กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันพุธที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2560

ผิดกฏหมายทางโลกมิได้หมายความว่าจะต้องสึก!



กฎทุกกฎในโลกนี้เป็นสิ่งที่มนุษย์ในสังคมหนึ่งๆ กำหนดขึ้น
ใช้เพื่อความสงบสุขของสังคมหนึ่ง 
เพราะฉะนั้นแต่ละประเทศจะมีกฏหมายที่ต่างกัน
เช่นบางประเทศทำแท้งไม่ผิดกฎหมาย  บางประเทศทำแท้งผิดกฎหมาย เป็นต้น  

แต่ถ้ามาดูพระธรรมวินัย
ซึ่งใช้สำหรับสังคมมนุษย์ที่เป็นนักบวชในพระพุทธศาสนา
ที่ทุกคนยกย่องว่า  เป็นเพศภาวะที่ทำได้ยาก  มีความละเอียดอ่อน 

แต่ไม่ว่าจะอยู่ประเทศไหนใดๆในโลก จะใช้หลักนี้หลักเดียวกัน 
ซึ่งจะไม่ตรงกับกฎทางโลก

ตัวอย่างเช่น ... ถ้ากฏหมายทางโลกคนมีเพศสัมพันธ์กับหญิงที่ยินยอมก็ไม่ผิดกฎหมาย 
แต่สำหรับพระไม่ว่าหญิงจะยินยอมหรือไม่ก็ปราชิก!
ซึ่งถือเป็นโทษขั้นประหาร 
เพราะฉะนั้นพระวินัยนั้นละเอียดอ่อนมาก 
กฎหมายทางโลกฆ่าคนตาย บางทีก็จำคุกตลอดชีวิต
แต่สำหรับพระคือ ปราชิก

เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าการทำผิดทางโลกบางอย่างไม่ถึงขั้นประหารชีวิต 
แต่สำหรับพระคือโทษหนักขั้นประหารชีวิต  

แต่ความผิดทางโลกบางอย่างก็ไม่ต้องถึงขั้นปราชิก  เช่น 
ข้ามถนนไม่ตามสัญญานจราจร ในตปท.พระก็โดนจับไปอบรม ๓ ชั่วโมง 
ในสถานีตำรวจ แต่ไม่ต้องปราชิก

หรือหากอยู่ในที่ชุมนุมแล้วเกิดมีคนตาย  ติดร่างแหเป็นผู้ต้องสงสัย  
ต้องไปอยู่ในคุกก่อน  ตปท.เขาก็ไม่จับสึกท่าน แม้อยู่ในคุก
เพราะเขายังไม่รู้เลยว่าผิดจริงหรือเปล่า?   

อีกตัวอย่างเช่น ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย
สำหรับทางโลกต้องจำคุก ๒ ถึง ๑๐ ปี และปรับ 
แต่สำหรับพระเป็นแค่ความผิดปาจิตตีย์ ซึ่งเป็นโทษเบา ปลงอาบัติก็ได้แล้ว 
มิใช่สังฆาทิเสส( อยู่ปริวาสตามจำนวนวันที่ปกปิดความผิด  หรือ คล้ายๆจำคุก) 

เพราะฉะนั้น ความผิดทางโลกกับทางธรรมนั้นต่างกัน  
ไม่ใช่แอะอะ  ให้พระจำคุกแล้วก็สึกท่าน !
โทษทางโลกบางทีแค่ฝากขัง  แต่จับท่านสึกก็คือโทษระดับประหารชีวิตทางธรรม! 
มันไม่รุนแรงเกินไปหรือที่กระทำกับพระ!  
แล้วยิ่งพอศาลสรุปท่านไม่ผิดอีก 
พวกคุณๆ ชาวโลกก็รับผิดชอบอะไรไม่ได้       

ถ้ารับผิดชอบอะไรไม่ได้  ก็ไม่ควรกระทำเกินกว่าเหตุ  
ยิ่งถ้าท่านเป็นแค่ผู้ถูกกล่าวหา ผู้ต้องสงสัย แล้วบางทีแค่ฝากขัง 
แล้วไปจับสึกท่าน มันไม่เกินกว่าเหตุหรือ !?   

ถ้ากฎหมายทางโลกพิจารณาว่าผิดจริงให้เสร็จก่อน 
ทางพระก็จะมาพิจารณาต่อได้ว่าทางธรรมระดับไหน 
เพราะบางทีอาจจะแค่สังฆาทิเสส หรือปาจิตตีย์ไม่ใช่ปราชิก  

ถ้าทางโลกยังสรุปไม่ได้ก็ไม่มีสิทธิมารีบตัดสินให้ท่านปราชิก
ผู้ที่ตัดสินได้คือ คณะพระภิกษุสงฆ์เท่านั้น 

หากรับไม่ได้กับผลการพิจารณาของคณะสงฆ์ไทย 
จะเชิญพระเถรวาทที่ใช้พระวินัยบาลีเหมือนกันมาพิจารณาก็ได้ 
หรือจะเอาจากนิกายอื่นก็ได้
เพราะทั้งสามนิกายก็ใช้พระวินัยเถรวาท 
และพระวินัยสากลใช้เหมือนกันทั่วโลก !   

(ในโลกปัจจุบันแบ่งเป็น ๓ นิกายใหญ่ๆ คือ เถรวาท มหายาน ทิเบต 
เถรวาทถือพระวินัยบาลี 
มหายานถือพระวินัยของธรรมคุปต์ 
ทิเบตถือพระวินัยของสรวาสติวาทิน 
ซึ่งล้วนเป็นพระวินัยของสายเถรวาท 
ที่มีความแตกต่างน้อยกันมาก 
ในส่วนของปราชิก  สังฆาทิเสส และ ปาจิตตีย์นั้นเหมือนกัน 
จะต่างแค่เสขียวัตร  ซึ่งเป็นมารยาทของพระ)


Cr.  มิตรสหายท่านหนึ่ง 
-----------------------------

จากบทความข้างบน เราพอจะมองเห็นปัญหาไหมครับว่า ...
ประเด็นการปฏิบัติต่อ พระภิกษุ ในเชิง กฎหมายนั้น อยู่ที่ 
- โทษของความผิด
หรือ  

- ขั้นตอนของการดำเนินการพิจารณา  
... ???
เราจะกลับมาคุยกันต่อนะครับ

9 มีนาคม 2560
ชาวศิวิไลซ์ 




0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Blog Archive