กรณีธรรมกาย อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพราะผู้คนรับข้อมูลจากสื่ออย่างไม่ครบถ้วน โดยปราศจากการไตร่ตรองด้วยเหตุผล เฉพาะอย่างยิ่ง คือ ขาดการศึกษา และทำความเข้าใจด้วยตนเอง...ผู้เขียนเพียงต้องการเชิญชวนมาศึกษาพิสูจน์โดยปราศจากอคติ, ส่วนจะถูกหรือผิดอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน, ความเห็นของผู้เขียนในทุกบทความเป็นความเข้าใจโดยสุจริต ซึ่งอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่ก็หวังเพียงแค่จะจุดประกายให้ผู้อ่านได้หาข้อพิสูจน์ด้วยตนเองต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ปฏิกิริยาบ่งบอกวัฒนธรรมที่แตกต่าง



บริษัทที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ประกาศรับสมัครพนักงานใหม่ 10 คน 
หลังจากผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้น ได้มีการประกาศรายชื่อ 10 คนสุดท้าย
จากผู้สมัครมากกว่า 3,000 คน

ชายหนุ่มที่มุ่งมั่นตั้งใจอยากเข้าบริษัทนี้ ต้องกลับบ้านด้วยความผิดหวัง 
เศร้าใจอย่างมาก พอกลับถึงบ้าน ก็ตัดสินใจคว้านท้องฆ่าตัวตาย
โชคดีที่คนในบ้านมาพบเข้าและยับยั้งได้ทัน ชายหนุ่มจึงฆ่าตัวตายไม่สำเร็จ
ในขณะที่ทุกคนพยายามช่วยปลอบใจ ก็มีข่าวด่วนส่งตรงจากบริษัทมาให้ชายหนุ่ม 
แท้จริงคะแนนของชายหนุ่มอยู่ในกลุ่มสิบคนแรก 
แต่เพราะการประเมินผลผิดพลาดของคอมพิวเตอร์ ทำให้การประกาศผลในครั้งแรกเกิด
ความคลาดเคลื่อน จึงขอประกาศรับชายหนุ่มเข้าเป็นพนักงานบริษัทอย่างเป็นทางการ
ทุกคนพากันดีอกดีใจที่ข่าวร้ายกลายเป็นดีในชั่วพริบตา แต่แล้วหลังจากนั้นไม่นาน 
ก็ได้รับแจ้งจากบริษัทอีกครั้ง ชายหนุ่มถูกถอดชื่อออกจากสิบคนสุดท้าย
เหตุผลเรียบง่ายมาก เพราะบริษัทวินิจฉัยว่า ด้วยความผิดหวังเพียงเล็กน้อยแค่นี้ 
ชายหนุ่มก็ถึงกับจะฆ่าตัวตาย คนอ่อนแอแบบนี้จะทำงานใหญ่ในอนาคตไม่ได้แน่นอน

************

เหตุการณ์แบบเดียวกันเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา 
ชายหนุ่มผู้ผิดหวังเมื่อกลับถึงบ้านก็หยิบปืนขึ้นมาเตรียมฆ่าตัวตาย
โชคดีที่คนในบ้านมาห้ามทัน เรื่องวุ่นวายจนเป็นที่รับรู้ของคนระแวกบ้าน
แล้วข่าวดีจากบริษัทก็ตามมาทันที ด้วยสาเหตุเดียวกันคือการประเมินผลผิดพลาดในครั้งแรก 
แต่ทุกคนรวมทั้งชายหนุ่มก็ดีอกดีใจกันแบบไม่ได้คาดฝัน
ปรากฏว่าทนายความดังจากทั่วทุกทิศแห่มาที่บ้านชายหนุ่ม 
ล้วนยุยงให้ชายหนุ่มยื่นฟ้องร้องบริษัท เรียกร้องให้ชดใช้ด้วยเงินก้อนโต 
เพราะทำให้ชายหนุ่มต้องเสียสุขภาพจิตอย่างรุนแรงจนเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง 
และทนายความทุกท่านล้วนยินดีจะว่าความให้ชายหนุ่ม

************

เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ประเทศเยอรมัน
ชายหนุ่มผู้ผิดหวังกำลังจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย เมื่อคนในบ้านมาห้ามทัน และตามมาด้วยข่าวดีจากบริษัท ชายหนุ่มย่อมดีอกดีใจกับความหวังที่เป็นจริง
แต่พ่อแม่ชายหนุ่มคัดค้านที่จะให้ลูกชายเข้าไปทำงานที่บริษัทนี้
เหตุผลคือ บริษัทนี้ทำงานสะเพร่าแบบชนิดที่ให้อภัยไม่ได้ แล้วถ้าลูกชายตนต้องไปทำงานให้กับบริษัทห่วยแตกแบบนี้ อนาคตลูกจะรุ่งเรืองได้ยัง

***********

เราย้ายเหตุการณ์นี้มาที่ประเทศจีน
หลังจากชายหนุ่มกลับบ้านด้วยความผิดหวัง จึงเตรียมเชือกผูกขื่อเพี่อแขวนคอตาย 
แต่ก็ตายไม่สำเร็จเพราะคนในบ้านมาเจอเข้า และแล้วก็ตามมาด้วยข่าวดีจากบริษัท 
ขอโทษในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ให้ลูกชายไปรายงานตัวเข้าเป็นพนักงานใหม่ได้
ทุกคนดีอกดีใจกันยกใหญ่ พ่อแม่ชายหนุ่มรีบบึ่งไปที่บริษัท ขอเข้าพบประธานบริษัท 
เมื่อได้เข้าพบ ทั้งคู่ก็ได้คุกเค่าลง 
พูดพร้อทั้งน้ำตาที่บริษัทได้กรุณาช่วยฉุดกระชากชีวิตลูกชายกลับมา 
ครอบครัวเราจะไม่มีวันลืมพระคุณอันใหญ่หลวงครั้งนี้ จะกำชับลูกชายตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด

************

และแล้วเมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในประเทศไทย
เมื่อชายหนุ่มกลับถึงคอนโดด้วยความเสียใจอย่างยิ่ง จึงตัดสินใจกระโดดคอนโดฆ่าตัวตาย 
ขณะที่กำลังปีนระเบียงเตรียมตัวกระโดด ก็มีคนจากบนถนนเห็นเข้า 
รีบตะโกนโวยวายเรียกคนมาช่วย ชายหนุ่มตกใจ แต่ก็ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ 
เดือดร้อนถึงตำรวจ เจ้าหน้าที่มูลนิธิต่างๆต้องมาช่วยกันห้ามปราม 
สุดท้ายรถดับเพลิงก็ต้องมาเตรียมตัวช่วยเหลือ 
พ่อแม่ก็ต้องร้องห่มร้องไห้พูดผ่านโทรโข่งขอร้องให้รักษาชีวิตไว้ 
เรื่องเริ่มลุกลามใหญ่โตและยืดเยื้อ สื่อต่างๆแห่มาทำข่าว ทีวีบางช่องถึงกับมาถ่ายทอดสด 
แน่นอน สื่อโซเชียลไม่มีพลาดเหมือนกัน มือดีหลายคนก็ไลฟ์สดผ่านเฟสหรือช่องทางอื่นๆ 
คนค่อนประเทศนั่งลุ้นว่าชายหนุ่มจะฆ่าตัวตายสำเร็จหรือเปล่า
และแล้ว ข่าวดีจากบริษัทก็ตามมา ด้วยเหตุผลจากการประเมินผลผิดพลาด 
เมื่อได้รับข่าวดี ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเลิกฆ่าตัวตาย

แต่เรื่องราวไม่ได้จบเพียงเท่านี้ ชายหนุ่มกลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน 
หนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับตีข่าวเรื่องนี้ขึ้นหน้าหนึ่ง 
เพราะรู้ว่าเป็นข่าวที่คนสนใจ ทีวีหลายๆช่องเชิญไปออกรายการ 
สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกตอนกำลังคิดจะปลิดชีวิตตนเอง 
และช่วยแนะนำและให้กำลังใจกับผู้คนที่ผิดหวัง 
ชายหนุ่มกลายตัวจากคนอ่อนแอมานั่งสั่งสอนคนอื่น 
ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าไม่ขี้เหร่นักกลายเป็นเนทไอดอลโดยไม่รู้ตัว 
มีคนติดตามเป็นแสน ชายหนุ่มถูกจ้างไปถ่ายหนังโฆษณาเครื่องดื่มวัยรุ่น 
ที่ดื่มแล้วสดชื่นแจ่มใส สุดท้ายยังมีผู้กำกับที่คนคุ้นเคย 
มาชวนไปเล่นหนังตลกเอาใจตลาดที่ตนเป็นผู้กำกับ 
ชายหนุ่มแทบหาเวลาพักผ่อนไม่ได้หลังจากเหตุการณ์วันนั้น
ในที่สุดบริษัทก็มาตามตัวให้ไปรายงานตัวเริ่มทำงาน 
แต่ชายหนุ่มกำลังตัดสินใจว่าจะไม่ยึดอาชีพพนักงานเงินเดือนแล้ว 
จะขอหากินกับความดังของตัวเองน่าจะง่ายกว่า


"ขจรศักดิ์"
แปลและเรียบเรียง
11/6/17

ขอบคุณข้อมูลจาก  www.facebook.com/Flintlibrary

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น