กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันพุธที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ความสุดขั้ว ของฐานข้อมูล #กรณีวัดพระธรรมกาย



วัดพระธรรมกาย ...
เป็นความสุดขั้วของการเสพข้อมูล กล่าวคือ ...
หากรับข้อมูลจากการสื่อสารมวลชนต่างๆ เพียงฝ่ายเดียว
ก็จะเกิดความไม่ชอบอย่างมาก ถึงขนาดว่า... 
แค่ได้ยินว่าชื่อ วัดพระธรรมกาย
ก็พลอยปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่าง  แม้กระทั้งสิ่งที่ดีที่เป็นโยชน์
ที่วัดตั้งใจจัดให้,มอบให้

แต่ถ้าหากมาทำความเข้าใจ ถึงประวัติการสร้างวัด
วัตถุประสงค์ของวัด และเหตุ+ผลของกิจกรรมต่างๆ
ได้มาคุยกับพระอาจารย์  เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร
ถึงเหตุผล ที่ผู้คนเหล่านี้ทุ่มเทให้กับงานพระพุทธศาสนา 
แล้วก็จะเข้าใจและจะเกิดความรักในพระพุทธศาสนา
เช่นเดียวกับพวกเขาเหล่านั้นอย่างมาก

ยิ่งไปกว่านั้น  วัดพระธรรมกาย ยังถูกดึงโยงเข้าไปสู่เรื่องการเมือง
ยิ่งทำให้เกิดความสับสนแก่ประชาชนในสังคม
และความเข้าใจผิดดังกล่าว ก็กลายเป็นกำแพงขวางกั้น
คือ กั้นคุณประโยชน์ที่ประชาชนควรจะได้รับ จาก วัดพระธรรมกาย

วัดพระธรรมกาย  กล่าวได้ว่า เป็นวัดของประชาชนโดยแท้
เป็นสมบัติของพระพุทธศาสนา ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง
สร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นดั่ง มหาวิทยาลัยศีลธรรม และเป็นสากล
คือ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาธรรมะเพื่อนำไปสู่การพัฒนาชีวิตจิตใจ
ของทั้งชาวไทย และเพื่อนมนุษย์นานาชาติ

ด้วยความหลากหลายของผู้คนที่เข้ามาบำเพ็ญกุศล
หรือ ศึกษาธรรมะ ปฏิบัติธรรม และสนับสนุนงานพระพุทธศาสนานั้น
มีทุกชนชั้น ทุกสถานะ
การจะกล่าวว่า  วัดฯ  มีคววามเกี่ยวข้องกับบุคคลนั้น บุคคลนี้
ที่มีสถานะต่างๆ ในสังคม
และเหมาว่า  วัดฯ จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องลึกซึ้งนั้น
ไม่เป็นการสมควรอย่างยิ่ง, และถ้าหากเป็นอย่างนี้ ...
ใครจะกล้ามาศึกษาธรรมะ  มาปฏิบัติธรรมที่วัด
ใครจะกล้าสนับสนุนงานเผยแผ่ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
แล้วแบบนี้  พระพุทธศาสนา จะอยู่ได้อย่างไร ?
ลองนึกย้อนไปในสมัยพุทธกาลสิครับ ...
ใครสร้างวัด  ใครมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าอยู่เนืองนิจ 
ใครมาสนับสนุนงานเผยแผ่ธรรมะพระพุทธองค์ 
ใครเป็นผู้ถวายเสนาสนะ บริขาร บิณฑบาต อันควรแก่พระภิกษุ
เพื่อให้ท่านสามารถปฏิบัติธรรมได้โดยสะดวก และ
สามารถเทศนาโปรดเหล่าสาธุชนประชาชนที่มาวัด
กระทั่ง พระพุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรือง

ดังนี้แล้ว,
พระพุทธศาสนา ไม่มีความข้องเกี่ยวกับการเมือง
วัดพระธรรมกาย ก็ไม่มีความข้องเกี่ยวใดๆกับการเมือง
ขอให้ทำความเข้าใจให้ชัดเจนในทุกมิติ

ทั้งนี้,
เพื่อให้ท่านทั้งหลายสามารถได้คุณประโยชน์อันควรจะได้
จาก วัดในพระพุทธศาสนา ที่ทรงรักษาไว้ซึ่งธรรมะของพระพุทธองค์
อันได้ชื่อว่า ...เป็นแสงสว่างนำทางชีวิต อย่างแท้จริง



 ชาวศิวิไลซ์
1 มิถุนายน 2560 





วันจันทร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

วิบากกรรมเรื่อง ธรรมกาย เมื่อเช้านี้






เมื่อเช้าผมโดนเรียกไปให้อธิบายสิ่งที่ตัวเองโพสท์
แล้วโดนแคปไปฟ้องว่าต่อต้านนโยบายรัฐ
ผมดูกระดาษ4-5แผ่นนั้นที่คนแคปปริ้นท์ไว้
แล้วรายงานฟ้องผู้ใหญ่สายตรงของผม
กวาดตาดูเอกสารนั้นปุ๊บแล้วนึกออกทันทีว่าโพสท์ไหน วันไหน
แต่ที่สะดุดตาคือ ที่ด้านล่างกระดาษ ก็เห็นว่าผ่านการรับทราบ
และเห็นควรนำเรียนมาถึง6ด่าน ..แอบเจ็บนิดๆ เพราะมีเพื่อนเราอยู่ในนั้นด้วย..

หัวหน้าใหญ่ผมท่านเป็นคนใจดีครับ ท่านไม่ใช่คนแบบพี่ฉุนที่หูเบา
ฟังความข้างเดียวแล้วเหนี่ยวใส่
ท่านให้คนมาเรียกผมพร้อมหัวหน้ามาชี้แจงสิ่งที่ถูกตั้งข้อครหา
..ซึ่งมันร้ายแรงมากครับในความรู้สึกผม และตามระเบียบ นั่นคือ..
... ... ...

ผมจะไม่ยืดยาวไปกว่านี้นะครับ
สิ่งที่ผมโพสท์นั้น นอกจากเขียนแล้ว
ผมยังพูดได้อีกด้วย แม้นจะผ่านไปนานแล้วก็ตาม
เพราะทุกอย่างผมเขียนผมโพสท์ด้วยสมองและความเข้าใจ
ไม่ใช่โพสท์หรือเขียนจากอคติหรือด้วยเหตุผลแอบแฝงใดๆ..

หัวหน้าใหญ่ให้ผมตอบคำถามท่าน ท่านถามผมว่า
เอ็งคิดและมอง #ธรรมกาย แบบไหน
และยังไงในทุกๆบริบทที่เกี่ยวกับประเทศในภาพรวม  ??

ผมหลับตา นึกถึงภาพวัดพระธรรมกาย
แล้วก็ตอบท่านตามโพสท์นึงที่ผมเคยเขียนไว้
และมีคนก๊อปไปเผยแพร่เยอะแยะ ทั้ง นสพ.ทั้งทีวี ..ดังนี้

 - การเรียน การสอน การประกาศศาสนา
การถ่ายทอดสืบทอดศาสนาของธรรมกาย เป็น #วิธีประยุกต์
ตามสภาพสังคมในยุค พุทธศัตวรรทที่ 26

- สิ่งที่ผู้คนที่ไม่ชอบธรรมกาย ด่าว่าธรรมกาย ชอบเอามาอ้าง เอามาเปรียบ
เอามาเป็นตัวตั้งในการด่าทอธรรมกายสารพัดเรื่องที่เกี่ยวกับ ...
วิธี กฏ จารีต วัตร ในทางศาสนาพุทธ
คือ #สภาพของพุทธศาสนาในยุค พุทธศตวรรษที่ 1

- พระพุทธองค์ประกาศศาสนา ด้วยการ Speech ในยุคนั้น
ส่วนธรรมกาย สืบทอดการประกาศศาสนานั้น ด้วยการใช้ Media

พระพุทธองค์ในยุคนั้นสั่งสอนผู้คนโปรดสัตว์และสาวกด้วย #พระสูตร (Formula)เป็นหลัก
ส่วนธรรมกายในยุคนี้ สั่งสอนผู้คนโปรดสัตว์และผู้ศรัทธาด้วย #การแปลพระสูตร
และประยุคให้เข้ายุคสมัย (Formula Translate) เป็นหลัก ..
ดังนั้น นี่จึงไม่ใช่การบิดเบือน และไม่ใช่ลัทธิใหม่ !!!

ผมมองธรรมกาย แบบที่พุทธองค์สอนชาวพุทธ
นั่นคือ #มัชฌิมาปฏิปทา ครับ
หวังว่าชาวพุทธผู้เจริญทั้งหลาย 
ที่ประกาศตนว่าเป็นพุทธ มุ่งปกป้องพระศาสนา
คงจะเข้าใจโดยที่ไม่ต้องไปเปิดGoogleแปลนะครับว่า
#มัชฌิมาปฏิปทา คืออะไร ??

ด้วยความเคารพครับท่าน ท่าน(หมายถึงหัวหน้าใหญ่)เข้าใจคำว่า..
#มัชฌิมาปฏิปทา มั้ยครับ ?? ..ท่านก็พยักหน้า แล้วก็บอกว่า เข้าใจสิ..!!
ก็ทางสายกลางไง๊ ..

แล้วท่านก็หัวเราะเอิ๊กอ๊าก..ส่วนหัวหน้าผมเหงื่อแตกซิกๆ ทั้งๆที่แอร์เย็นเฉียบ
..สุดท่ายท่านก็โยน4-5แผ่นนั้นลงตระกร้าไป
แล้วก็สอนและเตือนผม ให้ระมัดระวัง รักษาตัวให้ดี
คลื่นลมแรงต้องหัดหลบบ้าง เพราะวันนี้เรายังเด็กอยู่ ..

พอเราสองคนกำลังกลับ จะพ้นประตูห้องอยู่แล้ว ท่านก็ตะโกนบอกอีกว่า ..เฮ้ยๆๆ!!
ถ้าจะเอาเรื่องนี้ไปโพสท์..ก็เอาดีๆนะ อย่าไปพาดพิงใคร เด๋วมันมาฟ้องเอ็งอีกนะโว้ย ..!!
แล้วท่านก็ยิ้มใหญ่ ..

ท่านรู้นิสัยผมกับหัวหน้าดีดีครับ ..ถึงให้เรามาอยู่คู่กัน ทำงานให้ท่านโดยตรง..😏



Cr.จเด็จ สิบเอ็ดทิศ


วันศุกร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

วัดพระธรรมกาย ผิดเพราะ ดีเกินไป ?!






ดีได้! แต่อย่าเด่น จะเป็นภัย! สำหรับ วัดพระธรรมกาย ณ จุดนี้!
“ผิด” เพราะ “ดีเกินไป” ?!

อะไรดี ? ... พอสังเขป...

1. เผยแผ่ธรรมะ ได้กว้าง และไกล ทั้งในประเทศ ต่างประเทศ

2. ประชาชนที่มาวัด เกิดความเข้าใจและสามารถนำธรรมะ ไปใช้ในชีวิต
และเกิดผลดี คือ สามารถแก้ไขปัญหา แก้ทุกข์ ในชีวิต ในจิตใจได้
ธุรกิจการงานเจริญก้าวหน้า
  ครอบครัวรู้รักสามัคคี

3.  จากข้อ 2 แปลว่า...พระภิกษุสงฆ์ สามารถอธิบายธรรมะ
ให้ประชาชนเข้าใจได้ถูกต้อง
ตามหลักการ เหตุผล และวิธีการที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้อย่างถูกต้อง 
เมื่อประชาชนนำไปปฏิบัติจึงเกิดผลดีให้ประจักษ์

4. เมื่อ ธรรมะ แก้ปัญหาได้จริง ผู้คนหวังดีต่อกันก็ชวนกันมาวัด...
ประชาชนผู้มีปัญญาก็หันมาเข้าวัด มาฟังธรรมะ
มาศึกษาสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนไว้  เพื่อเอาไปพัฒนาชีวิตจิตใจ

5. ซึ่งวัดพระธรรมกาย ก็สอน 3 ประการ และให้ความสำคัญเสมอกัน
เพราะแต่ละอย่างให้ผลเกื้อกูลกันจะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้
1.ทาน  2. ศีล 3. การเจริญภาวนา
โดยแสดงหลักการ เหตุ+ผล เบื้องต้น  ท่ามกลาง และ เบื้องปลาย
ให้ประชาชนเข้าใจ

6. เสริมข้อ 1) … การแนะนำสอนธรรมะ เพื่อพัฒนาชีวิตจิตใจ
ของประชาชนมีทุกระดับ ตั้งแต่ เด็กอนุบาล ถึง มหาวิทยาลัย 
หน่วยงาน และ ประชาชนทั่วไป...ซึ่งเกิดผลดีตามข้อ 2
)

ประชาชนคนไทย เป็นคนเก่ง ไม่แพ้ชาติไหน
เมื่อได้รับการแนะนำอบรม โดย ธรรมะของพระพุทธเจ้า
ก็ได้ คุณสมบัติสำคัญ คือ “ดี” ... เมื่อเป็นอย่างนี้
ใครๆ ก็ชวนกันมาศึกษา  
Know How... 
เก่ง ดี มีความสุข ประสบความสำเร็จ

วัดพระธรรมกาย จึงเสมือนเป็น...
“มหาวิทยาลัยสอนศีลธรรม”  หรือเป็นดั่ง ...
“มหาวิทยาลัยชีวิต” ที่สอนความจริงของชีวิต  ซึ่งช่วยให้ประชาชาน
ที่มาศึกษา  เข้าใจโลกและชีวิตถูกต้องตามความเป็นจริง
เมื่อเข้าใจความจริงแล้ว  ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่า อย่างมีคุณค่า
คือ มีทั้งความดี ความสุข ความสำเร็จ
ทั้งในส่วนตัว  และส่วนรวม

ถ้าประชาชนลูกหลานในบ้านเมืองนี้  ได้รับการปลูกฝั่งศีลธรรม
ได้รับการศึกษา และฝึกฝนคุณสมบัติดีๆ ด้วยธรรมะของพระพุทธเจ้า
บ้านเมืองของเราจะเต็มไปด้วย ประชาชน ที่ทั้ง “เก่ง” และ “ดี”
ที่จะทำให้บรรยากาศบ้านเมืองของเรา, น่าจะ...น่าอยู่ไม่น้อย ไหมครับ?

แต่ก็น่าเสียดาย
ที่สิ่งดีๆ นอกจากจะอยู่ลำบากแล้ว
ยังถูกผลักไสไล่ล่า, ซะอีก

คุณประโยชน์ที่บ้านเมืองและประชาชนพึ่งได้รับ
!
เลยเหมือนถูกกำแพงแห่งอคติขวางกั้นซะสิ้น!

ถ้า “ความดี” ไม่ใช่สิ่งที่พึ่งได้รับการยอมรับ
แล้วจะยอมรับนับถืออะไรหรือครับ?



ชาวศิวิไลซ์
19  พฤษภาคม 2560