศรัทธารวมใจที่ใฝ่ในความดีของมนุษย์”  ทั้งหลายทั้งปวง

เจอมุกแมงกุดจี่เข้า
! ผมจึงได้ถึงบ้างอ้าว! … อ้าว! เข้าใจผิด !
เห็นเป็นคนเหมือนกัน ! ใครจะไปคิดละครับว่า... จิตไม่ใช่ !

วัดทั่วแผ่นดิน ผมว่าก็ทำนองเดียวกันนี้แหล่ะครับ
วัดพระธรรมกาย ก็เช่นกัน ต่างกันตรงที่ ขนาด และ ระบบการทำงาน เท่านั้น
!

เข้าประเด็นครับ

อาคารสิ่งก่อสร้างวัดพระธรรมกาย  ถ้าคำนวณ  กันตามจริง  สูงครับ
!
เพราะ งานก่อสร้าง  ของวัดพระธรรมกาย มีรายละเอียด มีความพิเศษ อยู่มากมายนัก

ยกตัวอย่าง เช่น ...
องค์พระประดิษฐาน บนพระมหาธรรมกายเจดีย์  รายละเอียดความประณีตขององค์พระ
เอาว่า บริษัทแถวหน้า ไม่สามารถหล่อได้
!
วัดพระธรรมกาย ทำไง ? ... 
พระวัดพระธรรมกาย ท่านก็ มาทำการศึกษาหาวิธีการหล่อองค์พระให้ได้องค์พระที่ประณีต
และทนทานนานนับพันปี
! สีไม่ตก !
( สาธุจนผู้ถวายทรัพย์ร่วมสร้างองค์พระปลื้มไหมละครับ ! ผมคนหนึ่งละ! )
อันว่าวิธีการสร้างการหล่อที่ศึกษาทดลองค้นคว้ามานั้นแหล่ะครับ
ที่มันเป็นสิ่งที่พิเศษ
! และนั้นหมายถึงราคาที่แพงแสนแพง

แต่วัดพระธรรมกาย สร้างเอง !
พระท่านทุ่มเทความรู้ความสามารถลุย หล่อเอง
ไม่ใช่แค่ 100 องค์ 1000 องค์ ... แต่ 1,000,000 องค์ ...
ถ้าบริษัทหล่อให้  คิดว่า จะเท่าไหร่ ละครับ
!  15,000  จะไหวไหมครับ ?!


การก่อสร้างอาคาร ...
โครงสร้างอาคาร ในวัดพระธรรมกาย  มีส่วนที่พิเศษ โดยเฉพาะที่เป็นอาคารทรงกลม
หรือ ส่วนของอาคารที่เป็นโดม นั้นครับ ... โครงสร้างพิเศษเหล่านั้น
งานก่อสร้าง ต้องมีวิธีการที่พิเศษ ถึงจะทำได้
รายละเอียดงานที่ต้องคิดต้องสร้างต้องหาวิธีแนว
Custom นั้นล่ะครับ
ที่มัน “พิเศษ” และแปลว่า “แพงมากๆ”

 
ที่จริง ๆ ต้อง จ่าย !
แต่ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นกับความเป็น “วัด” คือ
บางครั้งบางทีบางอย่าง  ผู้รับเหมา ก็ไม่คิดราคา กับความ “พิเศษ” ที่เพิ่มมา
คือ ยินดีจัดทำจัดสร้างถวายวัด เอาบุญ กับพระพุทธศาสนา
!

หรือรายละเอียดงานอื่นๆ บางครั้ง บางงาน ...
ที่ผู้รับสร้าง ไม่ได้คิด ราคากำไร
!
แต่คิดที่ ราคาทุน บ้าง หรือคิดแบบ ราคาบุญ ! บ้าง
Get ไหมครับ, ถ้าไม่เข้าใจ, กลับไปอ่านย่อหน้า... มานี มานะ ...ใหม่ครับ
ผมหมดคำอธิบายละ
!

วัดพระธรรมกาย  เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่ จริง โครงสร้างคอนกรีตใหญ่โตแปลกตา
แต่วิถีความเป็นมนุษย์ วิถีวัฒนธรรมน้ำใจ  วิถีแห่งความเอื้อเฟื้อเกื้อกูล
ระหว่าง วัด ประชาชน และหน่วยงานต่างๆ ในสังคม ไม่ได้แปรเปลี่ยนไปเลย

ตรงกันข้าม...
 วัดกลับสะท้อนภาพวิถีชีวิตที่งดงามของความเป็นชาวพุทธ ... ได้อย่างชัดเจน
สะท้อนภาพความเจริญด้วยศีลธรรมในดวงใจของมนุษย์ ... ได้อย่างชัดเจน
สะท้อนภาพหน่วยต่างๆของสังคมที่อาศัยร่วมกันโดยธรรม... ได้อย่างชัดเจน
สะท้อนภาพสังคมที่อยู่ร่วมกันบนฐานของ “มนุษยธรรม” ... ได้อย่างชัดเจน
!

อย่าเอาเงินตรา มาประเมินค่าดวงใจของเพื่อนมนุษย์เลยครับ
“มูลค่าสมมุติ”  มันไม่มีวันไปถึง “คุณค่าของจิตใจอันเป็นแก่นแท้”
ที่เปี่ยมด้วยศรัทธาและความดีของมนุษย์ ได้เลย
!

จะเอา “วัด อันเป็นหัวใจของศรัทธามหาชนทั้งแผ่นดิน” ไปประมูลขาย!
ไม่รู้ที่ตาย! จริงๆ เหรอครับ ?!


เป็นห่วงนะกุดจี่
!
14 พฤศจิกายน 2559
ชาวศิวิโลซ์


---------------------------

for more information: กรณีธรรมกาย ข้อมูล หลักฐาน วัดพระธรรมกาย สถานการณ์พระพุทธศาสนา





วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

พบการตั้งข้อหาต่อพระเทพญาณมหามุนีมีประเด็นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ! : ทนายยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมอัยการ !



ทนายพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) 
ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมอัยการ 
พบการตั้งข้อหามีประเด็นไม่ชอบด้วยกฎหมาย

วันนี้ 14 พ.ย. 59 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ 
นายสมชาย มีบางยาง ทนายความ
ผู้รับมอบอำนาจหมายจากพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) 
พร้อมด้วยคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย
ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ
นายพันธุ์โชติ บุญศิริ อัยการพิเศษฝ่ายสอบสวน 1 
สำนักสำนักงานการสอบสวนหนึ่ง
เป็นผู้รับมอบหนังสือ 

การยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ 
เนื่องจากกรณีที่พระเทพญาณมหามุนีได้ถูกพนักงานสอบสวนคดีพิเศษกล่าวหา
ว่าร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร 
ขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาสั่งคดีของสำนักงานคดีพิเศษ 
สำนักงานอัยการสูงสุด 

โดยพระเทพญาณมหามุนีไม่ได้กระทำความผิดตามข้อหาแต่อย่างใด 
การตั้งข้อหาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในคดีดังกล่าว 
จึงมีประเด็นที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

โดยเอกสารขอความเป็นธรรมมีรายละเอียดระบุว่า 
เนื่องจากกรณีที่พระเทพญาณมหามุนี ได้ถูกพนักงานสอบสวนคดีพิเศษกล่าวหาว่า 
ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ในคดีพิเศษที่ 27/2559 ขณะนี้ 
คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาสั่งคดีของสำนักงานคดีพิเศษ 
สำนักงานอัยการสูงสุด 
ข้าพเจ้าขอเรียนว่าพระเทพญาณมหามุนีไม่ได้กระทำความผิดตาม                    
ข้อกล่าวหาแต่อย่างใด  
การตั้งข้อหาของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในคดีดังกล่าว 
มีประเด็นที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  กล่าวคือ

1. ในคดีพิเศษที่ 63/2557 
ดีเอสไอได้ตั้งข้อหานายศุภชัยกับพวกว่า “ฉ้อโกงประชาชน” 
แสดงว่า เงินนั้นย่อมไม่ใช่เงินสหกรณ์  เพราะเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด  
เป็นเงินของกลางในคดีอาญา  ซึ่งจะต้องคืนให้ประชาชนผู้เสียหายผู้ถูกหลอกลวง

2. ในคดีพิเศษที่ 146/2556 
ดีเอสไอได้ตั้งข้อหานายศุภชัยกับพวกว่า “ลักทรัพย์นายจ้าง” 
แสดงว่าเงินนั้นเป็นของสหกรณ์  ซึ่งเป็นนายจ้างของนายศุภชัย

3. จะเห็นได้ว่า  เจ้าของทรัพย์ในคดีพิเศษที่ 146/2556  คือ สหกรณ์  
ส่วนเจ้าทรัพย์ในคดีพิเศษที่ 63/2557  คือประชาชนผู้ถูกนายศุภชัยฯ หลอกลวง  
ซึ่งเป็นคนละคนกัน  ทั้งที่เป็นทรัพย์จำนวนเดียวกัน  
การดำเนินคดีทั้ง 2 คดี จึงมีความขัดแย้งกัน  เป็นการตั้งข้อหา      
ที่ซ้ำซ้อนกันและขัดแย้งกันเอง  ซึ่งเป็นนิติวิธีที่ ไม่ชอบ

4. ข้อหาฟอกเงินในคดีพิเศษที่ 27/2559  
ตั้งโดยอาศัยข้อหาฉ้อโกงประชาชนในคดีพิเศษที่ 63/2557  เป็นความผิดมูลฐาน 
เมื่อยังไม่เป็นที่ยุติว่า นายศุภชัยฯ กระทำความผิดฐานใดในข้อ 1 และข้อ 2  
การที่พนักงานสอบสวนด่วนตั้งข้อกล่าวหาแก่พระเทพญาณมหามุนีว่า 
ร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร  ย่อมที่จะไม่ชอบด้วยกฎหมาย

5. นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่การตั้งข้อกล่าวหาและการสอบสวนของดีเอสไอ
น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกหลายประการ  
และการสอบสวนของดีเอสไอยังไม่สมบูรณ์เพราะ
ยังไม่ได้สอบสวนพยานปากสำคัญอีกนับสิบคน  
ซึ่งรายละเอียดได้กราบเรียนต่อท่านอัยการสูงสุดแล้ว



ข้าพเจ้าในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจจากพระเทพญาณมหามุนี  
จึงได้ทำหนังสือขอความ เป็นธรรมถึงอัยการสูงสุด  และคณะกรรมการอัยการ  
เพื่อขอความเป็นธรรมให้พิจารณาข้อกฎหมายโดยถี่ถ้วน  
และสั่งการให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษทำการสอบสวนเพิ่มเติม
พยานปากสำคัญดังกล่าวให้ครบถ้วน  เพื่อให้ความจริงปรากฏชัด 
เพื่อความเป็นธรรมแก่พระเทพญาณมหามุนี 

ลงชื่อ นายสมชาย มีบางยาง 
ทนายความผู้รับมอบอำนาจหมายจากพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย)

--------------------------------------


ด้วยความเคารพ
14 พฤศจิกายน 2559
ชาวศิวิไลซ์ 




Blog Archive