กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2560

วัดพระธรรมกาย ในสายตาของชาวต่างชาติ !



ท่านพระธรรมาจารย์ซินหวินผู้ก่อตั้งวัดฝอกวงซาน 
ได้ทำนายไว้ตั้งแต่ครั้งมาเยือนไทยเมื่อราว ๒๕ ปีก่อน 
ต่อไปวัดพระธรรมกายจะเป็นองค์กรพุทธศาสนาที่ใหญ่ระดับสากล 

ในขณะที่ศาสนิกฝ่ายเถรวาทและมหายานบางคนมองว่านิกายตนดีกว่าอีกนิกาย 
แต่รองเจ้าอาวาสฝอกวงซานสาขาไทยพระธรรมจารย์หุ้ยหลุน 
ได้กล่าวว่า... วัดพระธรรมกายเป็นพุทธเถรวาท
แต่กลับอุดมไปด้วยหัวใจอันยิ่งใหญ่เหมือนพุทธมหายาน
ทำให้เรารู้สึกเลื่อมใส 

(มหายานเขายืนยันเองว่าวัดพระธรรมกายไม่ใช่มหายาน
เพราะต่างจากมหายานอย่างเด่นชัด  และยืนยันว่าเป็นเถรวาท  แต่หัวใจหนะยิ่งใหญ่)  

พระลามะธรรมาจารย์หวินตัน
ผู้มีความชำนาญทั้ง บาลี จีน สันสกฤต ทิเบต ได้กล่าวว่า...
จากการที่ได้ร่วมงานกับพระวัดพระธรรมกาย...
เห็นถึงความสามารถทางบาลีที่ลึกซึ้งทั้งในพระไตรปิฏกและอรรถกถา   

ศาสตราจารย์หลี่ซื่อหลง  มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ได้กล่าวในปี ๒๐๑๓ ว่า...
ทางวัดพระธรรมกายเชิญศาสตราจารย์กรอมบริช  จากออกฟอร์ดมาได้อย่างไร 
มหาวิทยาลัยปักกิ่งเชิญไปเขายังไม่ตอบรับ 
แสดงว่าโครงการพระไตรปิฏกของวัดพระธรรมกายเป็นงานวิชาการระดับถึงกึ๋น 

ศาสตราจารย์ครอสบี้ มหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ ลอนดอน 
ผู้เชี่ยวชาญทางด้านพุทธเถราวาทในประเทศเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
ถามกลับคนที่สงสัยเรื่องวินัยของพระวัดพระธรรมกายว่า... 
เธอเคยมาวัดพระธรรมกายเห็นพระท่านมีศีลาจารวัตรงดงาม
เธอคิดว่าหลังจากเธอออกจากวัด แล้วเขาจะปิดประตูเปิดผับหรือ 

ชาวต่างชาติมากมายที่ไม่ใช่ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย
และเป็นบุคคลสำคัญในวงการพุทธศาสนา 
ท่านเหล่านั้นเข้ามาสัมผัส  พูดคุยรู้จักกับพระวัดพระธรรมกาย 
และมีความมั่นใจในวัดพระธรรมกายยิ่งกว่าคนไทย

และไม่หวั่นไหวกับข่าวใดๆในประเทศไทย เพราะอะไรหนะเหรอ !? 
เพราะเขาเหล่านั้นได้เจอกับตัว  จึงมีข้อมูลในการพิจารณามากพอ 
สิ่งใดคือ สิ่งที่จริง  สิ่งใดคือ สิ่งที่บิดเบือน 
ยิ่งยุคนี้เพจปลอม เฟสปลอมมากมาย
หากคุณไม่เคยเข้ามาสัมผัสและรู้จักวัดพระธรรมกาย 
คุณจะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังถูกหลอกอยู่หรือป่าว

อะไร!ทำให้เมื่อ ๒๕ ปีก่อน ท่านพระธรรมาจารย์ซินหวินถึงได้ทำนายล่วงหน้าว่า...
วัดพระธรรมกายจะยิ่งใหญ่   ทั้งๆที่ตอนนั้น  มีแค่โบสถ์ และลานดิน  

ในหนังสือร้อยคำกับการทำงาน   ๒ 往事百語
วัดฝอกวงซานไต้หวันที่มีศูนย์สาขากว่า ๒๐๐ ศูนย์สาขาทั่วโลก
มีช่องทีวี หนังสือพิมพ์ นิตยสาร มหาวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ เป็นขององค์กรตนเองนั้น 
ผู้ก่อตั้งฝอกวงซานท่านพระธรรมาจารย์ซินหวินได้กล่าวว่า...
วัดฝอกกวงซานก่อตั้งก่อนวัดพระธรรมกายไม่ถึง ๑๐ ปี 
แต่มั่นใจว่าในอนาคต วัดพระธรรมกายจะพัฒนาได้เร็วกว่า 
ดูจากประสิทธิภาพของการพัฒนาคน
และ ๑ ที่อาตมาเห็นคือ คุณซุ่นตี่(ฟั่นซูจื้อ 范淑智)ที่เป็นชาวไต้หวัน 
ได้ฝึกตนมาเป็นเจ้าหน้าที่ของวัดพระธรรมกาย 
ตอบกับอาตมาว่า  ฉันไม่เหนื่อย
ตลอดระยะเวลา ๑๐ ปีมีความสุขที่ได้ทำงานกับวัดพระธรรมกายแบบไม่ได้ค่าตอบแทน 
อาตมาจึงถามต่อว่า  ทำงานแบบไม่มีค่าตอบแทนแล้วดียังไง ?
เธอตอบอาตมาว่า หากทำงานที่มีค่าตอบแทนก็จะต้องมาแข่งกันว่าจะได้เงินเดือนเท่าไหร่  วันหยุดกี่วัน ได้สวัสดิการอะไร ผลงานใครดีกว่า
แต่ทำงานการกุศล ทำงานพระศาสนานั้น
เป็นความรับผิดชอบที่มาทำมาจากใจอันบริสุทธิ์ของฉัน 
มันคือหน้าที่ของการเกิดมาในชาตินี้ 
มันมีความสุขกว่าการทำงานที่ได้ผลตอบแทนเยอะ 


ท่านพระธรรมาจารย์ซินหวิน สนทนากับ คุณซุ่นตี่


อาตมาจึงถึงบางอ้อว่า  ทุกครั้งที่เห็นเธอทำงานจนลืมทานอาหาร  มีความสุขจนลืมยุ่ง 
ที่แท้เธอเข้าไปอยู่ในสภาวะสมาธิแห่งความสุขท่ามกลางการทำงานนี่เอง
ซึ่งน่าจะเหมือนความปีติของชาววัดฝอกวงซานที่ได้จากการทำหน้าที่ในวัด 
และนี่คือคำตอบเช่นกันว่าวัดพระธรรมกายและวัดฝอกวงซาน 
ทำไมถึงเจริญก้าวหน้า เพราะพวกเขาทำงานด้วยใจแบบไม่ได้หวังผลตอบแทนนี่เอง 
ถึงได้ทุ่มชีวิตทำงานแบบไม่บ่นไม่เหนื่อยอุทิศให้กับพระศาสนา 
พระศาสนาจึงได้เผยแผ่กว้างไกลไปขนาดนี้

นี่คือ ๑ ในเหตุผลที่ท่านพระธรรมาจารย์ซินหวินได้นำมาทำนายความเจริญก้าวหน้า
ของวัดพระธรรมกายในอนาคต
เพราะหัวใจกัลยาณมิตร  หัวใจจิตอาสาของชาววัดพระธรรมกายนั้น 
ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปจากหัวใจพระโพธิสัตว์ของชาววัดฝอกวงซานเลย




往事百語2 沒有待遇的工作
文/佛光山開山星雲大師
本文作於一九九八年(民國八十七年)八月
在泰國法身寺負責國際弘法部門的范淑智小姐,今年(一九九八年)五月代表法身寺陪同世界佛教青年會的會長帕拉普先生將佛牙恭送到台灣的時候,曾經來山住了幾天。有一天,她說:「我在法身寺十年了,非常歡喜、安住,因為我在法身寺不是從事職業,而是一件沒有待遇的工作。」我雖然明白這句話的意思,但還是繼續問她:「沒有待遇的工作有什麼好處?」她說:「如果我有待遇,就是一種職業,我會計較待遇多少、休假日期、工作成果,反而失去了歡喜。現在因為沒有待遇,我覺得是法身寺的法務,是我良心的責任,是我人生的使命感,因此我覺得沒有待遇的工作比職業性的工作要快樂的多。」善哉斯言!難怪多少年來我看到范小姐在法身寺忙而忘食,樂而忘憂,原來她已經深入快樂工作的三昧了,這大概就如同佛光山大眾從信仰裡,從服務中所激發的法喜禪悅吧!
功德法喜 投入弘法奉獻


不少各界人士想要了解佛光山入門的長老職事,為什麼能數十年發長遠心,為佛門奉獻,無怨無悔?仔細想來,不正是因為他們不計「待遇」,只求佛法能發揚光大嗎?

8 ความคิดเห็น:

  1. สาธุสาธุเจ้าค่ะ

    ตอบลบ
  2. คงต้องยกพุทธพจนท์ที่ว่า
    สัตบุรุษทั้งหลาย ย่อมปรากฏในที่ไกล
    เหมือนภูเขาหิมพานต์ (ส่วน) อสัตบุรุษย่อมไม่
    ปรากฏในที่นี้ เหมือนลูกศรอันเขาซัด (ยิง) ไปใน
    ราตรีฉะนั้น.(ขุ.ธ.อ. 43/187)
    สัตบุรุษผู้เป็นบัณฑิตมีปัญญาย่อมแลเห็นคุณความดีของผู้อื่นแม้อยู่ไกลแสนไกล ส่วนคนพาลผู้มีปัญญาทราม แม้อยู่ใกล้คนมีคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ก็ยังมองไม่เห็น เหตุเพราะตนมีแต่อันธจักขุ ตามืดบอดจึงมีความเห็นวิปริตผิดจากครรลองธรรม ดังทัพพีแม้แช่ในน้ำแกงก็มิได้รู้รสแห่งแกงฉะนั้น
    ถ้าคนพาล เข้าไปนั่งใกล้บัณฑิตอยู่แม้จน
    ตลอดชีวิต เขาย่อมไม่รู้ธรรม เหมือนทัพพีไม่รู้
    รสแกงฉะนั้น.
    ถ้าวิญญูชนเข้าไปนั่งใกล้บัณฑิตแม้ครู่เดียว
    เขาย่อมรู้แจ้งธรรมได้ฉับพลัน เหมือนลิ้นรู้รสแกง
    ฉะนั้น.
    (ขุ.ธ.อ. 41/15/150)

    ตอบลบ
  3. สาธุค่ะ ภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมทำงานให้วัดพระธรรมกาย ได้มองเห็นพัฒนาการดีๆที่ช้าๆแต่มั่นคงและดำรงค์อยู่อย่างต่อเนื่องของคูณพุทธบริษัทในวัดตลอดระยะเวลาสามสิบกว่าปีที่เข้าวัด

    ตอบลบ
  4. ขออนุโมทนาบุญกับหมู่คณะวัดพระธรรมกายที่เผยแผ่พุทธศาสนาแบบเอาชีวิตเป็นเดิมพันทุกรูปทุกท่านโดยมีพระนิพพานเป็นเป้าหมายคะ

    ตอบลบ
  5. กราบอนุโมทนาบุญกับผู้มีบุญ
    ทุกท่านด้วยครับ สาธุครับ

    ตอบลบ

Blog Archive