กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันพุธที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2560

จับจ้องเมฆไว้จักเห็นความสว่างแห่งจันทร์ : กรณีธรรมกาย โดย รองศาสตราจารย์ เย่ซาวหย่ง

รองศาสตราจารย์ เย่ซาวหย่ง
คณะภาษาบาลีสันสกฤต มหาวิทยาลัยปักกิ่ง

กล่าวถึงสถานการณ์ วัดพระธรรมกาย : 

ฉันรู้สึกว่าผ่านวิกฤตนี้ไปได้ ... 
วัดพระธรรมกายจะเข้มแข็งและสามัคคียิ่งขึ้น  
คนภายนอกจะเข้าใจวัดพระธรรมกายมากขึ้น  
จับจ้องเมฆไว้จักเห็นความสว่างแห่งจันทร์  
ต่อไปวงการพุทธทั่วไทยจักขอบคุณวัดพระธรรมกาย  
จากความเสียสละและความพยายามของวัดพระธรรมกายในการผ่านพายุครั้งนี้

ไม่รู้ว่าตอนนี้วัดพื้นเมืองในไทยมองวัดพระธรรมกายอย่างไร   
เรื่องครั้งนี้ทำให้ลดความขัดแย้งในคณะสงฆ์ไทยและมาสามัคคีกันได้ไหม  
ซึ่งวัดทั้งหลายถ้าคิดให้ดีจะรู้เลยว่า...
ศึกครั้งนี้วัดพระธรรมกายได้นั่งในฐานะลำบากแทนพุทธศาสนาในไทย



觉得,度过这次事件以后,
法身寺将更加团结坚定,
外界对法身寺也会更加了解。守得云开见月明~将来,
泰国整个佛教界都会感谢法身寺在这次风波之中所做的努力和牺牲。不知道现在泰国的传统佛教寺院对法身寺怎么看,
这次事件是不是有可能缓和佛教内斗,
促使佛教各派团结?如果其他寺院足够聪明的话,
应该知道这次是法身寺代整个泰国佛教受难。



叶少勇  北大副教授

----------------





1 ความคิดเห็น:

  1. มองออก มองอย่างคนที่เข้าใจสถานการณ์อย่างถ่องแท้! เป็นผู้มีปัญญาจริงๆ

    ตอบลบ

Blog Archive